ส.ภัตตาคาร ห่วงตั้งรบ.ช้า เลี้ยงเกษียณ ก.ย.กร่อย เตือน!แก๊งคอลระบาดหนัก สั่งอาหารส่งสลิปปลอม ก่อนขอเงินคืน
นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย เปิดเผยกับ มติชน ว่า ยอมรับว่าปัจจัยการเมือง จากการไม่ชัดเจนโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี และการจัดตั้งรัฐบาล จนได้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ใหม่เพื่อเข้าบริหารประเทศจะใช้เวลาอีกนานแค่ไหน เดิมคาดหวังจะได้ช้าสุดในเดือนสิงหาคม ก็อาจเลื่อนไปเดือนกันยายน บ้างก็ว่าเดือนตุลาคม และยังกังวลหลังได้รัฐบาลใหม่จะมีเสถียรภาพหรือเกิดเหตุการณ์ชุมนุมถึงขั้นปะทะยืดเยื้อแค่ไหน
ประกอบกับต้นทุนจากวัตถุดิบประกอบอาหาร และค่าใช้จ่ายรอบด้านสูงขึ้น และทรงตัวในระดับสูง อย่างการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่อง และส่วนใหญ่ยังได้รายได้ไม่เท่าเดิม นักท่องเที่ยวต่างชาติก็ยังเข้ามาแบบกระจุกตัว แม้กลุ่มที่เข้ามามีกำลังซื้อในระดับหนึ่ง ที่เลือกพักในโรงแรมระดับ 4-5 ดาว เข้ารับประทานอาหารในโรงแรมหรือภัตตาคารหรือร้านอาหารใหญ่ สวนทางกับกำลังซื้อของคนในประเทศ เจอปัญหาหนี้ครัวเรือน เป็นหนี้กู้ซื้อบ้าน ซื้อรถยนต์ หรือลงทุน เมื่อรัฐยังปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย จะส่งผลต่อต้นทุนและแบกรับภาระจ่ายหนี้สูงขึ้น
“เมื่อมีหนี้มากขึ้น รายได้ไม่ได้เพิ่ม กิจกรรมทางเศรษฐกิจยังรอรัฐบาลเคาะงบประมาณซึ่งปีปกติ จะเริ่มรับรู้ตั้งแต่เดือนตุลาคมของปี ก็ยังไร้วี่แวว ดังนั้นสิ่งแรกที่คนประหยัดได้ก่อน คือ ลดค่าอาหารและออกไปสังสรรค์ ตอนนี้ห่วงคือเดือนกันยายน จะเป็นไฮซีซั่นของธุรกิจอาหาร จากการจัดงานเลี้ยงส่งกลุ่มเกษียณ จะมีการจองห้องตามโรงแรม ตามภัตตาคาร หรือร้านอาหารกันแล้ว แต่ปีนี้ทุกอย่างยังเงียบ บวกกับเป็นช่วงหน้าฝน การทานอาหารนอกบ้านก็จะน้อยกว่าปกติ ถือว่าเป็นภาวะที่น่าห่วงของธุรกิจร้านอาหารอย่างเรา ไม่แค่ร้านเล็กๆร้านย่อย เจอการประหยัดของคนใช้ชีวิตประจำวัน แต่ร้านอาหารกลางใหญ่ก็แย่ตามไปด้วย การมีรัฐบาลใหม่ได้เร็ว จะเป็นจิตวิทยาเริ่มต้นที่ทำให้ธุรกิจมองเห็นอนาคตและเตรียมพร้อมว่าจะทำอะไรต่อไป ในช่วง 4-5 เดือนจากนี้ ส่วนจะเป็นพรรคใดหรือมีใครจัดตั้งรัฐบาลบ้าง น่าจะเป็นเรื่องรองของวันนี้”นางฐนิวรรณ กล่าว
นางฐนิวรรณ กล่าว่า อีกเรื่องที่กำลังเป็นปัญหาต่อผู้ประกอบการร้านอาหารและเหตุการณ์รุนแรงขึ้นในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา คือ มีกลุ่มคอลเซ็นเตอร์จากกัมพูชา โทรไปหลอกลวงเจ้าของร้านอาหาร สั่งจองอาหารจำนวนมาก และอ้างจ่ายค่าอาหารแล้วโดยโชว์สลิปเงินปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อจำนวนมาก จากนั้นก็ขยายการหลอกลวงว่าให้ทางร้านอาหารสั่งไวน์หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ให้ด้วย ร้านอาหารส่วนใหญ่ก็จะปฎิเสธ
กลุ่มคอลเซ็นเตอร์ก็บอกเลิกและบอกให้เจ้าของร้านโอนเงินตามสลิปที่ส่งจ่ายค่าอาหารคืนไป ทำให้เกิดความเสียหายไม่น้อย รวมถึงมีการอ้างบุคคลสำคัญระดับประเทศ ให้เตรียมอาหารหรือจัดส่งอาหารไปสถานที่ที่อ้างว่ามีบุคคลสำคัญนั้นมาเยือนหรือจัดเลี้ยง บางส่วนไม่กล้าปฎิเสธ จัดเตรียมไว้ให้
“เรื่องนี้ทางสมาคมเข้าร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว ก็เริ่มมีการจับกุม แต่เชื่อว่าจะยังมีอีกหลายพื้นที่ ยังไม่รับรู้” นางฐนิวรรณ กล่าว

