‘แบงก์รัฐ-เอกชน’ ขานรับ ธปท. แก้หนี้เรื้อรัง เล็งจีบสหกรณ์-เช่าซื้อ ร่วมโครงการ

‘แบงก์รัฐ-เอกชน’ ขานรับ ธปท. แก้หนี้เรื้อรัง เล็งจีบสหกรณ์-เช่าซื้อ ร่วมโครงการ

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม นายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ตามที่ ธปท.ได้ออกมาตรการแก้หนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืนเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2566 เพื่อยกระดับมาตรฐานธุรกิจการให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้ตลอดวงจรหนี้ โดยมาตรการที่จะเร่งบังคับใช้ก่อน คือ การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (responsible lending) ที่รวมถึงการดูแลหนี้เรื้อรัง (persistent debt) โดยเกณฑ์จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2567 เว้นแต่ส่วนของการดูแลหนี้เรื้อรังที่จะเริ่มตั้งแต่ 1 เมษายน 2567 เป็นต้นไป

“ระยะถัดไป ธปท.เตรียมหารือแนวทางการแก้ไขหนี้ครัวเรือนกับหน่วยงานที่อยู่นอกการกำกับดูแลราว 30% ของหนี้ครัวเรือน โดยเฉพาะกลุ่มสหกรณ์ และกลุ่มสินเชื่อเช่าซื้อ ให้เข้ามาอยู่ในมาตรการดังกล่าว เพื่อแก้หนี้ครัวเรือนยั่งยืน” นายรณดลกล่าว

เปิด 5 แผนเน้นแก้หนี้

นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า หนี้ครัวเรือนในระบบธนาคารพาณิชย์คิดเป็นสัดส่วน 36% ของจีดีพี จากหนี้ครัวเรือนทั้งหมด 90.6% ของจีดีพี แต่ยังไม่นับรวมหนี้นอกระบบ ซึ่งสาเหตุแตกต่างกันลูกหนี้ขาดความรู้การใช้เงิน การใช้สินเชื่อส่วนบุคคลราคาแพงที่มีดอกเบี้ยสูง และบางกลุ่มขาดกลไกที่จะมองเห็นภาพรวมทั้งระบบของตนเอง

Advertisement
แบงก์รัฐ-เอกชนร่วมแถลงข่าว

นายผยงกล่าวว่า สมาคมธนาคารไทยและธนาคารสมาชิกพร้อมให้ความร่วมมือและสนับสนุนมาตรการดังกล่าว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์ของสมาคมธนาคารไทยด้านความยั่งยืน ตามหลักการ 5 ข้อ ได้แก่ 1.การมีความรู้ความเข้าใจในการกู้ยืม (healthy borrowing) ให้ข้อมูลเพื่อกระตุ้นพฤติกรรมลูกหนี้ให้มีวินัยทางการเงิน และใช้สินเชื่อที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ 2.การแข่งขันแบบเสรีไม่ผูกขาด (open competition) ลูกหนี้ใช้บริการสินเชื่อและเปิดเผยข้อมูลโดยสมัครใจ

3.ความโปร่งใสและเท่าเทียมระหว่างผู้ให้สินเชื่อ (level playing) ทุกกลุ่มเจ้าหนี้ทั้งธนาคาร นอนแบงก์ และสหกรณ์อยู่บนกฎกติกาที่เท่าเทียมกัน 4.ความยุติธรรม (fairness) อัตราดอกเบี้ยต้องสะท้อนความเสี่ยงที่เป็นจริง ลดภาระลูกหนี้ดีที่ต้องแบกภาระลูกหนี้ที่ไม่ดี 5.ความครอบคลุมและเข้าถึง (inclusion) สามารถนำข้อมูลมาส่งเสริมการเข้าถึงสินเชื่อในระบบ ทุกฝ่ายมองเห็นประโยชน์ร่วมกันทั้งลูกหนี้ เจ้าหนี้ ผู้กำกับและรัฐ ไม่ทำให้ใครต้องตกไปอยู่นอกระบบ และทุกภาคส่วนร่วมแชร์ความเสี่ยงอย่างเป็นธรรมในการแก้ปัญหาหนี้

“นอกจากนี้ ธนาคารสมาชิกฯยังร่วมกิจกรรมช่วยเหลือลูกหนี้อื่นๆ รวมไปถึงมาตรการที่ธนาคารได้ออกมาเพื่อประคับประคองลูกหนี้กลุ่มเปราะบางของตนเอง แบบตรงจุด ตรงกลุ่มเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง เป็นต้น” นายผยงกล่าว

ทั้งนี้ ช่วงที่ผ่านมาสมาคมธนาคารไทยและธนาคารสมาชิก ร่วมกับ ธปท.แก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน ข้อมูลสิ้นเดือนเมษายน 2566 มีลูกหนี้ที่ยังอยู่ภายใต้การช่วยเหลือของธนาคารพาณิชย์ จำนวน 2 ล้านบัญชี ยอดหนี้ 1.88 ล้านล้านบาท จากยอดหนี้ที่เคยสูงสุด ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2563 จำนวน 6.12 ล้านบัญชี ยอดหนี้ 4.2 ล้านล้านบาท

