คลัง ย้ำ! แม้ตั้ง รบ.ช้า แต่รัฐมีงบใช้เพียงพอ จากรายจ่ายประจำ 2 ล้านล. – ลงทุนผูกพัน 1.3 แสนล.
นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กรณีการจัดตั้งรัฐบาล กระทรวงการคลังยังคงคาดการณ์ว่าจะส่งผลให้การบังคับใช้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณปี 2567 ล่าช้าอย่างมากที่สุด 6 เดือน ทำให้ในช่วงไตรมาสที่ 4 ปี 2566 ถึงไตรมาสที่ 1 ปี 2567 (ตุลาคม 2566-มีนาคม 2567) สำนักงบประมาณจะออกเกณฑ์ให้ใช้งบประมาณปี 2566 ไปพลางก่อน ซึ่งในส่วนกรณีงบล่าช้า 6 เดือนนั้น จะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจปี 2567 ที่ 0.05% ต่อปี
“สำหรับกรณีข้อเสนอทางการเมืองให้รออีก 10 เดือน ให้ ส.ว.พ้นวาระ แล้วค่อยตั้งรัฐบาลนั้น คลังยังไม่ได้หารือกับสำนักงบประมาณถึงกรณีนี้ และยังคงมองว่ากรณีที่แย่ที่สุดคือ ล่าช้า 6 เดือน ทั้งนี้ หากมีการขยายเวลาจัดตั้งรัฐบาลออกไปอีก คลังได้ประเมินเบื้องต้นว่าจะมีผลกระทบแค่กับเรื่องงบประมาณ ในส่วนของการลงทุนใหม่ที่ต้องรอนโยบายของรัฐบาลใหม่ หากกรณีรัฐบาลล่าช้าเกินไปกว่า 9 เดือน ก็จะกระทบจีดีพีที่ 0.07% ต่อปี” นายพรชัยกล่าว
โดยในช่วงต้องรอรัฐบาลนั้น แม้จะยังไม่มีงบประมาณปี 2567 แต่ยังคงใช้งบประมาณไปพลางจากงบรายจ่ายประจำได้ ซึ่งเมื่อเทียบงบปี 2566 รายจ่ายประจำที่จะออกมาสู่ระบบเศรษฐกิจล่าสุด รายงานการเบิกจ่าย 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2566 (เดือนตุลาคม-มิถุนายน 2566) มียอดเบิกจ่ายแล้ว 2.08 ล้านล้านบาท จึงคาดว่าถ้าตั้งรัฐบาลล่าช้าออกไปในปีงบประมาณ 2567 ช่วงราว 9-10 เดือนแรก ก็จะมีรายจ่ายประจำราว 2 ล้านล้านบาท คิดเป็นราว 70% ของวงเงินงบประมาณ
ขณะเดียวกัน ยังคงมีงบประมาณรายจ่ายลงทุนที่มีสัญญาผูกพันถึงปี 2567 ที่ได้ลงนามในสัญญาไว้แล้วราว อีก 1.3 แสนล้านบาท ดังนั้น เชื่อว่าจะไม่มีปัญหาต่อระบบเศรษฐกิจ แต่หากมีสัญญาณว่าจะล่าช้าไปมากกว่านี้ สำนักงานงบประมาณ กระทรวงการคลัง สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวต้องหารือกันอีกครั้ง

