‘ผู้ว่า ธปท.’ ชี้ เปิดเวอร์ชวลแบงก์ 3 ไลเซนส์ เหมาะสม ยันแบงก์เยอะไม่ทำให้ดอกเบี้ยลด

20.07.23 | 06:53 น.

‘ผู้ว่า ธปท.’ ชี้ เปิดเวอร์ชวลแบงก์ 3 ไลเซนส์ เหมาะสม ยันแบงก์เยอะไม่ทำให้ดอกเบี้ยลด

เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการเตรียมร่างใบอนุญาตหลักเกณฑ์ธนาคารไร้สาขา (เวอร์ชวลแบงก์) คาดว่าร่างจะแล้วเสร็จและจะส่งร่างให้กระทรวงการคลังพิจารณาได้ภายในสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ หากกระทรวงการคลังพิจารณาแล้วเสร็จ ธปท.จะเดินหน้าเปิดรับสมัครผู้สนใจเข้าร่วมภายในสิ้นปี 2566 และจะประกาศชื่อผู้ที่ผ่านการอนุมัติรับใบอนุญาตในปี 2567 จากนั้นจะดำเนินตามขั้นตอนต่างๆ ต่อไป

นายเศรษฐพุฒิ กล่าวว่า การแข่งขันของคนจะเข้ามาเป็นธนาคารไร้สาขา (เวอร์ชวลแบงก์) โดย ธปท.กำหนดไว้ที่ 3 แห่ง ด้วยทุนจดทะเบียน 5,000 ล้านบาท ซึ่งจำนวนยังไม่มาก แต่ธนาคารต้องใหญ่ เพราะถ้าผู้ขอใบอนุมัติเป็นกลุ่มคนตัวเล็กความสามารถแข่งขันจะไม่มาก เมื่อต้องแข่งขันกับธนาคารรายใหญ่ ดังนั้น ทุนจดทะเบียนต้องเพียงพอ เพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงจนกระทบถึงขั้นปิดธนาคาร

“รายชื่อผู้เข้าร่วมขอใบอนุญาตมีเข้ามาพอสมควร และส่วนใหญ่มาเป็นมาเป็นกลุ่มจากการจับมือทำธุรกิจ ซึ่งจากที่เห็นและการติดต่อ ธปท.มีระดับความเชื่อมั่นมากพอ และคนที่มาดูไม่ขี้เหร่ เพราะแต่ละคนมีจุดแข็งที่จะดึงลูกค้าได้ เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ”นายเศรษฐพุฒิ กล่าว

นายเศรษฐพุฒิ กล่าวว่า ขณะเดียวกัน ทำไมต้องมีใบอนุญาตเพียง 3 แห่ง มองว่าไม่น้อยและมองว่าเหมาะสม เพราะหากเทียบจำนวนเวอร์ชวลแบงก์ในต่างประเทศ เช่น สิงคโปร์ มี 4 แห่ง มาเลเซีย 5 แห่ง เกาหลีใต้ 3 แห่ง แต่ถ้าเทียบกับจำนวนธนาคารปกติ ซึ่งเกาหลีใต้ มี 52 แห่ง มาเลเซีย 42 แห่ง สิงคโปร์ 34 แห่ง ขณะที่ธนาคารรูปแบบปกติในไทยมีจำนวน 17 แห่ง เมื่อเทียบกับไทยที่มี 3 แห่ง มองว่าจำนวนไม่ได้น้อยต่อผู้เล่นที่มีอยู่ในปัจจุบัน และเป็นจำนวนที่เหมาะสม

Advertisement

“ถ้าเปิดธนาคารมากเกินไปอาจต้องไปตามปิด เพราะการปิดธนาคารเป็นเรื่องใหญ่ และกระทบคนเยอะ เพราะมีเรื่องความเชื่อมั่นของประชาชน เช่น กรณีธนาคารล้มในต่างประเทศที่มีปัญหาเพราะปัญหาด้านความสำคัญเชิงระบบจนต้องปิดตัวลง”นายเศรษฐพุฒิ กล่าว

ทั้งนี้ เรื่องที่ต้องคำนึงถึงการทำเวอร์ชวลแบงก์ในปีแรกที่เปิดจะขาดทุน เพราะต้องลงทุนในระบบไอทีสูง และต้องหาลูกค้าเข้าระบบ ซึ่งโอกาสขาดทุนปีละพันล้านบาท และมีความเป็นไปได้หลังจากศึกษางานต่างประเทศ พบเวอร์ชวลแบงก์ที่ประสบความสำเร็จ

เช่น กาเกาแบงก์ (KakaoBank) ของประเทศเกาหลี ใช้เวลา 3 ปี ถึงจะได้กำไรคืน ขณะที่ตัวอย่างที่มีการปิดตัวในประเทศออสเตรเลีย มี 2 แบงก์ ซึ่งมีทุนจดทะเบียน 3 พันล้านบาท และ 5 พันล้านบ้าน ดังนั้น ที่ต้องมีทุนใหญ่ เพราะช่วงแรกโอกาสที่มีกำไรจะน้อย และถ้าปิดก็มีความเสี่ยงสูง

นายเศรษฐพุฒิ กล่าวว่า ขณะเดียวกัน เรื่องการเปิดธนาคารหลายแห่งจะช่วยเรื่องแข่งขัน และทำให้ดอกเบี้ยน้อยลง นั้น มองว่าอาจจะเป็นไปได้ และอาจไม่เป็นอย่างนั้น เพราะดอกเบี้ยขึ้นอยู่กับความเสี่ยงลูกหนี้ และไม่ได้ขึ้นอยู่กับการขึ้นดอกเบี้ย เช่น ธุรกิจเช่าซื่อในไทยมีจำนวนหลักพันแห่ง แต่ขนาดธุรกิจนี้มีดอกเบี้ยกระจุกอยู่ที่เพดาน แม้มีผู้เล่นเยอะก็ไม่ได้ทำให้ดอกเบี้ยลดลง เพราะดอกเบี้ยที่ผู้กู้ได้นั้นไม่ได้มาจากจำนวนผู้เล่นในตลาด แต่ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงของลูกหนี้แต่ละคน

ทั้งนี้ สำหรับการเซ็ตอัพระบบธนาคารไร้สาขา (เวอร์ชวลแบงก์) สิ่งที่ ธปท.อยากเห็นคืออะไรใหม่ๆ เช่น การสนับสนุนสินเชื่อในกลุ่มที่เข้าไม่ถึงสินเชื่อ การให้บริการรูปแบบใหม่ๆ รวมถึงการกระตุ้นการแข่งขันผ่านการออกผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ เนื่องจากหากมองย้อนไปก่อนปี 2540 รูปแบบธนาคาร หรือการก่อตั้งอาคารสถานที่เริ่มเปลี่ยนให้ตั้งธนาคารในห้างสรรพสินค้า และรูปแบบการสร้างใหม่ๆ เพราะมีผู้เล่นในตลาดมากขึ้น