หน้าแรก เศรษฐกิจ ชูงานวิจัยอัพ...

ชูงานวิจัยอัพเกรดธุรกิจท่องเที่ยวสู่เน็ตซีโร ดูดนทท.รายได้สูง

20.07.23 | 01:20 น.

สกสว. ชูงานวิจัยยกระดับการท่องเที่ยวดันธุรกิจไทยสู่ net zero ดึงดูดนักท่องเที่ยวรายได้สูง

ผศ. สุภาวดี โพธิยะราช ผู้เชี่ยวชาญอาวุโส สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และประธานอนุกรรมการแผนงานกลุ่มการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (บพข.) เปิดเผยในงาน Triup Fair 2023 งานมหกรรมส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยและนวัตกรรม ประจำปี 2566 ว่า ในปัจจุบันปัญหาโลกร้อนได้ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้รัฐบาลของทุกประเทศหันมาให้ความสำคัญกับปัญหานี้ และวางเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างชัดเจน ซึ่งได้ส่งผลต่อภาคธุรกิจทุกภาคส่วนทั้งด้านการผลิต การบริการ และการท่องเที่ยว ดังนั้น สกสว. จึงได้ให้การส่งเสริมการวิจัยด้านการลดภาวะโลกร้อนอย่างเต็มที่

การเริ่มต้นขับเคลื่อนการท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ เริ่มเมื่อปี 2564 เกิดความร่วมมือระดับกระทรวงจาก 3 กระทรวง กับภาคีเครือข่าย 8 องค์กรพันธมิตรจากส่วนกลาง ซึ่งในตอนนั้นก็จะมีหน่วยงานภาครัฐ คือ อบก. ที่มีภารกิจหลักในการขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจกสู่เศรษฐกิจสังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน และหน่วยงานภาครัฐที่ส่งเสริมและพัฒนาภาคการท่องเที่ยวและบริการ ได้แก่ อพท. ททท สสปน. รวมทั้งหน่วยงานภาคเอกชนที่เป็นผู้ให้บริการภาคการท่องเที่ยวและบริการ ได้แก่ หอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย รวมทั้งสมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย หรือ TEATA เพื่อนำไปสู่การสร้างนวัตกรรมหรือผลิตภัณฑ์ทางการท่องเที่ยวจากการท่องเที่ยวแบบปกติให้เป็นการท่องเที่ยวที่ปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Carbon Neutral Tourism) ที่สามารถตอบโจทย์นักท่องเที่ยวคุณภาพ เกิดผลกระทบเชิงบวกทางด้านเศรษฐกิจ เหมาะสมกับบริบทของภาคธุรกิจของไทยทั้งในส่วนของผู้ประกอบการ และชุมชนท่องเที่ยว ตลอดจนสร้างการมีส่วนร่วมให้ผู้ที่เกี่ยวข้องลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

ในปัจจุบันเรามีเครื่องมือในการวัด ลด ชดเชย การปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในภาคการท่องเที่ยวและบริการ หรือที่เรียกว่า PCR บริการทางการท่องเที่ยว 4 กิจกรรม ได้แก่ (1) การเดินทาง (2) การบริการอาหารและเครื่องดื่ม (3) การพักแรม และ (4) การจัดการของเสีย ครอบคลุมโปรแกรมการท่องเที่ยวกว่า 50 โปรแกรม ใน 26 จังหวัด และมีรูปแบบการท่องเที่ยวอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวเชิงเกษตร (สวนผลไม้) การท่องเที่ยวโดยชุมชนบนวิถีแห่งสายน้ำ การท่องเที่ยววิถีประมง การท่องเที่ยวทางทะเล การท่องเที่ยวฝั่งอันดามันและอ่าวไทย การท่องเที่ยวในพื้นที่อุทยาน และการท่องเที่ยวเชิงอาสาสมัคร รวมไปถึงการขยายไปสู่กิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการไปสู่ Eco Spa และ Eco Sport

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2566 ที่ผ่านมา สกสว. และ บพข. ร่วมกับ อบก. ได้มีการจัดงานเปิดตัวแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่อเชื่อมโยงระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อ ในกลุ่มผู้ประกอบการทางการท่องเที่ยว ให้สามารถวัด ลด ชดเชย และแลกเปลี่ยน ซื้อขาย คาร์บอนเครดิตในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการให้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น โดยจะสามารถใช้ได้จริงในเดือนกันยายน 2566 นี้

Advertisement

ส่วนในก้าวต่อไป ในปี 2567 จะขยายภาคีเครือข่ายให้ครอบคลุมกิจกรรม กิจการท่องเที่ยวที่ มูลค่าสูงทั้งในและต่างประเทศ เชื่อมโยงการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ Eco Sport / Eco Spa ในปี 2568 – 2569 จะพัฒนาเส้นทาง Carbon Neutral Route เป้าหมาย 1,500 เส้นทาง ขยายภาคีเครือข่ายและได้รับการยอมรับในระดับสากล และในปี 2570 ประเทศไทยเป็นกลางคาร์บอนปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์