กรมชลประทาน ร่อนหนังสือ ผู้ว่าฯ กทม. แจ้งเกษตรกรพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยางดปลูกข้าวนาปีต่อเนื่อง หลังเก็บเกี่ยว ภาวะเอลนีโญ ทำน้ำแล้ง ฝนน้อย
เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม นายทวีศักดิ ธนเดโพล รองอธิการบดีกรมชลประทาน ปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมกรมชลประทาน ได้ลงนามในหนังสือด่วนที่สุดถึงผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ เพื่อขอความร่วมมือประชาสัมพันธ์เกษตรกรพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยางดเพาะปลูกข้าวนาปีต่อเนื่องหลังการเก็บเกี่ยว โดยมีรายละเอียด ดังนี้
ตามหนังสือที่อ้างอิง ครม.มีมติเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2566 เห็นชอบมาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2566 จำนวน 12 มาตรการ และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดแผนปฏิบัติการภายใต้มาตรการดังกล่าวเพื่อรองรับสถานการณ์น้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดนั้น
กรมชลประทานมีการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา โดยกำหนดแผนการระบายน้ำจาก 4 เขื่อนหลัก ประกอบด้วย เขื่อนภูมิพล สิริกิติ์ แควน้อยบำรุงแดน และป่าสักชลสิทธิ์ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม – 31 ตุลาคม 2566 จำนวน 5,5000 ล้านลูกบาศก์เมตร วางแผนเพาะปลูกข้าวนาปี 8.05 ล้านไร่ ข้อมูล ณ วันที่ 4 สิงหาคม 2566 ปริมาตรน้ำใช้การได้รวม 2,974 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งอยู่ในเกณฑ์น้อยมาก ผลการจัดสรรน้ำ 4,525 ล้านลูกบาศก์เมตร เพาะปลูกแล้ว 7.15 ล้านไร่ เก็บเกี่ยวแล้ว 0.30 ล้านไร่

ประกอบกับข้อมูลกรมอุตุนิยมวิทยา ปริมาณฝนสะสมปี 2566 ตั้งแต่ 1 มกราคม – 2 สิงหาคม 2566 ภาคเหนือและภาคกลาง จำนวน 448.6 มิลลิเมตร และ 376.1 มิลลิเมตร ตามลำดับ (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยร้อยละ 31 และ 41) และจากการคาดหมายปรากฏการณ์เอนโซที่อยู่ในสภาวะเอลนีโญกำลังอ่อนมีแนวโน้มที่จะแรงขึ้นในช่วงเดือนตุลาคม – ธันวาคม 2566 จากนั้นจะมีกำลังอ่อนลง และต่อเนื่องไปจนถึงช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – เมษายน 2567
จากข้อมูลดังกล่าวคาดว่าปริมาณฝนใกล้เคียงปี 2562 ต่อเนื่อง 2563 ทำให้เมื่อสิ้นสุดฤดูฝน ปริมาตรน้ำใช้การได้ 4 เขื่อนหลัก ประมาณ 5,000-7,500 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งอยู่ในเกณฑ์น้อยมาก เพียงพอสนับสนุนเฉพาะปริมาณน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและอื่นๆ ยกเว้นเพื่อการเกษตร เนื่องจากปริมาณน้ำต้นทุนไม่เพียงพอ และเพื่อหลักเลี่ยงความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จึงขอความร่วมมือประชาสัมพันธ์เกษตรกรงดเพาะปลูกข้าวนาปีต่อเนื่องหลังการเก็บเกี่ยวแล้วเสร็จ
ทั้งนี้กรมชลประทานได้มอบหมายให้สำนักงานชลประทาน/โครงการชลประทานในพื้นที่บูรณาการร่วมกับจังหวัด ฝ่ายความมั่งคงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมชี้แจงสร้างการรับรู้ให้เกษตรกรได้รับทราบสถานการณ์ และปฏิบัติตามแนวทางดังกล่าว


