หน้าแรก เศรษฐกิจ สรท.วอนเคาะนา...

สรท.วอนเคาะนายกฯ จบ 27 ก.ค. จี้รบ.ใหม่แก้พลังงาน-สู้แล้ง

22.07.23 | 17:28 น.

สรท.วอนเคาะนายกฯ จบ 27 ก.ค. จี้รบ.ใหม่แก้พลังงาน-สู้แล้ง

นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยถึงการจัดตั้งรัฐบาลที่จะมีการโหวตนายกรัฐมนตรีอีกครั้งวันที่ 27 กรกฎาคม ว่า ปัจจุบันภาคการส่งออกยังติดลบอย่างต่อเนื่อง ผ่านไปแล้วครึ่งปีแต่สถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น บวกกับปัจจัยภายนอกประเทศ อย่างจีน กับสหรัฐ ที่เป็นหนึ่งในประเทศคู่ค้าสำคัญของไทย อยู่ในช่วงเศรษฐกิจถดถอย รวมถึงความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน ยังเป็นเรื่องที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต ทางผู้ประกอบการด้านการส่งออก และนักธุรกิจส่วนใหญ่ หวังให้การเลือกนายกรัฐมนตรีเสร็จสิ้นโดยเร็ว หรือควรมีการโหวตให้เสร็จในการประชุมนัดถัดไป ในวันที่ 27 กรกฎาคมนี้ เพื่อลดความขัดแย้งในประเทศลง

“เรื่องการเมืองในประเทศเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ต้องจับตามอง และอยากให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องบรรลุข้อตกลงร่วมกันโดยเร็ว ไม่ว่าใครจะได้ตำแหน่งก็ขอให้เลือกโดยไม่มีความขัดแย้งเกิดขึ้นมาภายหลัง เพราะเรื่องหลักที่ควรโฟกัสคือ ทุกคนจะต้องทำงานร่วมกัน เพื่อสู้กับปัจจัยภายนอกรุมเร้ากัยเศรษฐกิจไทย ไม่ว่าจะเป็นยุโรป สหรัฐฯ และจีน เศรษฐกิจยังไม่ค่อยดี ยังติดลบอยู่หลายรายการ จึงอยากให้มีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่โดยเร็ว เพื่อช่วยกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปด้วยกันอย่างเร็วที่สุด” นายชัยชาญ กล่าว

ส่วนประเด็นปัญหาแรกที่รัฐบาลชุดใหม่ต้องเร่งเข้ามาแก้ไข ยังคงเป็นเรื่องของราคาพลังงาน ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดในช่วงเวลานี้ เนื่องจากส่งผลกระทบกับทุกภาคส่วน ทั้งภาคประชาชน และธุรกิจ อีกทั้งช่วงที่รัฐบาลชุดใหม่เข้ามาทำงาน จะอยู่ในช่วงที่ราคาน้ำมันมีความผันผวน เพราะจะเข้าสู่หน้าหนาวของประเทศยุโรปแล้ว รวมถึงต้องมีการจัดตั้งคณะทำงานตอบโต้ภัยพิบัติ โดยเฉพาะภัยแล้ง เพราะเป็นสิ่งที่สำคัญมาก และเราต้องเผชิญยาวไปถึงปี 2567

อย่งไรก็ตาม ในเรื่องของภัยแล้งถือเป็นอีกปัจจัยที่มีผลต่อภาคการเกษตร และอาหาร ที่เป็นอุตสาหกรรมหลักของไทย รวมถึงเรื่องภัยแล้งจะเข้ามาเป็นอีกหนึ่งปัจจัยลบที่สำคัญ และมีผลต่อภาคการส่งออก โดยเฉพาะกลุ่มพืชเกษตร และอาหารทะเล หลังจากนี้ต้องติดตามสถานการณ์ภัยแล้งในช่วงหลังจากนี้อีกครั้งหนึ่ง ว่าจะมีความรุนแรงแค่ไหน ก่อนจะมีการปรับประมาณการตัวเลขภาพรวมภาคการส่งออก ในปี 2566 อีกครั้งต่อไป

Advertisement