ทอท. เผยสาเหตุแผ่นทางเลื่อนดอนเมืองหลุด เป็นเหตุให้ ผดส.ขาขาด เตรียมเอา ‘ผิด พนง.-ผู้รับจ้าง’ พร้อมของบปี’67 เปลี่ยนทางเลื่อนใหม่ 14 ตัว
เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม นายกีรติ กิจมานะวัฒน์ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่ผู้โดยสารประสบอุบัติเหตุเท้าติดทางเลื่อน จนเป็นสาเหตุให้ขาขาด บริเวณทางเดิน South Corridor ระหว่าง Pier 4-5 ของอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ อาคาร 2 ท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) เมื่อเวลาประมาณ 08.21 น. เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2566 ขณะนี้ เป็นเวลากว่า 22 วันของการดำเนินการ โดยคณะกรรมการพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีอุบัติเหตุบริเวณทางเลื่อนของอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ อาคาร 2 ท่าอากาศยานดอนเมือง ได้จัดการประชุมเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และได้ดำเนินการในด้านต่างๆ ได้แก่
นายกีรติกล่าวอีกว่า 1.การสอบประวัติทางเลื่อนที่เกิดเหตุ 2.การรวบรวมหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ข้อกฎหมาย ระเบียบ มาตรฐานที่เกี่ยวข้อง 3.การสำรวจพื้นที่ (4) การตรวจสอบด้านวิศวกรรมเครื่องกล อุปกรณ์ และระบบความปลอดภัย 5.การตรวจสอบข้อมูลจากการให้ถ้อยคำของผู้เกี่ยวข้อง 6.การตรวจสอบการบำรุงรักษาตามสัญญาจ้าง และสัญญาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง 7.การทดสอบต่างๆ เพื่อพิสูจน์สมมติฐาน (ถ้ามี) 8.การตั้งสมมุติฐาน และ 9.การสรุปสาเหตุ และการถอดบทเรียน
นายกีรติกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ ได้มีการพิจารณาพยานวัตถุจำนวน 10 รายการ พิจารณาพยานเอกสารจำนวน 23 รายการ และพิจารณาข้อมูลจากการให้ถ้อยคำของผู้เกี่ยวข้องจำนวน 34 ราย ได้ข้อสรุปสาเหตุจากพยานหลักฐานที่ปรากฏข้อเท็จจริง คือ ทางเลื่อนที่เกิดเหตุมีปัญหาที่แผ่นพื้นหลุดออกจากโครงยึดทำให้เกิดช่องว่าง ส่งผลให้ผู้โดยสารหล่นลงไปได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งประเด็นนี้ต้องยอมรับว่าสภาพส่วนประกอบแผ่นพื้นทางเลื่อนที่เกิดเหตุไม่พร้อมใช้งานและไม่เป็นไปตามมาตรฐานผู้ผลิตจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้แผ่นพื้นหลุดออกจากโครงยึดแผ่นพื้น
“ก่อนหน้านี้ที่มีการออกมาให้ข้อมูลว่ามีการตรวจสอบความพร้อมก่อนการใช้งานของบันไดเลื่อน และลิฟต์ เป็นประจำทุกวัน นั้น เป็นความจริง แต่ในวันดังกล่าวพนักงานผู้กำกับสัญญายอมรับว่ามีการตรวจสอบแต่ไม่ละเอียด จึงเป็นเหตุทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ซึ่งเรื่องนี้ ทอท.จะไปดูว่าทั้ง 2 ส่วน คือ พนักงานผู้กำกับสัญญา ที่เป็นพนักงานของ ทอท. และบริษัทผู้รับจ้าง จะต้องมีส่วนในการรับผิดชอบในเชิงกฎหมายอย่างไรบ้าง ซึ่งจะดำเนินการให้เอาผิดให้เหมาะสมกับสิ่งที่เกิดขึ้นต่อไป” นายกีรติกล่าว
