‘โลตัส’ พลิกโฉมทั่วไทย สลัดภาพไฮเปอร์มาร์เก็ต สู่ ‘ไลฟ์สไตล์มอลล์’ ใหญ่เท่าห้าง

22.07.23 | 17:37 น.

‘โลตัส’ พลิกโฉมทั่วไทย สลัดภาพไฮเปอร์มาร์เก็ต สู่ ‘ไลฟ์สไตล์มอลล์’ ใหญ่เท่าห้าง

หลังได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี จาก “โลตัส นอร์ธ ราชพฤกษ์” ศูนย์การค้าทันสมัย มูลค่า 1,500 ล้านบาท ภายใต้คอนเซ็ปต์ “สมาร์ท คอมมูนิตี้ เซ็นเตอร์” โมเดลใหม่ที่ “โลตัส” กลับมาสู่อ้อมกอดเครือซีพี ส่งชิมลางตลาดเมื่อปลายปี 2565

ล่าสุด “โลตัส” วางยุทธศาสตร์ใช้เป็นโมเดลต้นแบบในการขยายสาขาใหม่และปรับปรุงสาขาเดิมให้ไฉไล ให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าทุกวัย ท่ามกลางสมรภูมิค้าปลีกแข่งเดือดและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปหลังโควิด

“เบญจวรรณ อ่องศรี” ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานบริหารพื้นที่ศูนย์การค้า โลตัส

“เบญจวรรณ อ่องศรี” ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานบริหารพื้นที่ศูนย์การค้า โลตัส กล่าวว่า ในแผนปี 2566 ใช้เงินลงทุน 12,000 ล้านบาท เพื่อเปิดสาขาใหม่ ปรับปรุงและขยายพื้นที่สาขาเดิม รวม 31 แห่งทั่วประเทศ สู่โมเดลไลฟ์สไตล์มอลล์ ด้วยขนาดพื้นที่ประมาณ 30,000-40,000 ตารางเมตร ใหญ่เท่าศูนย์การค้าขนาดกลาง เพื่อให้ตอบโจทย์ลูกค้าในวัยมากขึ้น จะเริ่มเห็นตั้งแต่ปี 2567-2568

สำหรับ 31 สาขา”เบญจวรรณ”อธิบายว่า เป็นก่อสร้างใหม่ประมาณ 7 สาขาในจังหวัดท่องเที่ยวหรือหัวเมืองใหญ่ ไม่มีในกรุงเทพฯ เพราะต้องใช้พื้นที่ขนาดใหญ่ ในไตรมาส3 นี้ เริ่มก่อสร้างที่จ.ยะลา มีกำหนดเสร็จไตรมาส2 ปี หน้า ซึ่งเป็นสาขาแรกเราเปิดใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ จากนั้นจะทยอยเปิดเผยว่าเป็นจังหวัดไหนอีกบ้าง ส่วนอีก 24 สาขา เป็นการขยายพื้นที่เพิ่มในสาขาเดิมที่มีศักยภาพ โดยมี 4 สาขาที่ชัดเจนแล้ว มีปากช่อง อุดรธานี พัฒนาการ เอกมัย-รามอินทรา จะขยายพื้นที่เดิม 5,000-7,000 ตารางเมตร เป็น 30,000 ตารางเมตร ที่เหลือเป็นการรีโนเวต เช่น บางกะปิ รวมถึงสาขาลาดพร้าวใกล้บีทีเอสที่กำลังพิจารณารูปแบบ โดนทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายในปี 2567-2568

Advertisement

“เราจะแปลงร่างจากโลตัสไฮเปอร์มาร์เก็ตธรรมดา เป็นรูปแบบสมาร์ทคอมมูนิตี้เซ็นเตอร์ให้มากขึ้น เมื่อปีที่แล้ว เริ่มปรับรูปแบบเพิ่มร้านอาหาร ขยายพื้นที่มากขึ้น ในปีนี้มีโมเดลใหม่เพิ่ม คือ Lotus’s Privé (โลตัส พรีเว่) เจริญนคร ในศูนย์การค้าไอซีเอส และวันที่ 1 สิงหาคมนี้เราจะเปิดตัวโมเดล Lotus’s Eatery ขนาด 1,500 ตารางเมตร ศูนย์รวมอาหารทุกประเภทที่ทันสมัย อร่อย เข้าถึงง่าย มีหุ่นยนต์บริการและเป็นแคชเลส(ไร้เงินสด)” เบญจวรรณกล่าว

