หน้าแรก เศรษฐกิจ มีเงินใช่ว่าจ...

มีเงินใช่ว่าจะซื้อได้! สำรวจที่ดินรอบ แอชตันอโศก เจ้าของที่รอบข้าง ลั่น ไม่ขาย-ไม่เดือดร้อนเงิน

31.07.23 | 18:19 น.

มีเงินใช่ว่าจะซื้อได้! สำรวจที่ดินรอบ แอชตันอโศก เจ้าของที่รอบข้าง ลั่น ไม่ขาย-ไม่เดือดร้อนเงิน ลูกบ้านสุดช้ำ

ยังคงเป็นที่จับตาทางออกโครงการคอนโดมิเนียมสุดหรู ”แอชตัน อโศก” มูลค่า 6,481 ล้านบาท โปรเจ็กต์ร่วมทุนระหว่าง ”อนันดา-มิตซุย ฟูโดซัง” ในสัดส่วน 51:49

สุดท้ายจะจบแบบไร้คราบน้ำตาหรือมีดราม่าหนักขึ้นกว่าเดิม เพราะดูเหมือนทุกทางออกของปัญหายังดูหริบหรี่ แม้กรุงเทพมหานคร(กทม.) จะส่งสัญญาณว่าไม่ต้อง ”ทุบตึก” ให้สามารถแก้ไขทางเข้า-ออกให้กว้าง 12 เมตร และขอใบอนุญาตใหม่

แต่ปัญหาคือ อนันดา ต้องไปหาพื้นที่เพิ่ม เพื่อหาทางเข้า-ออกโครงการความกว้าง 12 เมตร ติดถนนสาธารณะที่มีเขตทางกว้างไม่น้อยกว่า 18 เมตรยาวต่อเนื่องกัน ให้เป็นไปตามที่กฎกระทรวงฉบับที่ 33 ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 กำหนด

หลังศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาเพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้าง เนื่องจากที่ดินใช้ก่อสร้างอาคารโครงการ ไม่มีเขตที่ดินด้านหนึ่งด้านใดที่เป็นทางเข้าออกกว้างไม่น้อยกว่า 12 เมตร ติดถนนสาธารณะที่มีเขตทางกว้างไม่น้อยกว่า 18 เมตรยาวต่อเนื่องกัน และใบอนุญาตการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ที่ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเป็นทางเข้าออกสาธารณะได้นั้น ขัดต่อวัตถุประสงค์แห่งการเวนคืนที่ดิน

Advertisement

ต้องซื้อตึกแถว-ที่ดินทะลวงทางออก

แหล่งข่าวจากกทม. กล่าวว่า วันที่ 3 สิงหาคมนี้ทางผู้บริหารแถลงข่าวโครงการแอชตัน อโศก โดยกทม.จะลำดับความเป็นมาของการอนุญาตก่อสร้างโครงการ ชี้แจงรายละเอียดคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด และแนวทางแก้ไข ซึ่งบริษัทต้องไปหาทางออกกว้าง 12 เมตร ติดถนนสาธารณะที่มีเขตทางกว้างไม่น้อยกว่า 18 เมตร และดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องตามคำสั่งศาลและยื่นขออนุญาตก่อสร้างใหม่ และกทม.โดยสำนักงานเขตวัฒนาจะแจ้งยกเลิกใบอนุญาตและให้บริษัทดำเนินการปรับปรุงแก้ไขตามมาตรา 40 และมาตรา 41 ตามพ.ร.บ.ควบคุมอาคาร 2522 ที่ให้อำนาจเจ้าพนักงานท้องถิ่นไว้

“การเพิกถอนใบอนุญาตไม่ได้ทุบตึกก็จริง แต่บริษัทต้องไปหาที่ดินเพื่อทำทางเข้าออกให้กว้าง 12 เมตร เพราะทางผ่านใช้บนที่ดินรฟม.ศาลตัดสินแล้วว่าไม่ใช่ทางสาธารณะ มีทางเดียวบริษัทต้องซื้อตึกแถวขยายทางด้านหลังเพิ่มเพื่อออกสุขุวิทซอย 19 หรือซื้อที่ดินของสมาคมนามธารีออกถนนอโศกมนตรี เพราะโอกาสจะไปเจรจากับรฟม.ใหม่คงยากและรฟม.จะต้องไปแก้กฎหมายรฟม.ให้เป็นทางสาธารณะโดยไม่มีเงื่อนไขอีก แล้วรฟม.จะทำให้หรือไม่เพราะทำแล้วอาจจะมีปัญหาอีก ทั้งนี้ถึงที่สุดแล้วหากบริษัทหาทางออกกว้าง 12 เมตรไม่ได้ คงจะมีการฟ้องร้องกันยาวระหว่างลูกบ้านกับบริษัทและบริษัทกับหน่วยงานรัฐ”แหล่งข่าวกล่าว

