“อนันดา” ยัน 23 ส.ค.ได้ทางออกแก้ปัญหาแอชตัน อโศก ลั่น ต้องแก้ที่ต้นตอคือเรื่องกฎหมาย
ความคืบหน้ากรณีศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาเพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างอาคารโครงการแอชตัน อโศก ซอยสุขุมวิท 21 ของบริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เนื่องจากที่ดินใช้ก่อสร้างไม่เป็นไปตามที่กฎกระทรวงฉบับที่ 33 ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 กำหนด
เนื่องจากไม่มีเขตที่ดินด้านหนึ่งด้านใดที่เป็นทางเข้าออกกว้างไม่น้อยกว่า 12 เมตร ติดถนนสาธารณะที่มีเขตทางกว้างไม่น้อยกว่า 18 เมตรยาวต่อเนื่องกัน และใบอนุญาตการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเป็นทางเข้าออกสาธารณะได้ขัดต่อวัตถุประสงค์แห่งการเวนคืนที่ดิน
อนันดาควานหาทางแก้ปัญหาแจ้งลูกบ้าน 23 ส.ค.นี้
เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างหาทางแก้ไขปัญหาโครงการแอชตัน อโศก ซึ่งหลังทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) และผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เมื่อวันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา ล่าสุดยังไม่มีกำหนดวันที่จะประชุมหารือร่วมกัน ทั้งนี้ บริษัทยังไม่ขอให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่าจะคุยกับ กทม.เมื่อไหร่ อย่างไร รวมถึงการจะซื้อที่ดินเพื่อทำทางเข้าออกเพิ่มด้วย ทั้งนี้ มองว่าต้องแก้ปัญหาที่ต้นตอ คือ ข้อกฎหมาย และมั่นใจว่าจะแก้ไขได้และในวันที่ 23 สิงหาคมนี้ จะแจ้งความคืบหน้าให้กับลูกบ้านรับทราบตามที่ได้รับปากไว้
วงการอสังหาฯคาดต้องใช้พันล้านซื้อตึกแถว
แหล่งข่าวจากวงการอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า ทางออกสำหรับอนันดาในการแก้ปัญหาโครงการแอชตัน อโศก คือ ต้องไปเจรจาซื้อตึกแถวอยู่ด้านหลังโครงการ อย่างน้อย 3 คูหา ในการทำทางเข้าออกโครงการมีความกว้าง 12 เมตร ไปออกถนนสุขุมวิท 19 คาดว่าจะใช้เงินอย่างน้อย 750-1,000 ล้านบาท ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับเจ้าของตึกแถวว่าจะยอมขายให้หรือไม่ ถ้าหากจะขายคงไม่ถูก ซึ่งวิธีนี้เป็นทางออกที่ดีที่สุด ไม่ยืดเยื้อและทรมานทั้งบริษัทและลูกบ้าน เพียงแค่บริษัทต้องยอมเสียเงินเพิ่มเท่านั้น หรือหากท้ายที่สุดเจ้าของตึกแถวไม่ยอมขาย ก็ต้องไปเจรจากับเจ้าของที่ดินสมาคมนามธารี สังคัต แห่งประเทศไทย ซึ่งไม่รู้เจ้าของจะยอมขายให้หรือไม่ หรือถ้าขายให้ ราคาก็คงไม่ถูกอีกเช่นกัน

