ธุรกิจ เซ็ง ตั้งรบ.ยืดเยื้อ แวดวงหุ้นทำใจ ลากถึง ก.ย.
เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ให้สัมภาษณ์ปัญหาผลกระทบจากปัญหาการเมือง ที่ยังไม่มีความชัดเจนในการเลือกนายกรัฐมนตรีและการจัดตั้งรัฐบาล ว่า สิ่งที่ต้องจับตาคือ หากการตั้งรัฐบาลไม่เป็นที่พอใจของประชาชน อาจก่อให้เกิดการชุมนุมประท้วงกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวช่วงปลายปีนี้ หรือตั้งแต่เดือนตุลาคมนี้เป็นต้นไป หากยืดเยื้อกว่า 6 เดือน คาดว่านักท่องเที่ยวจะหายไปครึ่งหนึ่ง หรือรายได้เฉลี่ยต่อหัวจะหายไปราว 10 ล้านคน สร้างความเสียหายสูญเม็ดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจกว่า 5 แสนล้านบาท จะกระทบจีดีพีประมาณ 1% ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจในภาพรวมชะงัก
อย่างไรก็ตาม หอการค้าฯยังคงการเติบโตของเศรษฐกิจปีนี้ที่ 3.-3.5% โดยเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวต่อเนื่อง และอาจขยายตัวได้ 3.5-4% หากได้รับรัฐบาลภายในเดือนสิงหาคมนี้ แต่หากเกิดการเมืองไม่จบเกิดเหตุรุนแรงจริงก็จะประเมินใหม่อีกครั้ง
ด้านนายมงคล พ่วงเภตรา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์ลงทุนหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ปัจจัยกดดันตลาดหุ้นไทยขณะนี้เป็นประเด็นการเมืองมากที่สุด การจัดตั้งรัฐบาลต้องเลื่อนออกไปจากเดือนสิงหาคมนี้แน่นอนแล้ว และประเมินว่าการจัดตั้งรัฐบาลเร็วที่สุดอาจเป็นช่วงปลายเดือนกันยายน หรืออาจยืดเยื้อต่อไปอีกระยะหนึ่ง
“ขณะนี้ประชาชนมองว่าเรากำลังจะมีนายกฯ แต่คำถามคือแล้วจะเป็นใคร ตอนนี้จะใช่คุณเศรษฐา (ทวีสิน แคนดิเดทนายกฯจากพรรคเพื่อไทย) หรือไม่ ตัวแปรที่เหลืออยู่จะเป็นใคร อาจไม่ใช่คุณเศรษฐาก็ได้ หากปลายเดือนสิงหาคมหรือกันยายนนี้ยังไม่มีนายกฯ ตั้งรัฐบาลไม่ได้ ปัญหาเรื่องงบประมาณปี 2567 จะตามมา ขณะนี้นักลงทุนต่างชาติเริ่มทยอยขายสุทธิอีกครั้ง หลังจากเพิ่งกลับมาซื้อสุทธิตลาดหุ้นไทยได้ไม่นาน

