‘SCB’ ชี้ตั้งรัฐบาลเร็ว เงินบาทอาจแข็งค่าสู่กรอบ 33.35-33.85 บาท/ดอลล์

31.07.23 | 07:02 น.

‘SCB’ ชี้ตั้งรัฐบาลเร็ว เงินบาทอาจแข็งค่าสู่กรอบ 33.35-33.85 บาท/ดอลล์

นายแพททริก ปูเลีย ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานตลาดการเงิน สายงานตลาดการเงิน กลุ่มธุรกิจ Wholesale Banking ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า มุมมองการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในระยะสั้นนี้ สถานการณ์การเมืองไทยจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อเงินบาท หากการจัดตั้งรัฐบาลทำได้เร็ว เงินบาทก็มีแนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่องจากเงินทุนเคลื่อนย้ายที่น่าจะไหลกลับเข้ามาได้ โดยอาจเห็นเงินทุนไหลเข้าไทยกว่าแสนล้านบาทใน 1 เดือน (คล้ายปี 2562) ซึ่งในกรณีนี้ แนะให้ลูกค้ากลุ่มผู้ส่งออกทยอยขายเงินเหรียญสหรัฐที่กรอบ 33.90-34.30 ส่วนผู้นำเข้าอาจรอซื้อเงินเหรียญสหรัฐหลังมีความแน่นอนในเรื่องนายกฯ โดยมองที่กรอบราว 33.35-33.85 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

“อย่างไรก็ตาม หากการจัดตั้งรัฐบาลล่าช้า หรือเกิดการประท้วงเป็นวงกว้าง เงินทุนอาจไหลออกในช่วงที่ความไม่แน่นอนสูงขึ้น ทำให้เงินบาทอาจอ่อนค่าเร็วได้ อีกทั้ง แม้หลังได้นายกฯ เงินทุนก็อาจไหลกลับน้อยกว่ากรณีแรก ทำให้เงินบาทแข็งค่าน้อยกว่า จึงแนะให้ลูกค้ากลุ่มผู้ส่งออกอาจตั้งทาร์เก็ทขายเงินเหรียญสหรัฐที่กรอบราว 34.50-35.20 ได้ ส่วนลูกค้ากลุ่มผู้นำเข้าอาจพิจารณาสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (Forward Contract) ที่ราคาราว 34.00 เพื่อปิดความเสี่ยงเงินบาทอ่อนค่าเร็ว” นายแพททริกกล่าว

นายแพททริกกล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมาเงินบาทผันผวนสูงขึ้นจากหลายปัจจัย อาทิ 1.การขึ้นดอกเบี้ยและการสื่อสารของธนาคารลางสหรัฐ (เฟด) โดยล่าสุดแม้จะขึ้นดอกเบี้ยมาที่ 5.50% ตามที่ตลาดคาด แต่ก็ยังไม่บอกว่าจะขึ้นดอกเบี้ยต่อหรือไม่ ทำให้นักลงทุนมองว่าแนวโน้มดอกเบี้ยเป็นขาขึ้น (Hiking Cycle) น่าจะจบลง เงินเหรียญสหรัฐจึงอ่อนค่ากดดันให้บาทแข็งค่า 2.ราคาทองคำ โดยในเวลาที่ราคาทองคำสูงขึ้น ผู้ค้าทองคำไทยมักขายทองคำในตลาดโลกเพื่อทำกำไร จึงมีการแลกเหรียญสหรัฐเป็นเงินบาท กดดันให้บาทแข็งค่า 3.ทิศทางค่าเงินหยวน โดยในเวลาที่ตัวเลขเศรษฐกิจจีนออกมาอ่อนแอกว่าคาด เงินหยวนจะอ่อนค่า กดดันบาทอ่อนตาม และ 4.ความเชื่อมั่นของนักลงทุน ซึ่งส่งผลต่อแนวโน้มเงินทุนเคลื่อนย้ายสู่ตลาดการเงินไทย

คาด กนง.ขึ้นดอก 0.25%

นายแพททริกกล่าวว่า ได้คาดการณ์อัตราดอกเบี้ยในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) สัปดาห์หน้า (2 สิงหาคม) น่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% มาอยู่ที่ 2.25% โดยแม้เงินเฟ้อทั่วไปในช่วงที่ผ่านมาจะปรับลดลงเร็วและต่ำกว่ากรอบนโยบาย แต่คาดว่า กนง.จะยังขึ้นดอกเบี้ย เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อัตราเงินเฟ้ออาจกลับมาสูงขึ้นได้ โดยปัจจัยเสี่ยงมาจาก 1.เอลนิโญและมาตรการระงับการส่งออก ที่อาจทำให้ราคาสินค้าเกษตรเร่งตัวขึ้น และ 2.ราคาน้ำมันที่เริ่มกลับมาสูงขึ้น จึงแนะให้ลูกค้าที่กังวลว่า กนง. อาจขึ้นดอกเบี้ยต่อไปถึง 2.50% อาจพิจารณาทำธุรกรรมอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ (Pay fixed rate) ที่ระดับปัจจุบันราว 2.30-2.35%

Advertisement