กทม.ย้ำอนุญาตแบบมีเงื่อนไขแต่แรก

แหล่งข่าวกล่าวว่า สำหรับการอนุญาตก่อสร้างซึ่งเป็นการยื่นตามมาตรา 39 ทวิและกาารอนุญาตให้ใช้อาคาร(อ.6) กทม.มีการอนุญาตให้แบบมีเงื่อนไขแนบท้าย มี 2 ส่วน คือ การใช้ประโยชน์ในที่ดินของรฟม.ตามที่ยื่นแจ้งนั้น ผู้แจ้งจะก่อสร้างได้แค่ไหนเพียงใด ปัญหาทางแพ่งที่ผู้แจ้งต้องพิจารณาและรับผิดชอบต่อผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้องเอง และหากมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ตามข้อสงวนสิทธิ์ของรฟม.ผู้แจ้งหรือผู้ครอบครองอาคารในภายหน้า จะต้องยื่นขออนุญาตหรือยื่นแจ้งตัดแปลงอาคารให้ถูกต้อง ตามกฎกระทรวง ข้อบัญญัติท้องถิ่น ที่ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ต่อไป

แหล่งข่าวกล่าวว่า อีกส่วนเป็นเรื่องที่ดินที่ตั้งโครงการซึ่งอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาของศาลปกครองกลาง ที่มีผู้ฟ้องคดีกรณีโครงการใช้ที่ดินของรฟม. ผ่านเข้าออกโครงการสู่ซอยสุขุมวิท 21 หรืออโศกมนตรีนั้น หากศาลมีคำพิพากษาเป็นที่สิ้นสุดแล้ว ผลการพิจารณาทำให้อาคารของโครงการขัดต่อกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร ผู้ได้รับใบรับรองจะต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อตนเองและผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมทั้งต้องดำเนินการแก้ไขอาคารให้ถูกต้องตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารต่อไป

ขณะที่ ”ภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ” ผู้ว่าการรฟม. กล่าวว่า ถ้าหากอนันดาจะมาหารือกับรฟม.เพื่อใช้ทางผ่านเพื่อออกถนนอโศกมนตรีใหม่นั้น คงไม่น่าจะได้แล้ว

ลูกบ้านกังวลหนักลุ้นระทึกผลสรุป

ผู้สื่อข่าวลงสำรวจพื้นที่ โครงการแอชตัน อโศก โดยพบผู้ซื้อห้องชุดรายหนึ่งซึ่งไม่ประสงค์ออกนาม เป็นนักธุรกิจซึ่งเดินทางมาจากจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยระบุว่าได้ซื้อห้องชุดขนาด 35 ตารางเมตร(ตร.ม.) ด้วยเงินสดในราคา 7.5 ล้านบาท เมื่อปี 2561 ที่เริ่มทยอยโอนกรรมสิทธิ์ ซึ่งในช่วงที่ซื้อนั้น ไม่ได้ทราบรายละเอียดมาก โดยซื้อต่อจากคนอื่นมาอีกทอดหนึ่งน่าจะเป็นมือที่ 3 และมือที่ 4 แล้ว เพราะโครงการนี้มีการซื้อขายเปลี่ยนมือกันบ่อยมาก

“ตั้งใจซื้ออยู่อาศัยเอง เผื่อลูกมาอยู่เวลามากรุงเทพฯ ที่ซื้อเพราะทำเลดี อยู่ใจกลางเมือง มีรถไฟฟ้าพาดผ่าน ซึ่งหลังศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาออกมา ยังไม่มีความชัดเจนจากบริษัทเท่าไหร่ ถามว่าความเชื่อมั่นมีไหม ก็ยังกังวลอยู่ว่าสุดท้ายการแก้ปัญหาจะเป็นอย่างไร จะหาทางออกให้ลูกบ้านได้หรือไม่ มีกลุ่มลูกบ้านคุยกันในกลุ่มไลน์ว่าทางอนันดาจะหาทางออกกับกทม.และรฟม.ใน 14 วัน เรารอฟังข่าวอยู่ วันนี้ที่เดินทางมา เพื่อรวบรวมหลักฐานจะยื่นฟ้องดำเนินคดีกับบริษัทให้รับผิดชอบค่าเสียหาย โดยจะยื่นเอกสารทั้งหมดให้ทางนิติบุคคลโครงการดำเนินการให้ และเห็นมีลูกบ้านรวมตัวกันอยู่ด้วย”ลูกบ้านโครงการกล่าว

