‘ททท.’ เล็งตั้ง 2 สำนักงานใหม่ ‘ริยาด-ชิคาโก’ เสริมทัพบุกตลาดตะวันออกกลาง-สหรัฐ
นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.มีแผนตั้งสำนักงานใหม่ 2 แห่ง เพื่อรุกทำการตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกล (Long haul) เข้าประเทศไทยมากขึ้น ได้แก่ สำนักงานริยาด ซาอุดีอาระเบีย และสำนักงานชิคาโก สหรัฐอเมริกา เนื่องจากตลาดซาอุดีอาระเบีย ถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพ โดยสถิติในช่วงวันที่ 1 มกราคม-10 กรกฎาคม ที่ผ่านมา มีจำนวนนักท่องเที่ยวสะสม 75,652 คน มากเป็นอันดับ 1 ของภูมิภาคตะวันออกกลาง แซงหน้าตลาดสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ซึ่งมีจำนวน 49,905 คน หลังมีการฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทย-ซาอุฯ เมื่อต้นปี 2565
นายศิริปกรณ์ กล่าวว่า รวมถึง ททท.ยังมีแนวโน้มตั้งสำนักงานชิคาโก ในสหรัฐ เพื่อดูแลการทำตลาดในพื้นที่ตอนกลางของสหรัฐ สามารถดึงชาร์เตอร์ไฟลต์เข้าไทยได้ มาเสริมกำลังจากที่มีอยู่ 2 สำนักงานในสหรัฐ ได้แก่ สำนักงานนิวยอร์ก และสำนักงานลอสแอนเจลิส โดยเมื่อปี 2562 ก่อนโควิดระบาด มีนักท่องเที่ยวสหรัฐเดินทางเข้าไทย 1,136,210 คน และในช่วงวันที่ 1 มกราคม -10 กรกฎาคม 2566 มีจำนวนสะสม 472,317 คน
“ททท.เตรียมตั้งสำนักงานใหม่ในกรุงริยาด เพื่อรุกทำตลาดนักท่องเที่ยวซาอุฯ อย่างเต็มที่ พร้อมดูแลพื้นที่ใกล้เคียง อาทิ แอฟริกาตอนเหนือ ซึ่งมีความใกล้เคียงกันในเชิงวัฒนธรรมกับตลาดซาอุฯ ส่วนสำนักงานชิคาโกจะรับผิดชอบพื้นที่ตลาดแคนาดา ซึ่งปัจจุบันอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของสำนักงานนิวยอร์ก หลังจากก่อนหน้านี้ ททท.เคยตั้งสำนักงานโทรอนโต แต่ต้องพักดำเนินการไป โดยเมื่อปี 2562 มีจำนวนนักท่องเที่ยวแคนาดาเดินทางเข้าไทย 252,574 คน กลุ่มหลักเดินทางจากโทรอนโตและแวนคูเวอร์ ขณะที่ในช่วง 1 มกราคม -10 กรกฎาคม มีจำนวนสะสม 114,071 คน” นายศิริปกรณ์ กล่าว
นายศิริปกรณ์ กล่าวว่า สำหรับกลยุทธ์การทำตลาดระยะไกล จากในปี 2566 ได้ใช้กลยุทธ์ “ABCD” ได้แก่ A: Airline Focus, B: Big Cities & Beyond, C: Collaboration is Key และ D: Destination For All เพื่อฟื้นฟูตลาดจากการระบาดของโควิด-19 โดยททท.จะเดินหน้าทำการตลาดปี 2567 ด้วยกลยุทธ์ “EFG” ประกอบด้วย “E: Ecosystem Sustainability” สร้างระบบนิเวศแห่งความยั่งยืนแก่ภาคท่องเที่ยวไทย เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวยุโรปที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนอย่างมาก เห็นได้จากการจัดอันดับ “Greenest Countries in The World” ด้วยดัชนีชี้วัด EPI (Environmental Performance Index) พบว่า 10 อันดับแรกเป็นประเทศในยุโรปทั้งสิ้น ได้แก่ เดนมาร์ก สหราชอาณาจักร ฟินแลนด์ มอลตา สวีเดน ลักเซมเบิร์ก สโลวีเนีย ออสเตรีย สวิตเซอร์แลนด์ และไอซ์แลนด์ นอกจากนี้ ททท.จะเสนอขายแพ็กเกจท่องเที่ยวที่มีโปรแกรมของพันธมิตรด้านรับผิดชอบต่อสังคมเป็นตัวเลือกแก่นักท่องเที่ยวด้วย
นายศิริปกรณ์ กล่าวว่า รวมถึง “F: Fantastic Four” แต่ละตลาดต้องเน้นรุก 4 เซกเมนต์เป็นอย่างน้อย อาทิ กลุ่มมิลเลนเนียลส์ กลุ่ม LGBTQ+ กลุ่มแอคทีฟซีเนียร์ กลุ่มนักเดินทางผู้หญิง กลุ่มลักชัวรี กลุ่มครอบครัว กลุ่มดิจิทัลนอแมด กลุ่มท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพ และกลุ่มคู่รักคู่แต่งงาน สุดท้าย “G: Go Beyond A Million” แต่ละกลุ่มสำนักงานของ ททท. ในพื้นที่ตลาดระยะไกล จะต้องช่วยกันดึงนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยให้ได้เกิน 1 ล้านคนต่อกลุ่มสำนักงาน

