ค้าภายในช่วยเกษตรกร เตรียมจัดมหกรรม ชิม-ช้อป เนื้อหมู ไก่ ไข่ ปลา ใจกลางราชประสงค์
กรมการค้าภายในทราบถึงความเดือดร้อนผู้เลี้ยงหมู มีแผนช่วยเหลือลดต้นทุนวัตถุดิบไว้แล้ว พร้อมชงพิกบอร์ดพิจารณาชดเชยดอกเบี้ย 3% ให้กับผู้เลี้ยงหมู เตรียมจัดมหกรรมชิมซื้อเนื้อหมู ไก่ ไข่ ปลาในห้างใหญ่ใจกลางเมืองเร็วๆนี้ ปลื้มราคาข้าวเปลือกสูงจนไม่ต้องจ่ายเงินชดเชยตามโครงการประกันรายได้
เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงกรณีผู้เลี้ยงสุกรขนาดกลางและย่อย ได้รับความเดือนร้อนจากราคาหมูหน้าฟาร์มตกต่ำกว่าต้นทุนการผลิต ซึ่งราคาเฉลี่ยของสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติของเดือนมิถุนายน 2566 ประกาศไว้ที่ 90.57 บาทต่อกิโลกรัม แต่เกษตรกรขายได้จริงไม่ถึง 60 บาทต่อกิโลกรัม นั้น สาเหตุมาจากต้นทุนการเลี้ยงและต้นทุนวัตถุดิบมีราคาสูงขึ้นต่อเนื่องจากเหตุการณ์ภายนอกประเทศ ทำให้ขณะนี้ราคาเนื้อหมูเขียงจำหน่ายกิโลกรัม(กก.)ละ 130.69 บาท ซึ่งถือว่าราคาไม่ค่อยดีนัก แม้ผู้บริโภคซื้อได้ราคาเนื้อหมูถูกลงมาแต่กลุ่มผู้เลี้ยงหมูขนาดกลางและรายย่อยต้องแบกรับภาระต้นทุนดังกล่าวสูงพอสมควร ดังนั้น เพื่อบรรเทาผลกระทบให้กับกลุ่มผู้เลี้ยงหมูรายย่อย เมื่อเร็วๆนี้ กรมได้ประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากกระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โรงงานผู้ผลิตอาหารสัตว์ และเกษตรกรผู้เลี้ยง ช่วยกันหาวิธีลดต้นทุนเกี่ยวกับราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ต่างๆ เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ถั่วเหลืองและอื่นๆผ่านกลไกการร่วมกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์ไปจัดซื้อวัตถุดิบจากทางโรงงานผลิตอาหารสัตว์โดยตรง และขอความร่วมมือโรงงานผู้ผลิตอาหารสัตว์ คงราคาจำหน่ายไว้ในราคาเดิมก่อน และหากเห็นว่าต้นทุนวัตถุดิบลดลงควรปรับลดราคาอาหารสัตว์ตามกลไกตลาด
นายวัฒนศักย์ กล่าวต่อว่า พร้อมกับได้จัดทำ “โครงการเชื่อมโยงอาหารสัตว์ให้แก่เกษตรผู้เลี้ยงสัตว์ ปี 2566″ วงเงินไม่เกิน 10,000 บาท หรือจำนวนไม่เกิน 10 ตัน เกษตรกรสามารถแจ้งความจำนงในการซื้อกับทางโรงงานที่เข้าร่วมโครงการกว่า 90 แห่งทั่วประเทศ รวมถึง สหกรณ์โดยตรง ถือเป็นโครงการนำร่องระยะ 1 เดือน หากเห็นผลจะพิจารณาขยายเวลาต่อไป เพื่อช่วยเกษตรกรลดต้นทุนการเลี้ยงปศุสัตว์ ทั้งนี้ โครงการช่วยเหลือเกษตรกร จะจ่ายเงินชดเชยค่าอาหารสัตว์ให้เกษตรกรรายย่อยที่เลี้ยงสุกร ไก่ไข่ ไก่เนื้อ กก. ละ 1 บาท ปริมาณไม่เกิน 10 ตัน/ราย สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท/ราย ระยะ 1 เดือน