ลูกบ้านแอชตัน เดือด จ่อฟ้อง 5 พันล. หลังผิดหวังแผนเยียวยา บริษัทอ้างรับรู้สถานะคดีตลอด
เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม นายพิสุทธิ์ รักวงษ์ ตัวแทนกฎหมายนิติบุคคลโครงการแอชตัน อโศก กล่าวภายหลังการเข้าพบผู้ว่าฯกทม.เมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้ให้ความมั่นใจว่าเรายังสามารถอยู่อาศัยในตึกได้เหมือนเดิม เพราะไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่เสี่ยงภัย ยังมีการเปิดทางเข้าออกเหมือนเดิมพร้อมยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมขอให้ผู้ว่าฯกทม.ตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างกทม. เจ้าของโครงการและตัวแทนของลูกบ้านว่าจะหาแนวทางแก้ไขกับผกระทบที่เกิดขึ้นจากคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดอย่างไร ซึ่งทางผู้ว่าฯกทม.บอกว่าจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อช่วยเหลือลูกบ้าน เพราะเราไม่อยากอยู่ด้วยความกลัว จากที่ตึกไม่มีอนุญาต
อนันดาไม่จริงใจแก้ปัญหา อ้างลุกบ้านรับรู้คดีตลอด
นายพิสุทธิ์กล่าวว่า นอกจากนี้หลังจากได้หนังสือชี้แจงจากอนันดาฉบับล่าสุดวันที่ 3 สิงหาคม ได้พอข้อเท็จจริงสะท้อนความจริงใจบางอย่างจากอนันดา ซึ่งแถลงการณ์นี้ที่รับไม่ได้เลย คือ ระบุว่าลูกบ้านได้รับทราบสถานะของคดีมาโดยตลอด การที่อนันดาออกแถลงการณ์แบบนี้เพราะกำลังยกข้อต่อสู้เรื่องของการรอนสิทธิ เพราะเท่ากับว่าลูกบ้านรู้ดีอยู่แล้ว แต่กลับสมัครใจรับโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุด เพื่อปฎิเสธความรับผิดชอบ และให้ความรับผิดตกอยู่ไปอยู่กับลูกบ้านทั้งหมด นี่คือเจตนาที่แท้จริงของอนันดา ที่ไม่ยอมทำข้อบันทึกข้อตกลงชดใช้ค่าเสียหายแก่ลูกบ้านตั้งแต่แรก แสดงให้เห็นอนันดากำลังใช้มาตรการทางกฎหมายมาต่อสู้กับลูกบ้าน

นายพิสุทธิ์กล่าวว่า การที่เราเปิดข้อเสนอเยียวยากับอนันดา ไม่ใช่ครั้งแรก เป็นข้อเสนอเมื่อ 2 ปีที่แล้ว หลังศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาวันที่ 30 กรกฎาคม 2564 ซึ่งลูกบ้านเกิดความกังวลใจอาคารจะอยู่ต่ออย่างไร จึงขอให้อนันดาทำข้อตกลงยืนยันว่าถ้าท้ายที่สุดต้องมีการรื้อถอนอาคาร ทางอนันดาจะต้องมีการชดใช้เยียวยาลูกบ้าน รวมถึงขอเปลี่ยนโครงการหรือไปอยู่โครงการอื่นๆของอนันดา หรือขอให้คืนเงิน เพียงเป็นการเซ็นข้อตกลงระหว่างรอคำพิพากษาจากศาลปกครองสูงสุดไปด้วยกันในขณะนั้น เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าที่ตัดสินใจเลือกแบรนด์นี้ แต่อนันดาไม่ได้รับการเซ็นยินยอม จนศาลมีคำพิพากษาวันที่ 27 กรกฎาคมที่ผ่านมา
“เราเสนอใหม่ เพราะถ้าอนาคตอนันดาไม่สามารถหาทางเข้าออกได้ถูกต้อง เพื่อขอใบอนุญาตใหม่ ซึ่งตอนนี้ลูกบ้านอยู่กับความไม่แน่นอน ไม่รู้ว่าจะหาทางออกได้หรือไม่ได้ ขอให้อนันดาเซ็นรับรองว่าจะไม่ทิ้งกันจริงๆ แต่สิ่งที่อนันดาตอบกลับมา ไม่มีสิ่งที่ลูกบ้านขอ แต่เป็นการออกแถลงการณ์โต้แย้งกลับมา หากลูกบ้านรู้โครงการมีคดีความคงไม่มีใครเสี่ยงซื้อห้องชุดที่มีมูลค่าสูง“นายพิสุทธิ์กล่าว
นายพิสุทธิ์กล่าวว่า จึงทำให้รู้ว่าเป็นการวางแผนของอนันดาทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่ว่าภาครัฐหรือกับลูกบ้านเอง และจากการตรวจสอบงบการเงินของอนันดาเกี่ยวกับคดีความนี้ ไม่มีการสำรองเงินค่าเสียหายไว้หากต้องจ่าย มีแต่คำแถลงว่าเชื่อมั่นที่จะชนะคดี แต่สุดท้ายผลคดีออกมาแล้ว และอนันดาไม่มีการเตรียมการหรือแผนการจะรองรับเยียวยาความเสียหายแก่ลูกบ้าน นอกจากบอกว่าจะไปฟ้องรัฐเพื่อนำเงินมาเยียวยาลูกบ้าน ซึ่งไม่รู้จะใช้เวลาอีกนานแค่ไหนและจะชนะหรือเปล่า
“ตอนนี้ความเสียหายมันเกิดแล้ว สภาพคล่องการซื้อขายคอนโดแทบจะไม่มี ผู้เช่าก็เกิดความกังวลจะอยู่ระยะยาวได้หรือไม่ บางคนอาจถอดใจไม่ผ่อนแบงก์ เกิดเป็นหนี้เสีย หรือชำระเงินไปแล้ว อาจจะเหลือกระดาษถ้าสุดท้ายตึกถูกทุบทิ้ง คนเช่าก็ไม่อยากอยู่”นายพิสุทธิ์กล่าว
จ่อฟ้องเรียกค่าเสียหาย 5 พันล้าน
นายพิสุทธิ์กล่าวว่า สำหรับขอเรียกร้องคือให้อนันดาแสดงความจริงใจในการเข้ามาร่วมประชุมกับตัวแทนนิติบุคคลภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคมนี้ ถ้าไม่มามีความจำเป็นต้องดำเนินการฟ้องร้องต่อไป โดยจะฟ้องแพ่งบริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)ผู้รับประโยชน์ของโครงการและยินยอมใช้เครื่องหมายการค้าอนันดา และบริษัท มิตซุย ฟูโดซัง ในฐานะผู้ถือหุ้นที่กระทำการไม่สุจริต เอาเปรียบผู้บริโภค จะมีเรียกค่าเสียหายกว่า 5,000 ล้านบาท โดยคิดตามมูลค่าที่ลูกบ้านอยู่อาศัย คือ 580 ครัวเรือน ยังไม่รวมดอกเบี้ย ค่าตกแต่ง โดยการดำนินการฟ้องภายใน 1 ปีนับจากนี้ เพราะต้องใช้เวลารวบรวมเอกสารและมีลูกบ้านอยู่ต่างประเทศด้วย อยากฝากถึงอนันดา แสดงความจริงใจ ความรับผิดชอบ ศรัทธาออกมาให้ลูกบ้านเห็น

