คู่ซี้เจ้าของร้าน’แบร์เฮาส์’ชื่นมื่น ทำยอดขายชานมไข่มุกเฉลี่ย 8,000แก้ว/วัน
นางสาวปัทมพร ปรีชาวุฒิเดช (ซารต์) ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท 21 ซันแพสชั่น จำกัด เจ้าของร้านชานมไข่มุกแบรนด์ไทย “BEARHOUSE” (แบร์เฮาส์) เปิดเผยว่า ปี 2566 เป็นปีที่แบร์เฮาส์ ดำเนินธุรกิจครบรอบ 4 ปี พร้อมเดินหน้าสู่ปีที่ 5 โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาแบร์เฮาส์ เติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยจุดเด่นของวัตถุดิบและรสชาติที่เป็นซิกเนเจอร์ในแบบฉบับของตัวเอง คือ ไข่มุกโมจิปั้นสดสูตรเฉพาะที่คิดค้นและทำเองใส่ใจในทุกขั้นตอนการผลิต ตั้งแต่แป้งซึ่งมีแป้งข้าวไทยเป็นส่วนประกอบ และปั้นสดใหม่ทุกวัน รสชาติกลมกล่อม ส่งผลให้แบร์เฮาส์ ได้กระแสตอบรับที่ดีตั้งแต่วันแรกที่เปิดให้บริการสาขาแรกที่สยามสแควร์ปี 2562 จากการขับเคลื่อนแบรนด์ด้วย Passion ควบคู่ขยายสาขาและเปิดตัวเมนูใหม่ ต่อเนื่อง ทำให้ปัจจุบันแบร์เฮาส์มีสาขา 23 แห่ง รอบกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมทั้งนำร่องเปิดสาขาต่างจังหวัดแรกที่ นครราชสีมา เมื่อปี 2565
ล่าสุดแบร์เฮาส์ เปิดตัวเครื่องดื่มเมนูใหม่ Fruit Tea Series ใน 2 หมวดสินค้า คือ ชาผลไม้นุ่มชีส และชาใสนุ่มชีส โดยกลุ่มที่เป็นเรือธงของ Fruit Tea Series คือ “ชาผลไม้นุ่มชีส” มีให้เลือก 3 รสชาติ คือ ชาพีชลิ้นจี่นุ่มชีส, ชาเนื้อส้มนุ่มชีส และชาเสาวรสมะม่วงนุ่มชีส ชูจุดเด่น “ชาผลไม้เนื้อเยอะ อร่อยคุ้ม นุ่มชีส” เลือกใช้เนื้อผลไม้คุณภาพ พิถีพิถันในการต้มชา พร้อมด้วยท็อปปิ้งนุ่มชีส สูตรเฉพาะ ด้วยรสชาติของครีมชีสแท้นำเข้าจากออสเตรเลีย ราคาแก้วละ 120 บาท
” แบร์เฮาส์ มีเมนูชาผลไม้ที่ทานกับชีสมาตั้งแต่ปี 2562 ซึ่งขณะนั้นยังไม่เป็นที่นิยม แต่ปัจจุบันเทรนด์และกระแสตอบรับชาผลไม้มาแรงมาก ถือโอกาสต่อยอดเป็นเมนูใหม่ได้ทันที และได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบจากการทำการตลาดออนไลน์ เป็นทำการตลาดแบบ In-Store Marketing ด้วยการตกแต่งร้าน พร้อมทำสื่อขึ้นที่หน้าร้านทุกสาขา ควบคู่จัดโปรโมชัน แม้ว่าการตลาดแบบใช้โปรโมชันจะทำให้เราแทบไม่ได้กำไรเลย แต่อยากให้ทุกคนได้ลอง มั่นใจว่าเมนูใหม่ของเราอร่อย และต้องอยากกลับมาทานซ้ำแน่นอน” นางสาวปัทมพร กล่าว
![]()
นางสาวปัทมพร กล่าวต่อว่า ตลอดเวลา 4 ปี แบร์เฮาส์ มีอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยปี 2562 เป็นปีแรกที่เปิดดำเนินการ มียอดขาย 17 ล้านบาท ต่อมาปี 2563 ยอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 82 ล้านบาท ส่วนปี 2564 มียอดขาย 104 ล้านบาท และปี 2565 ทำยอดขายได้ 210 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 79% จากปี 2564 ถือเป็นอัตราการเติบโตที่สูงที่สุดในตลาดร้านชา ซึ่งมาจากการขยายสาขา พร้อมทั้งการเพิ่มโปรดักส์ไลน์ และเปิดตัวเมนูใหม่ ๆ โดยปัจจุบันแบร์เฮาส์ มียอดขายเฉลี่ยวันละ 8,000 แก้ว แบ่งเป็นยอดขายวอล์คอิน หน้าร้าน 60% และดิลิเวอรี 40%
นายอรรถกร รัตนารมย์ (กานต์) ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้จัดการทั่วไป บริษัท 21 ซันแพสชั่น จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมอาหารไทยมีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยปีละ 16% โดยในส่วนของตลาดร้านชายังคงเติบโตต่อเนื่อง มีการแข่งขันสูงและมีคู่แข่งจำนวนมากในตลาด Red Ocean เนื่องจากสินค้าและบริการที่เหมือน ๆ กัน ซึ่ง BEARHOUSE จัดอยู่ในกลุ่ม Blue Ocean ถือเป็นตลาดที่มีคู่แข่งน้อย และแข่งขันในด้านการสร้างคุณค่าและความแตกต่างของแบรนด์ โดยยังมีอัตราการขยายตัวที่ดีต่อเนื่องและเป็นตลาดที่ยังมีโอกาสและสามารถเติบโตได้อีกมาก ซึ่งตลอดมา BEARHOUSE ก็ได้ให้ความสำคัญกับการวิจัย และพัฒนา (R&D) ผลิตภัณฑ์ เพื่อต่อยอด สร้างจุดขาย และรองรับต่อความต้องการของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน
“การทำธุรกิจแบบ BEARHOUSE เริ่มต้นมาจากลูกค้า ดังนั้นทุก ๆ คำติชม และแนะนำจากลูกค้าจะถูกนำมาพัฒนาแก้ไข และนำไปสร้างให้เกิดระบบในองค์กร แม้เราจะทำงานเร็วเหมือนบริษัทขนาดเล็ก แต่เราสามารถพัฒนาระบบบริหารงานให้ใกล้เคียงกับบริษัทขนาดใหญ่ มีการวางระบบบัญชี ระบบ HR ระบบเทรนนิ่งอย่างจริงจัง ตั้งแต่เปิดตัวสาขาแรกเรามีเป้าหมายชัดเจนว่าไม่ได้ทำธุรกิจแบบเล่น ๆ ดังนั้นเรื่องเล็ก ๆ ของลูกค้าถือเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเราที่จะนำมาใช้พัฒนาการบริหารจัดการภายในองค์กร โดยวางจุดยืนให้ BEARHOUSE เป็นแบรนด์ระดับพรีเมียมแมส และเป็นตัวเลือกในระยะยาวสำหรับผู้บริโภค” นายอรรถกร กล่าว