เอเจนท์ชี้ขายต่อยาก-ตลาดเช่ายังดี

นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวสอบถามพนักงานของบริษัทชินยู เรสซิเดนซ์ จำกัด ตัวแทนและนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งตั้งบูธอยู่ภายโครงการแอชตัน อโศก ระบุว่าหลังศาลมีคำพิพากษาออกมาเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ยังไม่มีผลต่อราคาซื้อขายหรือการเช่าห้องชุดโครงการ แต่การซื้อขายต่อไปคงเป็นเงินสดเท่านั้น เพราะสถาบันการเงินคงไม่ปล่อยกู้แล้ว และอาจจะทำให้ขายต่อยากขึ้น แต่การเช่าคงไม่ได้รับผลกระทบ

โดยปัจจุบันห้องขนาด 30-37 ตร.ม. ราคาซื้อขายอยู่ที่ 7.5-11 ล้านบาท ราคาเช่า 25,000-40,000 บาทต่อเดือน ขนาด 47-50 ตร.ม. ราคาซื้อขาย 13-16 ล้านบาท ราคาเช่า 50,000-55,000 บาทต่อเดือน ขนาด 65 ตร.ม. ราคาซื้อขาย 17-19 ล้านบาท ราคาเช่า 60,000-80,000 บาทต่อเดือน

เจ้าของตึกแถว-ทาวน์เฮ้าส์ลั่นไม่ขาย

ผู้สื่อข่าวสอบถามเจ้าของตึกแถวอยู่บริเวณซอยสุขุมวิท 19 แยก 2 หลังกทม.แนะให้อนันดาซื้อเพื่อให้ได้ทางเข้าออก 12 เมตร ซึ่งเจ้าของตึกระบุว่าไม่ขายให้ และบริษัทจะซื้อไหวหรือไม่ เพราะมีหลายคูหาและราคาคงแพงมากขึ้น

ขณะที่เจ้าของบ้านทาวน์เฮ้าส์รายหนึ่งซึ่งอยู่ท้ายซอยสุขุมวิท 19 แยก 1 บอกว่าตนไม่ขายให้ล้านเปอร์เซ็นต์ และเชื่อว่าคนในซอยนี้มีอยู่กว่า 10 หลัง ไม่มีใครขายให้ เพราะทุกคนมีฐานะ ไม่เดือดร้อนเรื่องเงิน

ตึกคูหาละ35 ล้านที่ดินวาละ 2.6 ล้าน

นายโสภณ พรโชคชัย ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด(AREA) กล่าวว่า จากการสำรวจประเมินค่าทรัพย์สินในกรณีตึกแถว 4 ชั้น ที่ตั้งอยู่ติดถนนสุขุมวิท 21 ที่มีขนาดประมาณ 20 ตารางวา(ตร.ว.) ปัจจุบันราคาขายอยู่ที่ 30-35 ล้านบาท จากเมื่อ 10 ปีก่อน มีราคาอยู่ที่ 15 ล้านบาท โดยราคาเพิ่มขึ้นปีละ 8.8% ส่วนราคาที่ดินติดถนนสุขุมวิท 21 เมื่อปี 2558 ราคาที่ดินอยู่ที่ 1.1 ล้านบาทต่อตร.ว. และในปัจจุบัน เพิ่มขึ้นเป็น 2.6 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 9% ต่อปี

“ส่วนที่มีกระแสข่าวออกมาว่า มีผู้เสนอราคาขายตึกแถว เพื่อเปิดทางออกให้กับโครงการแอชตัน อโศก ในราคาคูหาละ 200-300 ล้านบาทนั้น คงเป็นการตั้งราคาที่สูงมากเกินไปมากกว่าจะเป็นราคาตลาดที่แท้จริง”นายโสภณกล่าวทิ้งท้าย