หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘อสังหาฯ’ จับ...

‘อสังหาฯ’ จับตาการเมืองพลิกล็อก ตั้ง ‘รัฐบาลกึ่งประชาธิปไตย’ หวั่นม็อบปะทุ ทุบมู้ดศก.

21.07.23 | 10:09 น.

‘อสังหาฯ’ จับตาการเมืองพลิกล็อก ตั้ง ‘รัฐบาลกึ่งประชาธิปไตย’ หวั่นม็อบปะทุ ทุบมู้ดศก.

เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม นายศานิต อรรถญาณสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากสถานการณ์การเมืองที่พลิกล็อก โดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลไม่ได้รับการโหวตเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 เพราะเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง มีแนวโน้มที่การจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่จะมีการสลับขั้วและเป็นรัฐบาลผสมระหว่าง 2 ขั้ว คือ พรรคเพื่อไทยกับพรรคขั้วเดิม เป็นรัฐบาลกึ่งประชาธิปไตย โดยไม่มีพรรคก้าวไกล

นายซานิตกล่าวว่า หากออกมาเป็นสูตรนี้จะทำให้การจัดตั้งรัฐบาลรวดเร็วขึ้นเป็นปลายเดือนกรกฎาคมนี้ อาจไม่ลากยาวเหมือนที่หลายคนกังวล ส่วนผู้ที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น คาดว่าจะเป็นแคนดิเดตจากพรรคเพื่อไทย คือ นายเศรษฐา ทวีสิน ด้วยไฟต์บังคับของสถานการณ์ที่พลิกล็อกและบีบให้ออกมาให้จบที่พรรคเพื่อไทย แต่ต้องดูกันต่อไปว่ารัฐบาลใหม่จะมีความเสถียรภาพและสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนได้มากน้อยแค่ไหน

“คนที่เป็นนายกคนต่อไป ไม่ว่าคุณเศรษฐาจากพรรคเพื่อไทยหรือสุดท้ายจะเป็นใครก็ตาม คงต้องทำงานอย่างหนัก ทำคนเดียวไม่ได้ ต้องหาทีมเศรษฐกิจที่เข้มแข็งขึ้นมาช่วยบริหารและแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศที่เปราะบาง เร่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคเอกชน นักลงทุนไทยและต่างชาติโดยเร็ว ซึ่งต้องเพิ่มมาตรการด้านเศรษฐกิจ การเงิน การคลังมากระตุ้นระยะสั้นให้เศรษฐกิจพลิกฟื้นได้เร็วที่สุด โดยเฉพาะเรื่องหนี้ครัวเรือนที่ปรับตัวสูงขึ้น กระทบต่อกำลังซื้อทุกภาคส่วน ไม่ใช่เฉพาะภาคอสังหาริมทรัพย์” นายศานิตกล่าว

นายศานิตกล่าวว่า ในส่วนของบริษัทขณะนี้ค่อนข้างระมัดระวังการลงทุนอยู่แล้ว ซึ่งเริ่มชะลอการลงทุนมาได้ 2 ปีแล้วตั้งแต่มีโควิด จะเน้นทำตลาดบ้านระดับกลาง-บนมากขึ้น เพราะตลาดระดับกลาง-ล่างติดปัญหาเรื่องกำลังซื้อ ลูกค้าส่วนใหญ่กู้ไม่ผ่าน รวมถึงเร่งบริหารสต๊อกให้เหมาะสม กำหนดราคาและกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน ซึ่งในครึ่งหลังของปี 2566 มีเลื่อนเปิด 1 โครงการไปเป็นต้นปี 2567 เป็นกลุ่มบ้านราคาแพง

Advertisement

นายวสันต์ เคียงศิริ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า คงต้องรอดูสถานการณ์การเมืองต่อไป เพราะดูแล้วน่าจะยังไม่จบได้ในเร็ววันนี้ ทั้งนี้ผลจากนายพิธาไม่ได้รับการโหวตเป็นนายกรัฐมนตรี ในระหว่างนี้ถือว่าเป็นโอกาสของพรรคเพื่อไทยเพราะเป็นพรรคอันดับ 2 แต่การเมืองซับซ้อน พลิกผันได้เสมอ ต้องดูกันยาวๆ

นายวสันต์กล่าวว่า อย่างไรก็ตามเอกชนอยากให้ตั้งรัฐบาลใหม่ได้ในเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อให้เศรษฐกิจและประเทศเดินหน้า จะเป็นใครหรือพรรคไหนก็ได้ ห่วงอย่างเดียวหากไม่เป็นไปอย่างที่คนคาดหวัง มีการพลิกขั้วขึ้นมา จะเกิดเหตุวุ่นวายขึ้น

“เศรษฐกิจไตรมาส 3 จะทรงตัวไปทางซบเซา เพราะเป็นช่วงโลว์ซีซั่น ขณะที่กำลังซื้อบ้านก็ไม่ค่อยดี แม้จะไม่เป็นผลจากการเมืองโดยตรงก็ตาม แต่หากการเมืองลากยาวอาจจะมีผล ก็ภาวนาขอให้ได้รัฐบาลในสิงหาคมนี้ อย่างน้อยจะทำให้เศรษฐกิจไตรมาส4 คึกคัก จากความเชื่อมั่นต่างๆ ที่จะตามมา ทั้งคนอยากซื้อบ้าน จากเดิมไม่ค่อยมั่นใจสถานการณ์การเมือง เศรษฐกิจ ก็จะกลัาตัดสินใจซื้อมากขึ้น ขณะที่ต่างชาติจะเข้ามาท่องเที่ยวในไทยได้มากขึ้นซึ่งไตรมาส 4 เป็นช่วงไฮซีซั่นด้วย” นายวสันต์กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน