‘ภาคท่องเที่ยว’ หวังโหวตนายกฯได้ตาม กม. ชี้ตั้ง รบ.ช้ากระทบ ศก.หนัก ผวาม็อบดุทำนักเที่ยวหนี

31.07.23 | 05:50 น.
แฟ้มภาพ

‘ภาคท่องเที่ยว’ หวังโหวตนายกฯได้ตามกฎหมาย ชี้ตั้ง รบ.ใหม่ยืดกระทบ ศก.หนัก ผวาม็อบดุทำนักเที่ยวหนี

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม นายสง่า เรืองวัฒนกุล นายกสมาคมผู้ประกอบการค้าถนนข้าวสาร กล่าวว่า บรรยากาศถนนข้าวสารในช่วงหยุดยาว 6 วันยังเงียบเหงา แม้จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาประปราย ขณะที่นักท่องเที่ยวไทยส่วนใหญ่จะเดินทางกลับต่างจังหวัด ทำให้ถนนข้าวสารมีนักท่องเที่ยวจำนวนน้อยลง

อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลากลางคืนในสถานบันเทิงยังมีนักท่องเที่ยวเต็มในบางร้าน ขณะที่วันพระสถานบันเทิงจะปิดให้บริการก็ไม่ได้ส่งผลกระทบ เพราะนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเข้าใจ และเดินทางในเวลากลางวันเป็นส่วนใหญ่ ทั้งนี้ ยังมองว่ากำลังซื้อของคนไทยจะยังไม่กลับมา และมีสัดส่วนน้อยลงเพราะกังวลเรื่องการใช้จ่าย เนื่องจากเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นดีต่อเนื่อง

“ราคาต้นทุนของผู้ประกอบการเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และมีการปรับราคาอาหารขึ้นบ้างแต่ไม่ได้มีการปรับราคาขึ้นทั้งหมด เพราะผู้ประกอบการกลัวว่าถ้าปรับราคาแรงไปนักท่องเที่ยวจะหายไปจากกำลังซื้อที่ลดลงต่อเนื่อง และสิ่งที่กังวลมากที่สุดเรื่องการฟอร์มรัฐบาลว่าจะมีการกระตุ้นการท่องเที่ยวอย่างไร เพราะขณะนี้เป็นช่วงเกิดช่องว่างเพราะไม่มีรัฐบาลใหม่ ข้าราชการประจำในกระทรวงต่างๆ ก็ไม่มีอำนาจการอนุมัติงานใหม่ๆ จึงเกิดช่องว่างที่ไม่สามารถทำอะไรได้ชัดเจน” นายสง่ากล่าว

ทั้งนี้ ช่วงนี้เป็นช่วงโลว์ซีซั่น บรรยากาศยังเงียบ ตัวเลขน่าจะลดลงจากไตรมาสแรกประมาณ 30% จากช่วงไตรมาสแรกของปี 2566 เพราะไตรมาส 2-3 เป็นช่วงโลว์ซีซั่น ซึ่งถ้าเทียบกับช่วงก่อนโควิดก็มีนักท่องเที่ยวค่อนข้างดี แต่ช่วงนี้นักท่องเที่ยวหายจนน่ากลัว เพราะนักท่องเที่ยวจากฝั่งเอเชียเพิ่งเริ่มเดินทาง คนจีนยังไม่ออกจากนอกประเทศ ขณะที่ฝั่งยุโรปเดินทางกลับประเทศ ซึ่งส่วนหนึ่งราคาตั๋วเครื่องบินแพงขึ้น ดังนั้น การดินทางไม่ง่ายเหมือนแต่ก่อน รวมถึงการตัดสินใจจะยากขึ้น

Advertisement

นายสง่ากล่าวว่า ด้านปัญหาการเมือง เมื่อจัดตั้งรัฐบาลแล้ว ในกรณีที่ประชาชนไม่เห็นด้วยกับการตัดสินก็หวังว่าจะไม่มีปัญหาการประท้วง (ม็อบ) เกิดขึ้น เป็นห่วงมากที่สุด เพราะเมื่อมีการลงถนนของประชาชน โดยการดำเนินงานของสถานทูตต่างๆ จะประกาศให้นักท่องเที่ยวประเทศนั้นๆ ระมัดระวังการเดินทาง ซึ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นและการพิจารณาการเดินทางเข้าไทย เพราะสถานการณ์ในประเทศวุ่นวาย และหลีกเลี่ยงอันตรายที่จะเกิดขึ้น ดังนั้น โอกาสที่การท่องเที่ยวจะเปิดรับนักท่องเที่ยวจะหายไป หากเกิดในช่วงสำคัญอย่างฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ซึ่งจะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อเศรษฐกิจ

