หน้าแรก เศรษฐกิจ กกพ.เคาะค่าไฟ...

กกพ.เคาะค่าไฟก.ย.นี้ เหลือ 4.45บ./หน่วย – ส.อ.ท.ค้านจี้ลดเพิ่ม ฝากการบ้านรบ.ใหม่

28.07.23 | 06:25 น.

กกพ.เคาะค่าไฟก.ย.นี้เหลือ 4.45บ./หน่วย – ส.อ.ท.ค้านจี้ลดเพิ่ม ฝากการบ้านรบ.ใหม่ปฏิรูปเชิงรุก

เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม รายงานข่าวจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) แจ้งว่า เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม บอร์ด กกพ.มีมติรับทราบผลการรับฟังความคิดเห็นค่าเอฟที และได้พิจารณากรณีศึกษาการปรับค่าเอฟทีขายปลีก สำหรับเรียกเก็บในงวดเดือนกันยายน-ธันวาคม 2566 มีมติเห็นชอบค่าเอฟทีเรียกเก็บจำนวน 66.89 สตางค์ต่อหน่วย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยปรับลดลงจากงวดปัจจุบัน (พฤษภาคม-สิงหาคม 2566) จาก 4.70 บาทต่อหน่วย เหลืออยู่ที่ 4.45 บาทต่อหน่วย ให้มีผลตั้งแต่รอบบิลเดือนกันยายน 2566

รายละเอียดเอกสารเผยแพร่ค่าเอฟทีสำหรับงวดเดือนกันยายน-ธันวาคม 2566 สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์สำนักงาน กกพ. www.erc.or.th การพิจารณาดังกล่าว กกพ.ยึดหลักเกณฑ์ตามประกาศ กกพ. เรื่องกระบวนการ ขั้นตอนการใช้สูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ 2565 และได้พิจารณาประโยชน์ของประเทศ รวมถึงสภาพการแข่งขันและความสามารถในการให้บริการของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และการรักษาเสถียรภาพความมั่นคงการให้บริการระยะยาวประกอบแล้ว

รายงานข่าวระบุอีกว่า การเคาะค่าไฟครั้งนี้มาจาก 3 แนวทางเลือกที่เปิดรับฟังความเห็นประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียผ่านเว็บไซต์ กกพ. ประกอบด้วย กรณี 1 ค่าไฟอยู่ที่ 6.28 บาทต่อหน่วย เนื่องจากจุดคืนหนี้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) 135,297 ล้านบาท จะทำให้เอฟทีอยู่ที่ 249.81 สตางค์ต่อหน่วย และรวมกับค่าไฟฐาน 3.78 บาทต่อหน่วย กรณี 2 ค่าไฟเท่าเดิม 4.70 บาทต่อหน่วย มาจากเอฟที 91.19 สตางค์ต่อหน่วย ใช้วิธีทยอยคืนหนี้ กฟผ. 32,291 ล้านบาท

Advertisement

เหลือหนี้ 97,006 ล้านบาท และรวมกับค่าไฟฐาน 3.78 บาทต่อหน่วย และกรณี 3 ค่าไฟลดลงเหลือ 4.45 บาทต่อหน่วย มาจากค่าเอฟที 66.89 บาทต่อหน่วย โดยหนี้ กฟผ.ทยอยจ่ายคืน 5 งวด งวดละ 23,428 ล้านบาท เหลือหนี้ 111,869 ล้านบาท และรวมกับค่าไฟฐาน 3.78 บาทต่อหน่วย ก่อนสรุปที่กรณี 3 เมื่อเร็วๆ นี้ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ส่งหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้พิจารณาลดค่าไฟมากกว่า 4.45 บาทต่อหน่วย ตามต้นทุนที่ลดลงมาก แต่ไม่ได้รับการช่วยเหลือแต่อย่างใด

ด้าน นายอิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เคาะค่าไฟสุดท้ายที่ 4.45 บาทต่อหน่วย ในงวด 3 (กันยายน-ธันวาคม 2566) ว่า เอกชนไม่ยอมรับค่าไฟฟ้างวดดังกล่าว เพราะปัจจุบันปัจจัยบวกทั้งภายในและภายนอกมากมายทำค่าไฟลดลงได้มากกว่า 4.45 บาทต่อหน่วย จากปัจจุบัน 4.70 บาทต่อหน่วย ที่ผ่านมายังพบว่าข้อเสนอจากคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน (กกร.) ถึงรัฐบาลกลับไร้การตอบรับ ส่วนตัวยังมองว่าค่าไฟงวด 3 ยังลงได้มากกว่าที่ประกาศออกมาจาก 3 เหตุผล คือ 1.การจัดการยืดหนี้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพราะแอลเอ็นจีนำเข้าจ่ายจริงต่ำกว่าสมมุติฐานการเรียกเก็บค่าไฟงวด 1 (มกราคม-เมษายน 2566) และงวด 2 (พฤษภาคม-สิงหาคม 2566) 2.การจัดซื้อแอลเอ็นจีควรเป็นวันทีม และ 3.ควรรื้อโครงสร้าง ค่าก๊าซธรรมชาติ ระหว่างปิโตรเคมี ผู้ผลิตไฟฟ้า และอื่นๆ อย่างเหมาะสมและเป็นธรรมหากกลไกภายใต้รัฐบาลรักษาการเป็นแบบนี้ คงต้องเป็นการบ้านเร่งด่วนของรัฐบาลใหม่ ต้องเข้ามาปฏิรูปเชิงรุก