ตั้งรัฐบาลล่าช้า ‘เอสเอ็มอี’ หวั่นกระทบรอบด้าน ชี้ 3 ทางออกประเทศเดินหน้า
เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองและตั้งรัฐบาลล่าช้าว่า ปัจจัยทางเศรษฐกิจ ความเชื่อมั่นการค้า การลงทุนทั้งในและต่างประเทศ อาจมีการชะลอตัวจนกว่าทิศทางการตั้งนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลจะเป็นรูปธรรม ซึ่งหากล่าช้าออกไปเป็นระยะเวลานานจะผลต่อนโยบาย มาตรการต่างๆ ที่ต้องการรัฐบาลใหม่เข้ามาดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ ไม่ให้ GDP-GDP SME และเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจหยุดชะงักไป
โดยปัจจัยทางการเมืองและการบริหารราชการ งบประมาณ ปี 2567 ที่ส่งผลต่อการบริโภคภาครัฐ การดำเนินโครงการพัฒนาต่างๆที่ใหม่จะเกิดการชะลอตัวออกไป ขณะที่การเมืองอาจเป็นชนวนความขัดแย้งทางความคิด อุดมการณ์ และการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารประเทศที่จะต้องได้รับการยอมรับจากทุกภาคส่วน
นอกจากนี้ ปัจจัยภาพลักษณ์และกระแสของนานาประเทศที่เฝ้าติดตามการเมืองไทยอย่างใกล้ชิดและมีผลต่อการสร้างการรับรู้ข่าวสารที่ถูกต้องตามข้อเท็จจริง เพื่อมิให้เกิดการบิดเบือนสร้างความสับสน
นายแสงชัยกล่าวว่า สำหรับทางออกนั้น มองไว้ที่ 1.กระบวนการทางกฎหมาย ที่ให้ความเที่ยงธรรม โปร่งใส และสร้างความเชื่อมั่นในการบังคับใช้กฎหมายที่คำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นอย่างรอบด้าน โดยไม่เลือกปฏิบัติ
2 กระบวนการทางสภา ที่ต้องขับเคลื่อนในการสรรหานายกรัฐมนตรีที่มีความเหมาะสม สะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชนโดยเร็ว เพื่อตั้ง ครม.และกำหนดนโยบายบริหารประเทศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมั่นใจว่าผู้ที่มีคุณสมบัติในการเป็นนายกรัฐมนตรีมีอีกหลายท่านที่จะทำให้ประเทศสามารถเดินต่อไปได้ และ ส.ส. ส.ว.ทุกท่านล้วนเป็นผู้ที่ตั้งใจเข้ามาพัฒนาประเทศชาติ สร้างความกินดีอยู่ดีให้กับประชาชนอย่างแท้จริง
3.กระบวนการทางสังคม ที่ควรมีการสื่อสารทำความเข้าใจในกติกา ขั้นตอน การพิจารณา และดำเนินการอย่างสร้างสรรค์ เคารพกฎหมาย ไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของผู้อื่น โดยวิถีทางประชาธิปไตยที่ต้องมีเหตุผล ให้เกียรติซึ่งกันและกัน ปราศจากอติ มีความอดทนอดกลั้นและไม่ให้เกิดการใช้ความรุนแรงในทุกมิติที่จะก่อให้เกิดความขัดแย้งที่บานปลาย ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศ และเศรษฐกิจ รวมทั้งสังคม
“ประชาธิปไตยมาถึงจุดที่ไม่ว่าจะเป็นพรรคใดเข้ามาทำงานในฐานะรัฐบาล หรือพรรคฝ่ายค้าน ล้วนต้องมีจุดยืนที่ชัดเจนในการธำรงไว้ซึ่งชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชนให้ประเทศมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนแ ละไม่ควรนำประเด็นอ่อนไหวมาทำลายความรู้รักสามัคคีที่ทุกภาคส่วนจะช่วยกันลดความเหลื่อมล้ำ กระจายความเจริญของบ้านเมือง” นายแสงชัยกล่าว

