แหล่งเที่ยวรอคึก ลองวีคเอนด์ 6 วัน
หลังมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา ประกาศให้วันที่ 31 กรกฎาคม 2566 เป็นวันหยุดราชการ เพิ่มเป็นกรณีพิเศษ ทำให้มีวันหยุดยาวต่อเนื่อง ตั้งแต่ วันที่ 28 กรกฎาคมถึงวันที่ 2 สิงหาคม เป็นลองวีคเอนด์ถึง 6 วัน
ส่วนหนึ่งเป็นเพราะรัฐบาลต้องการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ แต่ทำให้ผู้ประกอบการเกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวได้รับอานิสงส์แค่ไหน อย่างไร และมีอีเวนต์อะไรน่าสนใจในช่วงวันหยุดยาวนี้บ้าง
นี่เป็นส่วนหนึ่งของเสียงสะท้อน!
สุลัดดา ศรุติลาวัณย์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงใหม่ ให้ความเห็นลองวีคเอนด์ 6 วันในครั้งนี้ ว่า ความจริงตอนนี้การเดินทางกลับมาปกติแล้วจากความเชื่อมั่นที่ผ่านมา จึงคาดว่านักท่องเที่ยวจะเยอะมากขึ้น แม้ช่วงนี้เชียงใหม่เป็นช่วงกรีนซีซั่น แต่ก็มีกิจกรรม อีเวนต์ที่น่าสนใจตลอด อย่างเช่น ระหว่างวันที่ 24-30 กรกฎาคม มีงานแสดงแสงสีเสียงสุดยิ่งใหญ่กับงาน วิจิตร@เชียงใหม่ สีสันแห่งเส้นแสง น้ำพุร้อนสันกำแพง โครงการตามพระราชดำริ ภายใต้คอนเซ็ปต์ Springs of Life น้ำพุแห่งชีวิต ที่จะพาทุกคนย้อนดูความเป็นมาและความสัมพันธ์ระหว่างคนกับธรรมชาติ
ททท.เนรมิต และตกแต่งพื้นที่บริเวณน้ำพุร้อนสันกำแพงด้วยเทคนิคแสงสีเสียงประกอบกับสื่อผสมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ บอกเล่าเรื่องราวจุดเริ่มต้นของน้ำพุร้อนสันกำแพง จากโครงการหมู่บ้านสหกรณ์สันกำแพง ตามพระราชดำริ พ.ศ.2518 สู่กิจการน้ำพุร้อนสันกำแพง แม่ออน ตามพระราชดำริ พ.ศ.2527 สร้างงาน สร้างอาชีพให้กับประชาชนมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งไฮไลต์ประกอบด้วย 10 จุดแสดงที่น่าสนใจ และกิจกรรมการแสดงทางวัฒนธรรม การแสดงดนตรีจากศิลปิน เตวิชญ์ ชัยธัช การออกร้านค้าชุมชน อาหารท้องถิ่น และฟู้ดทรัคจากผู้ประกอบการในพื้นที่ สร้างความตื่นตาตื่นใจแก่ผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างมากในขณะนี้
ส่วนช่วงวันที่ 28-30 กรกฎาคม ณ ลานเซ็นทรัล เชียงใหม่ หรือเฟสติวัล จะมีงาน Amazing Thai Taste ที่เกี่ยวกับอาหารการกินที่ได้ชื่อว่าเป็นซอฟต์เพาเวอร์ของเรา จะเป็นการแสดงถึงเส้นทางของอาหาร ร้านระดับมิชลินฟู้ด ซึ่งถือว่ารองรับการเดินทางในช่วงวันหยุดยาวพอดี ในช่วงนี้ซึ่งเป็นหน้าฝน หรือกรีนซีซั่น นอกจากนักท่องเที่ยวตลาดภายในประเทศชาวไทยแล้ว ยังมียุโรปในลักษณะกรุ๊ปท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ สหรัฐอเมริกาที่มาเป็นครอบครัว และตลาดระยะใกล้ที่มีเที่ยวบินตรงมายังเชียงใหม่ เรายังได้นักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางมาเพิ่ม เพราะเขาชอบฤดูฝนมาก
