ข่าวหน้า 1 – สนข.ฟื้นแลนด์บริดจ์ใต้ วงเงิน 1 ล้านล้าน เตรียมชง ครม.ใหม่ ต.ค.นี้ ยันไม่แข่งสิงคโปร์ แค่ช่วยระบายเรือขนส่งเข้ามาในอาเซียน-ใกล้เคียง
เมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา นายปัญญา ชูพานิช ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยถึงความคืบหน้า โครงการแลนด์บริดจ์ ในพื้นที่ จ.ชุมพร และระนอง วงเงินลงทุนกว่า 1 ล้านล้านบาท ว่า ปัจจุบัน สนข.เตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็น ภายในเดือนสิงหาคมนี้ สนข.จะเปิดรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 1 ในขั้นตอนกำหนดชอบเขตและแนวทางการศึกษา หลังจากนั้น ในเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2567 จะเปิดรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 2 ในขั้นตอนการประเมิน พร้อมจัดทำร่างรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมสำหรับโครงการ ที่อาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพ อนามัย (EHIA) และในเดือนมีนาคม 2567 จะเปิดรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 3 ในการทบทวนร่างรายงาน EHIA ต่อไป หลังจากนั้นจะเสนอเข้าที่ประชุม ครม.ชุดใหม่ รับทราบหลักการของโครงการภายในเดือนตุลาคม 2566
นายปัญญากล่าวอีกว่า สนข.ได้จ้างบริษัทที่ปรึกษาเพื่อศึกษาการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการ ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2564-กันยายน 2566 แต่ปัจจุบันการศึกษา EHIA มีความล่าช้า เนื่องจากเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้การศึกษา EHIA ต้องขยายระยะเวลาของสัญญาออกไป 1 ปี เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม 2564-กันยายน 2567 คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม 2567
“ที่ผ่านมาโครงการแลนด์บริดจ์ชุมพร-ระนอง ตามแผนเดิมจะต้องเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนยุบสภา แต่เสนอไม่ทัน ส่งผลให้ต้องมีการเสนอต่อกระทรวงคมนาคมและเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ รับทราบหลักการอีกครั้ง ภายในเดือนตุลาคม 2566” นายปัญญากล่าว
นายปัญญากล่าวว่า ทั้งนี้ สนข.มีแผนเตรียมเดินทางไปโรดโชว์ในต่างประเทศที่มีสายการเดินเรือขนาดใหญ่ 10 ประเทศ อาทิ ไต้หวัน จีน ญี่ปุ่น และฝรั่งเศส เพื่อดึงนักลงทุนจากต่างประเทศภายในเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2566 หลังจากนั้น สนข.จะปรับปรุงรายละเอียด และวิเคราะห์โครงการตามข้อมูลที่ได้จากการโรดโชว์หลังจากนั้น ภายในเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2566 ก่อนเสนอ ครม.อนุมัติเพื่อดำเนินการก่อสร้างโครงการ ภายในเดือนมกราคม 2567 หลังจากนั้นจะเริ่มเปิดประมูลพร้อมกันทั้งโครงการ ภายในต้นปี 2568 และลงนามเอกชนลงทุนในไตรมาส 3 ของปี 2568 คาดว่าจะทยอยเปิดโครงการในระยะแรกได้ ภายในปี 2573
นายปัญญากล่าวอีกว่า ส่วนการประมูลของโครงการ เบื้องต้นเป็นการประมูลรวมทุกแพคเกจ ประกอบด้วย ท่าเรือน้ำลึก, ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) และรถไฟ ซึ่งใช้รูปแบบการลงทุน International
Bidding โดยให้สิทธิเอกชนในไทยและต่างประเทศเป็นผู้ลงทุน 100% ส่วนรัฐจะให้สัมปทานพื้นที่ระยะเวลา 50 ปี โดยมีเงื่อนไขว่าเอกชนรายใดสามารถบริหารพื้นที่ได้น้อยที่สุดตามที่ภาครัฐกำหนดจะได้รับคะแนนการพิจารณาเป็นผู้รับสัมปทานด้วย
“ยืนยันว่าโครงการนี้มีวัตถุประสงค์ไม่ได้ต้องการสร้างท่าเรือเพื่อมาแข่งขันกับประเทศสิงคโปร์ แต่ต้องการช่วยระบายเรือที่ต้องการเข้ามาขนส่งสินค้าในกลุ่มประเทศอาเซียน และประเทศใกล้เคียง เนื่องจากปริมาณการขนส่งสินค้าผ่านช่องแคบมะละกาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีการจำกัดการเดินเรือ
หากไทยสามารถทำให้โครงการเกิดขึ้นได้จะเป็นประตูการนำเข้า-ส่งออก สินค้าในประเทศไทยและต่างประเทศ รวมทั้งเป็นศูนย์กระจายสินค้าไปยังประเทศในแถบอาเซียน” นายปัญญากล่าว