โดยใช้งบประมาณกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตร (คชก.) ประมาณ 8 ล้านบาท โดยผู้ขอรับการสนับสนุนต้องเป็นผู้เลี้ยงสัตว์รายย่อย รายเล็ก และรายกลาง ที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้เลี้ยงสัตว์กับกรมปศุสัตว์ และได้รับมาตรฐานระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม (จีเอฟเอ็ม) ซึ่งมีจำนวนการเลี้ยงตามเกณฑ์ที่กำหนด ได้แก่ ผู้เลี้ยงสุกร ต้องไม่เกิน 5,000 ตัว ผู้เลี้ยงไก่ไข่ ไม่เกิน 100,000 ตัว และผู้เลี้ยงไก่เนื้อ ไม่เกิน 100,000 ตัว
นายวัฒนศักย์ กล่าวต่อว่า คาดว่าจะมีผู้ได้รับสิทธิ์ประมาณ 800 ราย และกรมได้นำเสนอแนวทางช่วยเหลือชดเชยด้านดอกเบี้ย 3% ให้กับกลุ่มผู้เลี้ยงหมูต่อคณะกรรมการพิกบอร์ดไปแล้ว ส่วน หลักเกณฑ์และเงื่อนไขสนับสนุนค่าบริหารจัดการรายละไม่เกิน 10,000 บาท ได้แก่ การซื้ออาหารสัตว์ผสมสำเร็จรูป เป็นการซื้อจากผู้ผลิตที่ได้รับอนุญาตผลิตอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะจากกรมปศุสัตว์ หรือสหกรณ์การเกษตรที่ผลิตอาหารสัตว์ หรือ สหกรณ์ผู้รับจำหน่ายอาหารสัตว์ ระยะเวลาการซื้ออาหารสัตว์ เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคม ถึง 6 สิงหาคม 2566 สามารถยื่นขอรับเงินสนับสนุนได้ตั้งวันที่ 13 กรกฎาคม ถึง 12 สิงหาคม 2566
” ขณะเดียวกัน กรมการค้าภายในอยู่ระหว่างพูดคุยคุยกับห้างสรรพสินค้ารายใหญ่แถวราชประสงค์ เพื่อเตรียมจัดงานมหกรรมชิมซื้อสินค้าประเภทเนื้อหมู เนื้อไก่ ปลาและอื่นๆเพื่อนำสินค้าเหล่านี้มีช่องทางจำหน่ายในราคาไม่แพงช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์และลดค่าครองชีพให้กับประชาชน ” นายวัฒนศักย์ กล่าว
นายวัฒนศักย์ กล่าวต่อว่า ส่วนภาพรวมราคาสินค้าสัปดาห์นี้เทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า ในหมวดอาหาร นั้น ที่ราคาดีอย่าง ข้าวเปลือกหอมมะลิ เฉลี่ย 15,000 บาท/ตัน ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่เฉลี่ย 13,750 บาท/ตันข้าวเปลือกปทุม เฉลี่ย 12,100 บาท/ตันข้าวเปลือกเจ้านาปี เฉลี่ย 11,000 บาท/ตันข้าวเปลือกเหนียว เฉลี่ย 13,600 บาท/ตันถือเป็นราคาข้าวดีขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องชดเชยราคาประกันขณะที่ ราคามันสำปะหลัง เฉลี่ย 3.28 บาท/กก.ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เฉลี่ย 10.35 บาท/กก.ปาล์มน้ำมัน เฉลี่ย 6.00 บาท/กก.หมูเนื้อแดง เฉลี่ย 130.69 บาท/กก.ไก่ น่องสะโพก เฉลี่ย 81.13 บาท/กก.ไก่ น่อง เฉลี่ย 83.75 บาท/กก.ไก่ สะโพก เฉลี่ย 86.19 บาท/กก.ไก่ อก เฉลี่ย 78.69 บาท/กก.ไข่ไก่ เบอร์3 เฉลี่ย 4.29 /ฟอง

