หน้าแรก เศรษฐกิจ อนันดา เร่งถก...

อนันดา เร่งถกกทม.-รฟม. จบมหากาพย์ ‘แอชตัน’ อุบไต๋ซื้อที่ทำถนนเพิ่ม

4.08.23 | 10:12 น.

อนันดา เร่งถกกทม.-รฟม. จบมหากาพย์ ‘แอชตัน’ อุบไต๋ซื้อที่ทำถนนเพิ่ม

ความคืบหน้ากรณีศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาเพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างอาคารโครงการแอชตัน อโศก ซอยสุขุมวิท 21 ของบริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ร่วมทุนกับมิตซุย ฟูโดซัง มูลค่า 6,481 ล้านบาท เนื่องจากที่ดินใช้ก่อสร้างอาคารโครงการ ไม่เป็นไปตามที่กฎกระทรวงฉบับที่ 33 ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 กำหนด

เนื่องจากไม่มีเขตที่ดินด้านหนึ่งด้านใดที่เป็นทางเข้าออกกว้างไม่น้อยกว่า 12 เมตร ติดถนนสาธารณะที่มีเขตทางกว้างไม่น้อยกว่า 18 เมตรยาวต่อเนื่องกัน และใบอนุญาตการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเป็นทางเข้าออกสาธารณะได้ขัดต่อวัตถุประสงค์แห่งการเวนคืนที่ดิน

ล่าสุดวันที่ 3 สิงหาคม นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ภายในวันที่ 3-4 สิงหาคมนี้ บริษัทจะทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) และผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) เพื่อหารือและหาแนวทางแก้ปัญหาโครงการ แอชตัน อโศก ขณะนี้กำลังร่างหนังสือ ซึ่งบริษัทอยากให้เรื่องทั้งหมดจบในเวลาอันรวดเร็ว

นายประเสริฐ กล่าวว่า ล่าสุดบริษัท อนันดา เอ็มเอฟ เอเชีย อโศก จำกัด ผู้พัฒนาโครงการได้ทำหนังสือแจ้งความคืบหน้าต่อเจ้าของร่วมโครงการถึงแนวทางแก้ไขกรณีใบอนุญาตก่อสร้างบริษัทกำลังเร่งพิจารณาหาแนวทางแก้ไข ซึ่งมีอยู่หลายแนวทางที่มีความเป็นไปได้ ได้แก่ 1.ยื่นขอใบอนุญาตก่อสร้างใหม่ โดยการซื้อ หรือหาที่ดินเพิ่มเติม 2.เสนอให้หน่วยงานภาครัฐแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องผ่าน สำนักการโยธา กทม.ไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) 3.เสนอให้หน่วยงานภาครัฐแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องผ่านรฟม. เสนอผ่านกระทรวงคมนาคม ไปยังครม. 4.ประสานเจ้าของเดิม ให้ยื่นทบทวนสิทธิที่ดินทางเข้า-ออกจาก รฟม. ให้ทบทวนสิทธิที่ดินเดิมก่อนเวนคืน ควรให้สิทธิ์ทางเข้า-ออกอย่างน้อย 12-13 เมตร เพื่อให้สามารถขึ้นอาคารสูงและขนาดใหญ่พิเศษได้ 5.ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองเพื่อขอให้พิจารณาพิพากษาคดีใหม่ เนื่องจากมีพยานหลักฐานใหม่ ทำให้ข้อเท็จจริงเปลี่ยนแปลงไป

Advertisement

“ใน 5 แนวทางนี้ เรากำลังดำเนินการทีละสเต็ป กำลังอยู่ในแนวทางที่ 1 คือ ยื่นขอใบอนุญาตก่อสร้างใหม่ โดยการซื้อหรือหาที่ดินเพิ่มเติม เพื่อทำทางเข้าออก 12 เมตร กำลังดูพื้นที่รอบๆ ว่าจะมีตรงไหนที่พอจะได้บ้าง เพื่อเสนอต่อ กทม.ใน 30 วันตามที่ กทม.ให้เวลา เราไม่อยากจะให้รายละเอียดมากเรื่องการหาพื้นที่เพิ่ม เพราะพูดมากไป คนอาจจะตั้งความหวัง เรื่องจะไม่จบ ขณะเดียวกันเราจะยื่นคำร้องต่อศาลปกครองขอให้พิจารณาพิพากษาคดีใหม่ หลังมีพยานหลักฐานใหม่ ทำให้ข้อเท็จจริงเปลี่ยนแปลงไป เพราะคำตัดสินของศาลที่ออกมา ยังไม่มีการให้ทางอดีตผู้ว่าการ รฟม.หรือผู้บริหารที่ออกใบอนญาตใช้ทางผ่านเข้าให้ข้อมูล” นายประเสริฐกล่าว

นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กล่าวว่า ยังไม่ได้รับการติดต่อจากอนันดาเพื่อเข้าพบหารือถึงคดีแอชตัน อโศก ทั้งนี้จากใน 5 แนวทางที่บริษัทจะเสนอให้หน่วยงานภาครัฐแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องผ่านรฟม.เสนอผ่านกระทรวงคมนาคม ไปยังครม. และประสานเจ้าของเดิม ให้ยื่นทบทวนสิทธิที่ดินทางเข้า-ออกจาก รฟม. ให้ทบทวนสิทธิที่ดินเดิมก่อนเวนคืน ควรให้สิทธิทางเข้า-ออกอย่างน้อย 12-13 เมตร เพื่อให้สามารถขึ้นอาคารสูงและขนาดใหญ่พิเศษได้นั้น
รฟม.ต้องพิจารณาประเด็นข้อกฎหมายว่าจะสามารถทำได้หรือไม่ ทั้ง พ.ร.บ.เวนคืนที่ดิน พ.ร.บ.รฟม. รวมถึงประมวลกฎหมายแพ่งฯ เรื่องทางจำเป็น และกฎกระทรวง ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคารด้วย

“ถามว่าจากเคสของแอชตันอโศกทาง รฟม.จะต้องปรับแก้ระเบียบหรือกฎหมายอะไรของ รฟม.หรือไม่ ขอให้ฝ่ายกฎหมาย รฟม.ศึกษาคำพิพากษาก่อน และขอยืนยันว่าคำพิพากษา ผูกพันกับคู่ความเท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวกับโครงการอื่นๆ และศาลไม่ได้เพิกถอนการอนุญาตหรือประกาศของ รฟม.ด้วย” นายภคพงศ์ กล่าว