สำหรับ จ.เชียงใหม่ ครึ่งปีแรกตั้งแต่เดือนมกราคม-มิถุนายน 2566 มีตัวเลขนักท่องเที่ยวแล้วกว่า 5.7 ล้านคน เป็นต่างชาติ 1.9 ล้านคน และคนไทย 3 ล้านกว่าคน สร้างรายได้ 55,000 ล้านบาท เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ว่ารายได้จะกลับมาเป็น 80% ของปี 2562 และทั้งปีน่าจะทำได้ตามเป้า น.ส.สุลัดดาคาดหวังไว้
ด้าน ศุภฤกษ์ ทองสุข ผู้บริหารแฟร์เฮ้าส์กรุ๊ป ประกอบธุรกิจโรงแรมบนเกาะสมุย เผยว่า ขอขอบคุณรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับเรื่องของการท่องเที่ยวที่เพิ่มวันหยุดให้ติดต่อกัน 6 วัน เกาะสมุยมีกลุ่มนักท่องเที่ยวไทยอยู่บ้างแล้วจำนวนหนึ่ง แต่อาจมีข้อจำกัดในเรื่องค่าเดินทาง หรือข้อจำกัดเรื่องเวลาที่เดินทางมาจากฝั่งสุราษฎร์ธานีมาขึ้นเรืออาจต้องใช้เวลานาน การที่มีวันหยุด 6 วัน จะทำให้นักท่องเที่ยวไม่รู้สึกว่าเสียเวลากับการเดินทางนาน เพราะจะมีเวลาที่เที่ยวในพื้นที่เกาะสมุยได้ 2-3 วัน ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยในการเข้าพักของนักท่องเที่ยวไทยอยู่แล้ว ปกติช่วงในเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม มีนักท่องเที่ยวคนไทยเข้าพักที่โรงแรมเฉลี่ย 15-20% แต่คาดว่าวันหยุดยาวนี้จะมีนักท่องเที่ยวไทยเพิ่มขึ้นมาเท่าตัว ผู้บริหารแฟร์เฮ้าส์กรุ๊ปมั่นใจมีนักท่องเที่ยวไทยมาพักเพิ่ม
ขณะที่ รัชชพร พูลสวัสดิ์ นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย เสริมว่า ช่วงเดือoกรกฎาคม-สิงหาคม มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวจำนวนมาก แม้สภาพอากาศจะมีฝนตกอยู่บ้าง แต่ก็มีปัญหาติดขัดเล็กน้อยในเรื่องของเครื่องบินที่ยังกลับมาบินไม่มากเท่ากับช่วงก่อนหน้าโควิด-19 แต่บรรยากาศก็เป็นไปด้วยความคึกคัก
“นอกจากนี้ สถานที่ท่องเที่ยว 3 เกาะคือ เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า ยังได้รับจัดอันดับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวน่ายกย่องของนิตยสารเดอะไทม์ในจำนวนทั้งหมด 12 สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย เป็นการยืนยันได้ว่า เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า หมู่เกาะทะเลใต้ของเรามีนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมา”
“เรายังมีความพร้อมของธรรมชาติที่สวยงามทั้งบนบก ทางทะเล และใต้น้ำ มีโรงแรมที่ได้มาตรฐาน สปาเพื่อสุขภาพ ร้านอาหารหลากหลาย สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ และ สปอร์ต ทัวริซึม กีฬาเชิงท่องเที่ยว ขอฝากถึงผู้ประกอบการท่องเที่ยวต้องปรับผลิตภัณฑ์นำเสนอให้เหมาะกับกลุ่มลูกค้า ไม่เอาเปรียบลูกค้า และสร้างความประทับใจ ทั้งนี้คาดการณ์รายได้ของเกาะสมุยในช่วงนี้อยู่ที่ไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท” นายรัชชพรระบุ