ขณะเดียวกัน การแก้ปัญหาของรัฐบาลก็อยากให้ดูแลปัญหาที่เกิดขึ้นในภาคท่องเที่ยวที่ติดอุปสรรคและส่งผลต่อนักท่องเที่ยว เช่น ตลาดคนจีนยังติดปัญหาเรื่องการทำวีซ่า และการตั้งค่าหัวต่อคนที่จะเข้ามาท่องเที่ยว อีกทั้งช่วงที่ผ่านมามีการก่ออาชญากรรมเกิดขึ้น ซึ่งก็เป็นปัญหาต่อภาพลักษณ์และการตัดสินใจเข้ามาประเทศไทย ดังนั้น เมื่อมีรัฐบาลควรสร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยวให้ดึงดูดนักท่องเที่ยวมากขึ้น เช่น การถ่ายทำซีรีส์เกาหลีในไทย สร้างรายได้เข้าประเทศมากขึ้น

“การท่องเที่ยวตอนนี้ทุกประเทศแย่งนักท่องเที่ยวกันหมด ถ้าไทยยังไม่ทำอะไรก็เสียโอกาสและรายได้ และถ้าเกิดปัญหาในประเทศจะเกิดผลกระทบหนัก จึงไม่อยากให้เกิดความรุนแรงขึ้น สำหรับกระแสการเว้นช่วง 10 เดือนเพื่อรอตั้งรัฐบาล มอง 2 กรณี ถ้ารอไปแล้วไม่มีม็อบก็ยังทำธุรกิจได้ แต่ถ้ารอแล้วเกิดความวุ่นวายก็ไม่เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ ทางที่ดีที่สุดควรจะมีรัฐบาลโดยเร็วเพื่อกลับมาบริหารประเทศ” นายสง่ากล่าว

ขณะที่ นายวีรวิชญ์ เครือสมบัติ ประธานชมรมผู้ประกอบการสถานบันเทิงป่าตอง จังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า สำหรับการท่องเที่ยวมีเรื่องน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะการเมืองไทยที่ยังมีความไม่แน่นอน ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่มีผลต่อการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้าประเทศไทยด้วย เพราะกังวลปัญหาจะบานปลายกรณีที่การจัดตั้งรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากเสียงส่วนใหญ่ที่ประชาชนยอมรับได้ ซึ่งอาจจะนำไปสู่เหตุการณ์ประท้วงรุนแรง จนถึงขั้นปิดสนามบินอย่างที่เคยมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมาก่อน จึงเป็นห่วงว่าจะเกิดเหตุซ้ำรอยกัน ถ้ายังไม่ได้รัฐบาลที่ลงตัว และเป็นรัฐบาลที่ประชาชนยอมรับได้

“อยากให้การจัดตั้งรัฐบาลได้อย่างเร็วที่สุด และทำไปด้วยกระบวนการของกฎหมาย ซึ่งถ้าผิดไปจากนี้กลัวว่าประชาชนจะยอมรับไม่ได้ และถ้าเกิดเหตุเลวร้ายที่สุดคงไม่อยากให้ถึงกับรัฐประหาร เพราะจะมีผลต่อเศรษฐกิจที่จะหยุดลง ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นที่สุด” นายวีรวิชญ์กล่าว

ทั้งนี้ ถ้ามีการจัดตั้งรัฐบาลได้แล้วอยากให้ดำเนินนโยบายที่ทำให้เศรษฐกิจฟื้นขึ้นอย่างชัดเจน เพราะขณะนี้เศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวไม่ได้ทุกพื้นที่ และยังมีคนจำนวนมากขาดรายได้ และมีเงินไม่พอใช้จ่าย จากปัญหาต้นทุนต่างๆ ที่แพงขึ้น เช่น อัตราดอกเบี้ย ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำมัน ค่าสาธารณูปโภคต่างๆ โดยเฉพาะค่าไฟฟ้า ไม่ใช่แต่ผู้ประกอบการได้รับผลกระทบ แต่ประชาชนทุกคนได้รับผลกระทบเหมือนกันหมด ดังนั้น ถ้าสามารถลดต้นทุนด้านต่างๆ ลงได้จะช่วยให้ประชาชนมีรายได้พอเลี้ยงชีพ และส่งผลต่อการใช้จ่ายที่จะมากขึ้นตาม