‘ซีเจมอร์’ ขยายอาณาจักรค้าปลีก ผุดปีละ 250 สาขา ปั๊มรายได้ทะลุ ‘แสนล้าน’ ก่อนปี’73
นายวีรธรรม เสถียรธรรมะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีเจ มอร์ จำกัด ผู้บริหารร้านค้าปลีกแบรนด์ CJ ทายาทเสถียร เสถียรธรรมะ เจ้าพ่อคาราบาวกรุ๊ป เปิดเผยว่า บริษัทจะชะลอการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO)ในตลาดหลักทรัพย์ออกไปอีก 1-2 ปี จากเดิมตั้งเป้าจะIPOปลายปี 2566 นี้ เนื่องจากไทม์มิ่งตลาดยังไม่ค่อยดีสำหรับการทำIPO ด้วยภาวะเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจในประเทศและการเมืองที่ยังไม่นิ่ง แต่เมื่อไรเศรษฐกิจดีขึ้น และตลาดรีโคฟเวอร์บริษัทพร้อมจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้ทันที เพราะทำตามขั้นตอนและข้อมูลพร้อมแล้ว แต่ที่ไม่ยื่นเพราะถ้ายื่น ภายใน 1 ปี ต้องเข้าตลาดและไม่มีอะไรจะบอกว่าใน 1 ปีจะเข้าได้จริง
“ตั้งแต่ต้นปี 2566 ธุรกิจ เศรษฐกิจดีขึ้น แต่ถ้าเทียบกับก่อนก่อนโควิดยังห่างอยู่ คาดหวังว่าการที่นักท่องเที่ยวทยอยเข้ามาเรื่อยๆ ในครึ่งปีหลัง จะส่งผลให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้มากขึ้น ด้านยอดขาย 6 เดือนที่ผ่านมายังเป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ ในปีนี้ตั้งเป้ารายได้รวม 40,000 ล้านบาท และกำไรมากกว่า 2,500 ล้านบาท เพิ่มจากปี 2565 มีรายได้รวม 35,000 ล้านบาท กำไร 1,770 ล้านบาทและวางเป้ารายได้จะทะลุ 1 แสนล้านก่อนปี 2573” นายวีรธรรมกล่าว

นายวีรธรรมกล่าวว่า สำหรับการลงทุนในปีนี้ใช้เงินลงทุน 3,000 ล้านบาท สำหรับการรีโนเวตสาขาเดิมและเปิดสาขาใหม่ 250 สาขา แบ่งเป็นซีเจ ซูเปอร์มาร์เก็ต 150 สาขาและ ซีเจ มอร์ประมาณ 100 สาขา ซึ่งครึ่งปีแรกเปิดแล้วกว่า 100 สาขา ถึงสิ้นปีนี้จะมีกว่า 1,100 สาขา ครอบคลุมถึง 42 จังหวัดใน 5 ภูมิภาคของประเทศไทย และตั้งเป้าจะเปิดสาขาใหม่ 250 สาขาต่อปีต่อเนื่องอีก 3-4 ปี ซึ่งภายในปี 2569 จะเปิดครบ 2,000 สาขาและ 3,000 สาขาก่อนปี 2573
“ปัจจุบันเรามี 2 โมเดล คือ ซีเจ ซูเปอร์มาร์เก็ต พื้นที่เฉลี่ย 300 ตร.ม. มีลูกค้าเฉลี่ย 500- 600 คนต่อวันต่อสาขา และซีเจ มอร์ พื้นที่ประมาณ 2 ไร่ ภายในร้านจะมีสินค้าหลากหลายของเครือ เช่น สินค้าไลฟ์สไตล์ อูโนะ นายน์บิวตี้ สินค้าความงาม ร้านกาแฟและเครื่องดื่มบาว คาเฟ่ ใช้เงินลงทุนสาขาละ 10 ล้านบาท มีลูกค้าเฉลี่ย 800-1,000 คนต่อวันต่อสาขาและปลายปีนี้เราจะมีซีเจมอร์เป็นไซซ์ใหญ่ โดยเพิ่มพื้นที่ขาย 300 ตร.ม.และเพิ่มสินค้าเป็น 15,000 รายการ พร้อมบริการใหม่ๆ ให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ลูกค้า โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่เราอยากเข้าไปเจาะมากขึ้น เริ่มนำร่องทำเลกรุงเทพและปริมณฑล” นายวีรธรรมกล่าว

นายวีรธรรมกล่าวว่า สำหรับการขยายสาขาในปีที่ผ่านมา เราเน้นภาคอีสานค่อนข้างมาก ในปีนี้หยุดการขยายตัวในภาคอีสาน เพราะต้องเรียนรู้พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยก่อนหน้านี้เราอยู่ในกรุงเทพฯและภาคกลางเป็นหลัก เพราะสินค้าและบริการเราถนัดกับลูกค้าภาคกลาง ภาคตะวันตก ภาคตะวันออก พอไปภาคอีสานก็ต้องเรียนรู้ โดยปีนี้เน้นกรุงเทพมากขึ้น ส่วนปีหน้าคงกลับไปเปิดสาขาที่ภาคอีสานเพิ่ม เพราะได้ลงทุน 1,000 ล้านบาท สร้างคลังสินค้าที่จ.ขอนแก่น มีพื้นที่ 70,000 ตร.ม. จากปัจจุบันมีอยู่ 2 แห่งที่จ.ราชบุรีและจ.ฉะเชิงเทรา ส่วนภาคเหนือและภาคใต้คงหาจังหวะค่อยๆทำตลาดไป
นายวีรธรรมกล่าวว่า เนื่องในโอกาสซีเจมอร์ครบรอบ 18 ปี ได้จัดกิจกรรมการตลาดในครึ่งปีหลัง ขอบคุณลูกค้าที่อยู่เคียงคู่กันผ่าน 3 กิจกรรม คู่โชค คู่บุญ คู่จิ้นระหว่างวันที่ 25 กรกฎาคม 2566 ถึง 24 ตุลาคม 2566 คาดว่าจะได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี

สำหรับทั้ง 3 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมคู่โชค มุ่งคืนกำไรให้ลูกค้าสมาชิกสบายการ์ด เพียงซื้อของในซีเจ มอร์ ก็สามารถมีโอกาสได้ช้อปฟรีทั้งบิล
กิจกรรมคู่บุญ ร่วมแบ่งปันสิ่งดีๆ คืนให้สังคมด้วยการส่งต่อแต้มสมาชิกสบายการ์ดให้กับ 8 ชุมชนทั่วไทยที่ซีเจฯ มีสาขาตั้งอยู่ ผ่านการเลือกสรรจากคำแนะนำของลูกค้าสมาชิกและพนักงาน เพื่อให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนในชุมชนอย่างแท้จริง โดยทุก 20 แต้ม = 1 บาท และการบริจาคทุก 1 บาท ซีเจ มอร์ สมทบ 1 บาท
กิจกรรมคู่จิ้น ลุ้นเป็นหนึ่งในผู้โชคดี ได้ร่วมกิจกรรมทำบุญสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ฟินใจฟูกับคู่จิ้น กับ 2 คู่จิ้นสุดฮอต เฟิร์ส-ข้าวตัง และ ฟรีน-เบ็คกี้ ผ่านการสะสมสิทธิ์จากการซื้อของซีเจ มอร์ เพียง 250 บาทต่อบิล และผ่าน Challenge สุดครีเอทีฟสำหรับชาว TikTok โดยสามารถร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2566 ถึง15 กันยายน 2566