ส่วนพื้นที่ภาคอีสานหลายจังหวัดอยู่ในช่วงการจัดงานเทศกาลเข้าพรรษา ชลธี ยังตรง ผู้ว่าฯอุบลราชธานี ให้ข้อมูลว่า ช่วงวันหยุดยาว จ.อุบลราชธานี มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ทั้งแก่งหิน หน้าผา น้ำตก ผืนป่า การเดินทางท่องเที่ยวเมือง 4 แสง โดยแสงแรก ณ ผาชนะใด แสงเทียน งานประเพณีแห่เทียนพรรษาเมืองอุบลฯ แสงธรรม วัดเรืองแสง วัดสิริน ธรวรารามภูพร้าว และแสงสุดท้าย แสงโซลาร์เซลล์ลอยนํ้าเขื่อนสิรินธร
นอกจากนี้ มีกิจกรรมท่องเที่ยวสายมูเตลู หรือการเที่ยวสายศรัทธา 12 เส้นทาง ซึ่ง 1 ใน 12 เส้นทาง เสริมพลังบุญหนุนพลังใจ นําเสนอเรื่องราวความเชื่อความศรัทธา บอกเล่าเรื่องราวความปัง มูยังไงให้ปัง มูยังไงให้ได้โชคลาภกลับบ้าน สำหรับนักท่องเที่ยวผู้ที่ชื่นชอบอาหารอีสาน แคมเปญ อุบล แซ่บโพด ที่บอกเล่าเรื่องราวของอาหารถิ่นอุบลฯที่อร่อยมากจนเมื่อลิ้มรสแล้วอยากเอ่ยเป็นภาษาอีสานได้ว่า แซ่บโพด ที่แปลว่า อร่อยเลิศ อร่อยเว่อร์ โดยนําเสนออาหารถิ่นที่มีความหลากหลายในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี ที่ได้รับอิทธิพลและวัฒนธรรมทางอาหารมาจากไทย ลาว จีน เวียดนาม ผสมผสานออกมาเป็นรูปแบบเฉพาะของอาหารอุบลฯ
อีกทั้งยังมีแม่น้ำ 3 สายไหลผ่านคือ โขง-ชี-มูล จึงมีเมนูจากปลาน้ำจืดจํานวนมาก ที่ห้ามพลาดคือการชวนให้นักท่องเที่ยวมาลิ้มลองทุเรียนที่สามารถเพาะปลูกได้แล้วที่อุบลฯ ที่ อ.น้ำยืนและอําเภออื่นๆ พร้อมชูให้เป็นแบรนด์ ทุเรียนแสงแรก พ่อเมืองอุบลฯชวนเที่ยวและชวนชิม
ขณะที่ สุพศิน สุโภภาค รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดอุบลราชธานี เสริมว่า เสียดายที่รัฐบาลประกาศวันหยุดเพิ่มช้า ผู้ประกอบการกับนักท่องเที่ยวปรับตัวแทบไม่ทัน อย่างไรก็ตาม มีนักท่องเที่ยวเริ่มสั่งจองที่พัก โรงแรม แมนชั่น รีสอร์ต เพิ่มมากขึ้นแล้วเกือบ 100% ซึ่งมีสถานที่พักอีกจำนวนหนึ่งเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวในการเดินทางมาท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาว ซึ่งตรงกับเทศกาลแห่เทียนเข้าพรรษาของจังหวัดพอดี คาดว่าเงินจะสะพัดหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท
เป็นส่วนหนึ่งของความเห็นและการเตรียมพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวช่วงวันหยุดยาว 6 วัน ออกไปเที่ยวชาร์จพลังชีวิตพร้อมช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้ท้องถิ่นต่างๆ