พร้อมเผยกลยุทธ์ดันโลตัสไปสู่ลุคใหม่ จะโฟกัส 4 ด้าน

1.ศูนย์กลางอาหารและร้านอาหาร ให้มีความหลากหลาย ตรงกับกลุ่มลูกค้า ของแต่ละโลเกชั่นนั้น ๆ เช่น เพิ่มสัดส่วนร้านอาหารจาก 20% เป็น 60% มีร้านดัง ร้านค้าท้องถิ่นเพิ่มขึ้น

2.ไลฟ์สไตล์เซ็นเตอร์ เป็นศูนย์รองรับการใช้ชีวิตของชุมชน ไม่ต้องไปใช้สินค้าหรือบริการที่อื่น ๆ เช่น เพิ่มร้านทำผมทำเล็บ เรื่องสุขภาพ แดนซ์ สอนดนตรี พื้นที่สีเขียว โซนสัตว์เลี้ยง

3.สมาร์ทไลฟ์ โซลูชั่น เน้นกลุ่มสินค้าไอที รับเทรนด์คนรุ่นใหม่ รวมถึงการบริการที่ทันสมัย เช่น จุดชาร์จอีวี และ4.โมเดิร์นดีไซน์ โดยรีโนเวต ปรับศูนย์ด้วยดีไซน์ใหม่ๆ ให้ทันสมัยเหมาะกับการใช้ชีวิตของทุกวัย

“การที่โลตัสจะแปลงร่างของตัวเอง จะผ่านการทำงาน 3 อย่าง คือ 1.เปิดสาขาใหม่โดยนำสิ่่งใหม่ๆเข้าไป ให้เหมาะสมกับโลเกชั่นนั้น ๆ 2.คัดสรรสาขาเดิมที่มีศักยภาพขยายพื้นที่ให้ใหญ่ขึ้น และ3.รีโนเวตสาขาเดิมจะอัพเดตร้านค้าใหม่ ๆ เข้าไป” เบญจวรรณสรุป

พร้อมย้ำว่าทั้งหมดเป็นการเก็บข้อมูลแบบอินไซต์ของคนในพื้นที่ โดยเริ่มทำมาตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยเพิ่มร้านค้ากว่า 300 แบรนด์ ซึ่งลูกค้ามีความพึงพอใจ 86% และเปิดสาขาโมเดลใหม่ที่นอร์ธ ราชพฤกษ์ ลูกค้าตอบรับค่อนข้างดี ทราฟฟิคเติบโตทุกวัน เช่นเดียวกับโลตัส พรีเว่ ลูกค้าก็ตอบรับดี ในปลายปีนี้จะเปิดอีก 1 สาขา

“ถึงสิ้นปีนี้โลตัสจะมีสาขาทั้งหมดกว่า 2,300 สาขาแบ่งเป็นไฮเปอร์มาร์เก็ตกว่า 200 สาขา ซูเปอร์มาร์เก็ตกว่า 200 สาขาและมินิซูเปอร์มาร์เก็ต(โลตัส โก เฟรช)อีก 1,900 สาขา ซึ่งในส่วนของมินิซูเปอร์มาร์เก็ต เรากำลังต่อยอดที่ดินว่างที่เหลืออยู่ด้านข้างของแต่ละสาขา หารายได้ในที่ดินเพิ่ม เช่น มีบริการซักผ้า อาหาร เป็นการต่อยอด ซึ่งมีทำแล้ว เช่น สาขาลาดพร้าว 122 มีเบอร์เกอร์คิง และแมคโดนัลด์อยู่ข้างๆ”

ไม่เพียงเท่านั้น “เบญจวรรณ” ยังบอกว่า ในอนาคตจะมีสาขาติดกับสถานีรถไฟฟ้า ล่าสุดได้เช่าและบริหารพื้นที่อาคาร 4 ชั้นด้านข้างโครงการคอนโดมิเนียม “นิว ครอส คูคต สเตชัน” ของกลุ่มโนเบิล รองรับคนอยู่อาศัยในย่านนั้น และเป็นโมเดลที่เราอยากจะลองทำมานานแล้ว