หน้าแรก เศรษฐกิจ NIA ประกาศผลส...

NIA ประกาศผลสุดยอดสตาร์ทอัพไทยแลนด์ลีก 2023 ปลื้ม 7 ปีปั้นธุรกิจแล้ว 50 บริษัท

27.07.23 | 17:16 น.

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ประกาศผล “สุดยอดสตาร์ทอัพไทยแลนด์ลีก 2023” ช่วยบ่มเพาะนักศึกษาสู่สตาร์ตอัพ เผย 7 ปี ปั้นธุรกิจแล้วกว่า 50 บริษัท สร้างรายได้รวมปีละกว่า 500 ล้านบาท

ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กล่าวว่า NIA มีบทบาทเป็น Focal Facilitator หรือผู้อำนวยความสะดวกทางนวัตกรรม ที่มุ่งพัฒนาระบบนวัตกรรมที่เปิดกว้าง เปิดโอกาสในการเข้าถึงและเชื่อมโยงความร่วมมือทุกภาคส่วน โดยโครงการ Startup Thailand League เป็นกิจกรรมหนึ่งภายใต้แผนการส่งเสริมสตาร์ตอัพของประเทศ ในการบูรณาการการทำงานร่วมกันของภาครัฐ สถาบันการศึกษาและภาคเอกชน ในการสร้างระบบนิเวศและสภาพแวดล้อมที่จะจุดประกายและส่งเสริมการเติบโตของสตาร์ตอัพรุ่นใหม่ รวมทั้งก่อให้เกิดสังคมแห่งผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่สามารถเข้าถึงทรัพยากรที่จะส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจจากความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมได้ พร้อมเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต โดยปีนี้มีนิสิตนักศึกษาทั้งหมด 260 ทีม จากมหาวิทยาลัยเครือข่าย 48 แห่งทั่วประเทศ เข้าร่วมการแข่งขัน และให้ความสนใจในการพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมในเกือบทุกสาขาเทคโนโลยี แต่ความโดดเด่นของปีนี้คือการมุ่งสู่เทรนด์โลกที่ให้ความสำคัญกับการสร้างระบบนิเวศด้านเกษตรอย่างมากเพราะตอบโจทย์ด้านความมั่นคงในการเป็นแหล่งผลิตอาหาร และสนับสนุนเกษตรกรที่เป็นประชากรส่วนใหญ่เกือบ 1 ใน 3 ของประเทศ อีกทั้งรัฐบาลมีนโยบายเร่งผลักดันและขับเคลื่อนการสร้างสตาร์ตอัพเกษตรใหม่ๆ ผ่านกลไกการสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในระบบนิเวศที่จะทำให้เกิดการขยายการเติบโตได้อย่างก้าวกระโดดบนพื้นฐานของการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม

Startup Thailand League 2023 ระดับประเทศ มี 14 ทีมเข้ารอบชิงชนะเลิศ และนำเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการของตนเองต่อคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิระดับประเทศ ได้แก่ สมชาย อาภรณ์พงษ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการธนาคารออมสิน สายงานพัฒนาธุรกิจผู้ประกอบการรายย่อย และ SMEs Startup, ดร.ชินาวุธ ชินะประยูร ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเศรษฐกิจดิจิทัล (Depa), ชลิตา สมุทรรัตน์ รองประธานอาวุโส กลุ่มธุรกิจคลาวด์ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด, ดร.ชาญวิทย์ ตรีเดช ผู้จัดการกองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (TED Fund) และดร.ธาริต นิมมานวุฒิพงษ์ ผู้จัดการทั่วไป True Digital Park

โดยทีมผู้ชนะเลิศ Startup Thailand League 2023 ระดับประเทศ อันดับหนึ่ง ได้แก่ ทีม SparkEnergy จากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จากผลงาน GreenSupercap ถ่านคาร์บอนจากเศษเหลือขี้เลื่อยไม้ยางพารา ผ่านกระบวนการปรับปรุงพื้นผิวที่คิดค้นขึ้น ให้มีพื้นที่ผิวและความเป็นรูพรุนในการกักเก็บประจุไฟฟ้าที่สูง สำหรับอุปกรณ์กักเก็บพลังงาน

รองชนะเลิศ อันดับ 1 ได้แก่ ทีม K-DLE จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จากผลงาน บรรจุภัณฑ์กันกระแทกสำหรับผลิตผลสดทางเลือกใหม่จากยางธรรมชาติ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สามารถปกป้องผลิตผลสดในระหว่างการขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีม Mission to Mars จากมหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยมหิดล จากผลงาน Virniture คือการรวมกันระหว่างการออกแบบห้องแบบ virtual และการซื้อเฟอร์นิเจอร์ออนไลน์

Advertisement

ทั้ง 3 ทีมจะได้รับโล่รางวัลจาก NIA และเงินรางวัล มูลค่า 50,000 บาท, 30,000 บาท และ 20,000 บาท ตามลำดับ นอกจากนี้ ยังมีรางวัลเพิ่มเติมจากผู้สนับสนุน ประกอบด้วย รางวัล Huawei Cloud Accelerator Intensive Program จากบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด จำนวน 3 รางวัล ได้แก่ ทีม Confusion Matrix มหาวิทยาลัยพะเยา, ทีม Overlap มหาวิทยาลัยนเรศวร, ทีม FXAM สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง โดยทั้ง 3 ทีมจะได้เข้าร่วมอบรมพื้นฐานการใช้งาน Huawei Cloud รวมถึงการพัฒนาโซลูชันบนคลาวด์ร่วมกับเทคโนโลยีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น AI, Big Data ซึ่งเป็นการเสริมความพร้อมให้น้อง ๆ ก่อนการแข่งขันในเวทีนักศึกษาระดับโลก Huawei ICT Competition โดยจะมี 1 ทีมเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันนี้ที่ประเทศจีน และรางวัลเกียรติบัตร “Best Performance 2023” สำหรับมหาวิทยาลัยที่มีพัฒนาการ สามารถนำทีมนักศึกษาเข้าสู่ Demo Day ได้เพิ่มขึ้นจากปี 2565 จำนวน 5 มหาวิทยาลัย ได้แก่ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา

“โครงการ Startup Thailand League ได้บ่มเพาะแนวคิดในการทำงานเป็นทีม ให้นักศึกษาได้เกิดการเรียนรู้และได้รับประสบการณ์เสมือนการทำงานจริง ซึ่งเห็นผลประจักษ์แล้วว่าตลอด 7 ปีของการดำเนินกิจกรรมมีนักศึกษาเข้าร่วมกว่า 70,000 คน จาก 48 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศทั้งรัฐและเอกชน โดยสามารถต่อยอดจัดตั้งเป็นบริษัทและปัจจุบันยังดำเนินธุรกิจอยู่มากกว่า 50 บริษัท ก่อให้เกิดรายได้รวมต่อปีมากกว่า 500 ล้านบาท (เฉลี่ย 10 ล้านบาทต่อปีต่อบริษัท) เกิดการกระจายตัวของสตาร์ทอัพไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ รวมถึงเกิดการจ้างงานและสร้างความมั่นคงให้ชุมชน และเกิดการกระจายรายได้ออกสู่ภูมิภาค” ดร.กริชผกา กล่าว