คาดกดหนี้ลดต่ำเข้ากรอบ 80%

นายวิทัย รัตนากร ประธานสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ กล่าวว่า มาตรการต่างๆ ที่ออกมากับสภาพเศรษฐกิจ ทำให้ครัวเรือนมีรายได้เพิ่มขึ้น เชื่อว่าจะทำให้สามารถแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนได้ระยะยาว ตามที่ ธปท.วางไว้ว่าจะลดหนี้ครัวเรือนให้อยู่ระดับต่ำกว่า 80% ต่อจีดีพี ภายใน 5 ปี เชื่อว่ามาตรการนี้และมาตรการที่จะออกมาในอนาคตจะบรรลุเป้าหมายแน่นอน ซึ่งสมาคมสถาบันการเงินของรัฐพร้อมสนับสนุนมาตรการดังกล่าว

“โดยเฉพาะมาตรการแก้หนี้เรื้อรังที่ช่วยเหลือลูกหนี้สินเชื่อ ในการลดอัตราดอกเบี้ยเหลือไม่เกิน 15% ต่อปี จะช่วยให้ลูกหนี้จ่ายเงินต้นได้มากขึ้น และมีโอกาสสูงขึ้นในการปิดจบหนี้ได้โดยเร็ว ซึ่งเป็นมาตรการที่สอดคล้องกับนโยบายของธนาคารออมสินในการสร้างแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำและเป็นธรรมที่ได้ดำเนินการอยู่ในช่วงเวลานี้” นายวิทัยกล่าว

ธ.ก.ส.ออกโครงการ “แทนคุณ”  อุ้มลูกหนี้สูงวัย

นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า ธ.ก.ส.ดูแลลูกค้าทั้งหมด 4.3 ล้านราย หรือ 10 ล้านสัญญา เกือบทั้งหมดเป็นลูกค้าเกษตรที่มีทั้งรายกลางและรายย่อย ซึ่งเป็นเกษตรกรบุคคล 6 ล้านสัญญา หรือ 3 ล้านคน ซึ่งมีความเปราะบาง และมีความพิเศษ นอกจากจะมีปัญหาเป็นหนี้เรื้อรัง โดยกลุ่มนี้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป มีราว 1.2 ล้านคน

ขณะเดียวกัน ลูกค้ามีหนี้ที่แตกต่างกัน ธ.ก.ส.จึงมีแนวทางดูแลหนี้เกษตรกรที่สอดคล้องกับศักยภาพของเกษตรกรแต่ละกลุ่ม สำหรับกลุ่มเกษตรกรที่เป็นหนี้เรื้อรังและสูงอายุ ธ.ก.ส.ได้จัดทำโครงการสินเชื่อแทนคุณ วงเงิน 20,000 ล้านบาท หรือ 42,000 คน ภายในปีงบประมาณ 2567 เพื่อจูงใจให้ทายาทมารับภาระหนี้ต่อและเป็นการรักษาทรัพย์สินให้คงอยู่กับครอบครัว และมาตรการลดภาระหนี้และดอกเบี้ยในรูปแบบต่างๆ เพื่อช่วยให้เกษตรกรกลุ่มนี้สามารถปิดจบหนี้ได้

“หนี้เกษตรเป็นปัญหาสะสม แม้ ธ.ก.ส.ออกมาตรการช่วยเหลือ แต่ด้วยปัญหาด้านรายได้ส่งผลต่อการชำระหนี้ โดยเฉพาะหนี้เรื้อรังที่แม้จะเป็นสินเชื่อที่มีงวดจ่ายชำระชัดเจน (term loan) แต่การพักชำระเงินต้นเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ผลผลิตได้รับผลกระทบช่วงที่ผ่านมา ทำให้ลูกหนี้จ่ายชำระเฉพาะดอกเบี้ยและไม่สามารถจ่ายคืนเงินต้นเพื่อปิดจบหนี้ได้” นายฉัตรชัยกล่าว

นอนแบงก์ชี้ลูกค้ายังเปราะบาง

นายอธิป ศิลป์พจีการ รองประธานชมรมสินเชื่อส่วนบุคคล กล่าวว่า ลูกค้าส่วนใหญ่ของผู้ให้บริการทางการเงินที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (นอนแบงก์) เป็นกลุ่มที่มีรายได้น้อยและเปราะบางกว่าลูกค้าของธนาคารพาณิชย์ ซึ่งลูกหนี้กลุ่มนี้มีความสามารถในการผ่อนชำระต่อเดือนค่อนข้างจำกัด ทำให้สินเชื่อส่วนบุคคลประเภทหมุนเวียนเป็นสินเชื่อที่เหมาะกับความต้องการ แต่ผลกระทบในระยะยาวของการผ่อนชำระขั้นต่ำที่จำกัด ทำให้ลูกหนี้กลุ่มนี้เป็นหนี้เรื้อรังค่อนข้างสูง

“ชมรมสินเชื่อส่วนบุคคลและบริษัทสมาชิก เห็นถึงความจำเป็นและพร้อมนำเสนอทางเลือกเพื่อช่วยเหลือให้ลูกหนี้ที่มีความตั้งใจสามารถปิดจบหนี้ โดยเริ่มจากลูกค้าที่มีรายได้ต่ำกว่า 10,000 บาทต่อเดือน และสนับสนุนให้เกิดการเสริมความรู้พร้อมทั้งกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อสร้างวินัยทางการเงินที่ดีควบคู่กันไป” นายอธิปกล่าว

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image