สำหรับการใช้งานทางเลื่อนดังกล่าวเริ่มขึ้นเมื่อปี 2530 หรือประมาณ 36 ปี ซึ่งหลังจากนี้ ทอท.จะพิจารณาเปลี่ยนทางเลื่อน 14 ตัว จากทั้งหมด 20 ตัว โดนอีก 6 ตัว ที่เหลือได้มีการเปลี่ยนไปในช่วงก่อนหน้านี้แล้ว โดยคาดว่าจะปิดให้บริการทางเลื่อนทั้ง 20 ตัว เพื่อทบทวนและตรวจสอบการรับรองความปลอดภัยของอุปกรณ์อีกครั้ง และเบื้องต้นคาดว่าจะดำเนินการตรวจสอบทั้ง 6 ท่าอากาศยานของ ทอท. โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 3 เดือน ซึ่งในช่วงที่ปิดให้บริการทาง ทอท. มีรถเข็นบริการให้กับคนชรา และผู้ที่ตั้งครรภ์ ทั้งนี้ จะทำเรื่องเสนอขอใช้งบประมาณในปีงบ 2567 ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาในการจัดซื้อจ้าง 6-8 เดือน แต่ผู้รับจ้างรายเดิมจะสามารถยื่นซองข้อเสนอขอการประมูลด้วยได้หรือไม่นั้น สามารถทำได้ หากพิสูจน์แล้วไม่พบการกระทำที่ผิดไปจากสัญญาเดิม
นายกีรติกล่าวว่า นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ ได้เสนอแนวทางเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในการใช้อุปกรณ์ทางเลื่อนของท่ากาศยานดอนเมือง ได้แก่ การฟื้นฟูความมั่นใจในการใช้อุปกรณ์ โดยการตรวจสอบแผ่นทางเลื่อน โครงสร้างของแผ่นทางเลื่อน ทุกอุปกรณ์ โดยการจ้างหน่วยงานหรือบุคคลที่สาม (Third Party) ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านลิฟต์ บันไดเลื่อน และทางเลื่อนมาดำเนินการตรวจสอบและปรับปรุงเพิ่มความปลอดภัยตามมาตรฐาน EN115-2 ใน version ล่าสุด เช่น การติดตั้งตัวตรวจจับกรณีแผ่นทางเลื่อนหายไป การตรวจสอบบำรุงรักษาอุปกรณ์ทางเลื่อน เช่น การติดตั้งกล้อง CCTV ประจำทางเลื่อน เป็นต้น
นายกีรติกล่าวอีกว่า สำหรับการดูแลผู้โดยสารที่ได้รับบาดเจ็บ ทอท.พร้อมรับผิดชอบดูแลค่ารักษาพยาบาล และจะดำเนินการเรื่องค่าชดเชยเยียวยาผู้บาดเจ็บอย่างดีที่สุด ซึ่งในกรณีดังกล่าว ทอท. ได้มีการทำประกันภัยความรับผิดชอบต่อบุคคลที่สาม โดยสถานที่ ที่เอาประกันภัยตามกรมธรรม์คือ ท่าอากาศยานในความรับผิดชอบของ ทอท. ทั้ง 6 แห่ง รวมถึงสำนักงานใหญ่ สำนักโครงการและสถานที่อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของ ทอท. โดยคุ้มครองค่าเสียหายที่จะต้องชดใช้ให้แก่ผู้เสียหาย เช่น ค่าใช้จ่ายในการรักษาอาการบาดเจ็บ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาพยาบาล ค่าสินไหมทดแทนความเสียหายต่อทรัพย์สิน ค่าเสียหายที่ต้องขาดประโยชน์ทำมาหาได้เพราะไม่สามารถประกอบการงานได้ รวมถึงค่าเสียหายอื่นๆ เป็นต้น
“ทอท.ขอแสดงความเสียใจอีกครั้งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างยิ่ง และขอยืนยันว่า ทอท. ยึดมั่นถึงความปลอดภัยของผู้ใช้บริการท่าอากาศยานเป็นหลักมาโดยตลอด โดยได้มีการตรวจสอบและบำรุงรักษาเครื่องมือและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ภายในท่าอากาศยานให้มีความปลอดภัยและพร้อมใช้งานอย่างสม่ำเสมอโดยบริษัทผู้เชี่ยวชาญ จึงขอให้ผู้โดยสารเชื่อมั่นในการมาใช้บริการท่าอากาศยานของ ทอท.ต่อไป” นายกีรติ กล่าว


