หน้าแรก เศรษฐกิจ เอ็มดีCCPมั่น...

เอ็มดีCCPมั่นใจครึ่งหลังโต รับอานิสงส์ต่างชาติย้ายฐาน วอนตั้งรัฐบาลเร็วเร่งเคาะงบปี67

24.07.23 | 17:41 น.

เอ็มดีCCPมั่นใจครึ่งหลังโตดี รับอานิสงส์ต่างชาติย้ายฐานลงทุน วอนตั้งรัฐบาลเร็ว/เร่งเคาะงบปี67

นายอาทิตย์ ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ผลิตภัณฑ์คอนกรีตชลบุรี จำกัด (มหาชน) (CCP) เปิดเผยว่า แนวโน้มธุรกิจช่วงครึ่งปีหลัง 2566 เติบโตดีกว่าครึ่งปีแรก บริษัทคว้างานโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐเพิ่ม โดยอยู่ระหว่างทยอยส่งมอบงานในปลายไตรมาส 2/2566 ถึง ไตรมา4/2566 อีกทั้ง ปัจจัยสนับสนุนจาก การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐโดยเฉพาะในเขตพื้นที่อีอีซี มีแนวโน้มเร่งตัวก่อสร้างตามแผนพัฒนาระยะที่ 2 รวมถึง ได้รับอานิสงส์จากการย้ายฐานการผลิต ของนักลงทุนต่างชาติตั้งโรงงานในประเทศไทย  ผลักดันให้เกิดการขยายตัวของการลงทุนภาคเอกชนมากขึ้น หนุนความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์คอนกรีตสำเร็จรูปเพิ่มขึ้น อาทิ บ่อพัก รางระบายน้ำ ท่อระบายน้ำขนาดพิเศษ

ขณะที่บริษัทเร่งเดินหน้าปรับปรุงโรงงานการผลิต เตรียมลงทุนเครื่องจักรใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพ ยกระดับกระบวนการผลิต เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้ารับงานหลากหลาย ช่วยลดต้นทุนแรงงาน ลดความผิดพลาด ความสูญเสียในการผลิต เพิ่มความสามารถทำกำไร อีกทั้ง พัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่ คอนกรีตสำเร็จรูป ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รองรับงานโครงสร้างพื้นฐาน และงาน Landscape  ทั่วประเทศ อาทิ กำแพงกันดินรุ่นใหม่ และ แผ่นทางเท้า รุ่นใหม่

นายอาทิตย์ กล่าวว่า บริษัทพร้อมเดินหน้าประมูลงานภาครัฐ-เอกชน จากทั่วประเทศเข้ามาเพิ่มเติมอีกในช่วงครึ่งปีหลัง ควบคู่ การปรับกลยุทธ์เข้าประมูลงานโครงการระยะสั้น รับรู้รายได้เร็ว อาทิ งานถนน งานนิคมอุตสาหกรรม เพื่อรักษาระดับมูลค่างานในมือไว้ไม่ต่ำกว่า 1,600 ล้านบาท ผลักดันให้ผลการดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ประมาณ 2,600 ล้านบาท ปัจจุบันสัดส่วนรายได้ภาครัฐ 60% เอกชน 40%

Advertisement

นายอาทิตย์ กล่าวต่อว่า สำหรับการร่วมมือพันธมิตรทางธุรกิจ จัดตั้งบริษัทย่อย บริษัท ชาลี ท็อป โลจิสติกส์ โซลูชั่น จำกัด ดำเนินธุรกิจให้บริการบริหารจัดการคลังสินค้า เขตปลอดอากร (Free Zone) ในโซนแหลมฉบัง และเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) อยู่ระหว่างการก่อสร้างอาคาร และขอใบอนุญาต ซึ่งคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการเฟสแรกได้ภายในไตรมาส 4/2566 มั่นใจว่าจะสามารถสร้างรายได้ให้บริษัทเติบโตต่อเนื่อง

นายอาทิตย์ กล่าวว่า  ช่วงปี 2566-67 บริษัทจะใช้งบลงทุนในการขยายกำลังผลิต เพิ่มสินค้าใหม่ ปรับปรุงเครื่องจักร รวม 180 ล้านบาท รองรับการขยายตัวของโครงการรัฐและการลงทุนจากต่างชาติ โดยเฉพาะนักลงทุนจากจีน แม้มองว่าเศรษฐกิจจีนเปราะบาง แต่การลงทุนในนิคมในไทยยังสูง ตอนนี้ไปถึง 6 เดือน ยังเป็นปัญหาอะไรกับเรา เพราะยังมีงานต้องส่งมอบสะสมไว้ 6 เดือน หลังจากนั้นต้องมีงานใหม่ๆเข้ามาเติม ทั้งนี้ ที่ผ่านมา บริษัทมีการปรับตัวรับสถานการณ์ต่างๆอย่างต่อเนื่อง เช่น ปัญหาขาดคนและค่าแรงสูง ก็เพิ่มเครื่องจักรและเทคโนโลยีใหม่มาทดแทนแรงงานคน ขยายธุรกิจและหารายได้เพิ่มเติม

“ ตอนนี้ ผมอยากให้ประเทศไทยมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้เร็ว เร่งการออกงบประมาณปี 2567 ไม่อยากให้จัดตั้งรัฐบาลใหม่ลากถึง 10 เดือน ธุรกิจเราอิงกับงบประมาณรัฐและโครงการลงทุน ทนได้ก็แค่ 6 เดือน จากนั้นเราต้องงานใหม่ๆมาเสริม ซึ่งนับจากเดือนตุลาคม 2566 ถึงเมษายน 2567 ต้องเห็นได้ชัดแล้วถึงโครงการใหม่ๆ  รวมถึงเราต้องมีรัฐบาลที่เข้ามาดุแลเรื่องปากท้อง กระตุ้นการท่องเที่ยว ลดต้นทุนจากดอกเบี้ยและค่าไฟที่สูง ส่วนสถานการณ์การเมือง เชื่อว่าจากนี้ไม่ว่าจะเป็นขั้วเก่าหรือขั้วใหม่ ก็มีโอกาสเกิดการชุมนุมจากความเห็นที่แตกต่าวได้ทั้งนั้น และรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ ยังเป็นเรื่องที่ติดตาม “ นายอาทิตย์ กล่าว