หน้าแรก เศรษฐกิจ สนค.ชี้ดัชนีร...

สนค.ชี้ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างจากไตรมาส 3 สูงขึ้น ตามอุปสงค์-ลงทุน ฟื้นตัว

3.08.23 | 13:02 น.

สนค. ชี้ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง จากไตรมาส 3 แนวโน้มขยายตัวสูง ตามอุปสงค์-ลงทุน กลับมาฟื้นตัว

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เปิดเผยว่า สถานการณ์ราคาวัสดุก่อสร้างช่วงครึ่งแรกปี 2566 ชะลอตัวอย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนจากดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนมิถุนายน 2566 ลดลง 0.9 % ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ส่งผลให้ครึ่งปีแรก2566 สูงขึ้นเพียง 0.4 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปี2565 ที่สูงขึ้น 4.5% สาเหตุจากราคาเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก ที่มีสัดส่วนน้ำหนักมากถึง 29.66% หรือคิดเป็น 1 ใน 3 ของน้ำหนักในตะกร้าดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง ลดลงตามราคาพลังงานและวัตถุดิบโลก อาทิ น้ำมันดิบ ยางมะตอย และแร่เหล็ก ตามความต้องการก่อสร้างในประเทศต่าง ๆ ที่ชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจโลก ผลจากอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นกว่าปี 2565 และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ยังไม่ยุติ รวมถึงหมวดซีเมนต์ และหมวดผลิตภัณฑ์คอนกรีต ที่มีสัดส่วนน้ำหนักต่อดัชนี 27.90% ก็ชะลอตัวติดต่อกัน 4 เดือน จึงมีผลต่อดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างไทยครึ่งปีแรก 2566 ชะลอตัวชัดเจน

เมื่อพิจารณาแนวโน้มภาคการก่อสร้างโลก ปี 2566 โดยศูนย์วิจัย GlobalData ซึ่งเป็นบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลระดับโลก คาดการณ์ ณ พฤษภาคม 2566 พบว่า ภาคการก่อสร้างโลก ปี 2566 มีแนวโน้มชะลอตัวและขยายตัวเพียง 0.8 % จาก 2.1% ช่วงเดียวกันปี2565 โดยภาคการก่อสร้างในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว หดตัว 1.5 % ผลจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครนยืดเยื้อส่งผลต่อระดับราคาและกดดันบรรยากาศการค้าการลงทุน โดยเฉพาะในยุโรป รัสเซีย อเมริกาเหนือ และออสเตรเลีย ขณะที่ภาคการก่อสร้างในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ขยายตัว 2.4 % ชะลอลงจากปี 2565 ที่ขยายตัว 4.6 % จากการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ของจีนยังซบเซา รวมถึงผลจากมาตรการส่งเสริมและโครงการก่อสร้างของภาครัฐในหลายประเทศ อาทิ สหรัฐ ออกกฎหมาย Inflation Reduction Act ที่ส่งเสริมการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และพลังงาน รวมทั้งมีมาตรการให้เงินอุดหนุนเพื่อก่อสร้างโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์และอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า เยอรมนี อินเดีย มีโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ด้านการคมนาคมขนส่งทางถนนและรถไฟ ญี่ปุ่น มีการก่อสร้างคลังสินค้าและสถานที่ให้บริการด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ และโครงการวิศวกรรมโยธา และจีน มีการก่อสร้างเส้นทางคมนาคม พลังงานหมุนเวียน และนิคมอุตสาหกรรม และการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำที่เมืองฉงชิ่ง

“ทั้งหมดนี้ มีส่วนขับเคลื่อนให้ภาคการก่อสร้างของประเทศมีโอกาสเติบโต ประกอบกับอุปทานพลังงานและเหล็กที่มีแนวโน้มตึงตัว ซึ่งอาจทำให้ราคาวัตถุดิบ และราคาวัสดุก่อสร้างในช่วงที่เหลือของปีนี้มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นได้ “นายพูนพงษ์ กล่าว

นายพูนพงษ์ กล่าวต่อว่า ส่วนภาคการก่อสร้างของไทย ยังมีโอกาสขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระบุว่า ภาคการก่อสร้างของไทยในไตรมาสแรก 2566 ขยายตัว 3.9 % เร่งขึ้นจาก 2.6% ในไตรมาสก่อนหน้า และปี 2566 คาดว่าภาคการก่อสร้างของไทยจะเพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ที่คาดว่าจะสูงขึ้นระหว่าง 2.7 – 3.7% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการลงทุนของภาครัฐ และเอกชนมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น และเมื่อพิจารณาประกอบกับเครื่องชี้วัดภาคการก่อสร้างอื่น ๆ ซึ่งมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นเช่นกัน ทั้งด้านอุปทาน อาทิ การออกใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยทั่วประเทศ และด้านอุปสงค์ อาทิ การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศ และการโอนกรรมสิทธิ์อาคารชุดของชาวต่างชาติทั่วประเทศ นอกจากนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ยังอยู่ในช่วงความเชื่อมั่นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 และดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ-ปริมณฑลปรับตัวดีขึ้น ภาคการก่อสร้างของไทยยังคงเผชิญกับต้นทุนการผลิตที่สูงกว่าปี 2565 อาทิ ค่าขนส่ง ค่าแรง และค่ากระแสไฟฟ้า

Advertisement

” จากปัจจัยดังกล่าว สนค. จึงคาดว่าภาคการก่อสร้างของไทยมีโอกาสที่จะขยายตัว และจะส่งผลให้ราคาวัสดุก่อสร้าง ไตรมาส 3 และช่วงที่เหลือของปี 2566 ขยายตัวเพิ่มขึ้น จากครึ่งปีแรก แต่ต้องติดตามปัจจัยท้าทายอาจส่งผลต่อการเติบโตของภาคการก่อสร้างและกดดันให้ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างขยายตัวน้อยกว่าที่คาดหรืออาจลดลงได้ อาทิ การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกที่กดดันความต้องการพลังงานและวัสดุก่อสร้าง ส่งผลให้ราคาพลังงาน วัตถุดิบ และราคาจำหน่ายวัสดุก่อสร้างลดต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน การปล่อยสินเชื่อของธนาคารมีความเข้มงวดขึ้น อัตราดอกเบี้ยอยู่ในช่วงขาขึ้น จะส่งผลให้กำลังซื้อและการลงทุนภาคประชาชนและธุรกิจลดลง ” นายพูนพงษ์ กล่าว