‘เอสเอ็มอี’ ติดหนี้ 60% ดอกแพง 12% พบ 55% จ่ายหนี้สะดุดวอนลดดอกกู้

22.07.23 | 17:08 น.

‘เอสเอ็มอี’ ติดหนี้ 60% ดอกแพง 12% พบ 55% จ่ายหนี้สะดุดวอนลดดอกกู้

นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า สสว. ได้ทำการสำรวจผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี) ครอบคลุมกิจการผลิต การค้า และบริหาร เกี่ยวกับสถานการณ์ด้านหนี้สินกิจการของเอสเอ็มอี ไตรมาสที่ 2(เมษายน-มิถุนายน) ปี 2566 โดยสอบถามผู้ประกอบการ จำนวน 2,691 ราย ใน 6 ภูมิภาคทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 17-27 มิถุนายน 2566 พบว่า ในไตรมาสที่ 2 ปี 2566 ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีถึง 59.7% มีภาระหนี้สิน เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า(มกราคม-มีนาคม2566) ที่อยู่ที่ 53.4% โดยมีวัตถุประสงค์หลักของการกู้ยืมเพื่อนำมาใช้หมุนเวียนในกิจการ รองลงมา คือ การลงทุนในกิจการ เพื่อการซ่อมแซมสถานประกอบการ และพบว่ากลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยโดยเฉพาะธุรกิจภาคการค้าและภาคการบริการมีสัดส่วนการกู้ยืมเงินจากแหล่งเงินทุนนอกระบบสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นการกู้ยืมจากเพื่อนหรือญาติพี่น้องมากที่สุด เนื่องจากแหล่งเงินทุนในระบบสถาบันการเงินมีวิธีการและกระบวนการพิจารณาที่เข้มงวด

นายวีระพงศ์ กลาวว่า ผลสำรวจยังพบว่าผู้ประกอบการเอสเอ็มอี 35.6% มีภาระหนี้สินอยู่ในช่วง 50,000 – 100,000 บาท สัดส่วนดังกล่าวเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งอยู่ที่ 33.2% ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มธุรกิจรายย่อย โดยมีระยะเวลาสัญญาเงินกู้ในช่วงไม่เกิน 7 ปี ขณะที่ต้นทุนการกู้ยืมเงินของเอสเอ็มอีปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า โดยเฉพาะ ธุรกิจรายย่อยยังแบกรับอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าธุรกิจขนาดอื่นๆ โดยขยับขึ้นมาอยู่ในช่วง 9-12% จาก 6-8% ในช่วงไตรมาสก่อน

นายวีระพงศ์ กล่าวว่า ผลสำรวจยังพบอีกว่า สถานการณ์ในไตรมาสที่ 2 ปี 2566 ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี กว่า 55.4% ยังคงเผชิญกับปัญหาในการชำระหนี้ ด้วยเหตุที่รายได้น้อยกว่ารายจ่าย สภาพคล่องลดลงและอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงขึ้น อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการเอสเอ็มอี 57.8% ยังสามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนดสัญญา จากภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว แต่พบว่าผู้ประกอบการเอสเอ็มอี 42.4% เริ่มประสบปัญหาการผิดเงื่อนไขการชำระหนี้ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยและขนาดย่อม ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มมีภาระหนี้สินเพิ่มขึ้น โดยพบว่า ปัญหาสำคัญที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีส่วนใหญ่ยังคงเผชิญ คือ ปัญหาด้านอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการประกอบธุรกิจ รองลงมา คือ การเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่เป็นสถาบันการเงินซึ่งมีขั้นตอนการยื่นกู้ยุ่งยาก 

“สิ่งที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีต้องการให้ภาครัฐช่วยเหลือมากที่สุด คือ การลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ รองลงมา คือ ต้องการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับธุรกิจรายเล็ก และการลดขั้นตอนหรือเงื่อนไขในการยื่นขอสินเชื่อ” นายวีระพงศ์กล่าว

Advertisement