“กัปตัน” แฉกลับ”นกแอร์” บีบปล่อยนักบินไม่ผ่านเกณฑ์ขึ้นบิน เผยเคยทะเลาะเกือบชกต่อย”พาที”

16.02.16 | 20:28 น.

อดีตนักบินเปิดใจถูกไล่ออก

ช่วงเย็นวันที่16กุมภาพันธ์ นายศานิต คงเพชร อดีตนักบินนกแอร์ ให้สัมภาษณ์ในรายการเรื่องเด่นเย็นนี้ ที่สถานีโทรทัศน์ช่อง3 ระบุตอนหนึ่งว่านักบินไม่ได้ทำการประท้วงด้วยการหยุดบิน และตนไม่ใช่แกนนำ ไม่ได้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์เพราะไม่สบาย ลาป่วยขอหยุดบินมาตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยไปพักรักษาตัวอยู่ที่จ.ระยอง ส่วนที่ถูกคำสั่งไล่ออกเพราะจงใจทำผิดชัดเจนด้วยการลงชื่อทำงานแต่หายไปเฉยๆ เพราะไม่พอใจกับการปรับตำแหน่งใหม่ที่นักบินที่อยู่ในตำแหน่งบริหารด้วยเหลือเพียงเป็นนักบินอย่างเดียว และจะให้คนนอกมานั่งบริหารแทนนั้น ขอชี้แจงว่าการปรับโครงสร้างใหม่นั้นนักบินที่ทำหน้าที่บริหารด้วยนั้นถูกปรับออกจากผังใหม่เพียง 2-3 คนเท่านั้น สำหรับตนยังนั่งอยู่ตำแหน่งเดิมทั้งผังใหม่และผังเก่า อย่างไรก็ตาม นักบินที่นั่งบริหารด้วยในปัจจุบันยินที่จะขอบินเพียงอย่างเดียว ไม่มีอยากนั่งบริหารด้วย เพราะได้ค่าตอบแทนเพิ่มเพียงเดือนละ 5,000บาท ขณะที่ไปบินได้วันละ 15,000-20,000 บาท

“ผมพร้อมเจอกับคุณพาที สารสิน แบบตัวต่อตัว ผมจะแฉกันจะไปเลย” นายศานิตกล่าวและว่า สาเหตุวันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่เกิดปัญหาหยุดบินในหลายเที่ยวบิน เนื่องจากนักบินไม่เพียงพอ เพราะที่ผ่านมาฝ่ายบริหารจัดทำแผนการบินไม่เคยมาปรึกษาพูดคุยกับนักบินเลย เมื่อนักบินไม่เพียงพอ ควรต้องลดเที่ยวบิน แต่การเป็นเพิ่มเที่ยวบินมากขึ้น ซึ่งเป็นปัญหาเรื่องการบริหารจัดการ ส่วนที่นักบินไม่ยอมบินในวันดังกล่าว เพราะฝ่ายบริหารต้องการให้ครูฝึกบินยอมปล่อยให้นักบินที่ยังไม่ผ่านเกณฑ์การบินมาร่วมบินด้วย ซึ่งไม่มีครูฝึกบินคนไหนยอมเพราะเป็นเรื่องของความปลอดภัย และเป็นเรื่องการทำผิดกฎระเบียบ

แฉปล่อยคนไม่ผ่านเกณฑ์มาบิน

ผู้ดำเนินรายการถามย้ำว่า มีหลักฐานหรือไม่ กล่าวหาลอยๆไม่ได้ นายศานิตกล่าวย้ำว่า “ มีหลักฐานแน่นอน ครูนักบินถูกบีบให้ทำผิด ให้ปล่อยคนที่ยังไม่ผ่านเกณฑ์การบินมาบิน ซึ่งเป็นความอึดอัดใจที่จะต้องทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง จึงตัดสินใจหยุดบิน

Advertisement

ผู้ดำเนินรายการถามอีกว่า เคยเรียกร้องหรือแจ้งปัญหาดังกล่าวให้ผู้บริหารทราบหรือไม่ นายศานิต กล่าวว่า เรียกร้องบ่อยมาก แต่ผู้บริหารยังยืนยันเจตนารมณ์เหมือนเดิม ส่วนที่ตนมาลงชื่อปฏิบัติงานแต่ไม่ทำงาน อยากชี้แจงว่าได้รับการร้องขอจากบริษัทให้มาช่วยบินเพราะนักบินขาด เมื่อเห็นว่าเกิดปัญหา จึงได้มาลงชื่อทำงาน แต่เมื่อมาถึงในสภาพร่างกายที่ยังป่วยอยู่ ประกอบกับถูกกล่าวหาว่าเป็นแกนนำนักบินที่ทำการหยุดบิน สภาพจิตใจและร่างกายขณะนั้นจึงไม่พร้อมบิน จึงตัดสินใจไม่บิน
“ให้เขา(ผู้โดยสาร)ด่า ดีกว่าพาไปตาย ที่ทำทั้งหมดเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร ตั้งแต่เกิดเรื่องผมโดนด่าทุกวัน แต่ไม่โกรธ เพราะรู้ว่ารับฟังข้อมูลด้านเดียว “ นายศานิตกล่าว

เกือบวางมวย “พาที” มาแล้ว

ผู้ดำเนินรายการถามย้ำอีกว่า พร้อมคุยกับนายพาทีหรือไม่ นายศานิตกล่าวว่า พร้อมคุย แต่ไม่รู้ว่านายพาทีจะคุยหรือไม่ ผมกับพี่ดุ๋ง (พาที สารสิน) จะต่อยกันมาทีหนึ่งแล้ว แต่ทุกวันนี้ผมเคารพรักพี่ดุ๋ง แต่พี่ดุ๋งรักผมหรือเปล่าไม่รู้ เรื่องที่เกิดขึ้นตอนนี้ ผมไม่โกรธพี่ดุ๋งเลย เพราะรู้ว่าได้รับข้อมูลมาด้านเดียว กลับรู้สึกเห็นใจด้วย