หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘สปข.’ ชี้หนี...

‘สปข.’ ชี้หนี้เสียพุ่งไม่กระทบรถเช่า ย้ำการเมืองมีผลต่อต่างชาติตัดสินใจเที่ยวไทย

10.08.23 | 06:12 น.

‘สปข.’ ชี้หนี้เสียพุ่งไม่กระทบรถเช่า ย้ำการเมืองมีผลต่อต่างชาติตัดสินใจเที่ยวไทย

นายวสุเชษฐ์ โสภณเสถียร นายกสมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย (สปข.) รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เปิดเผยว่า จากการออกมาเตือนหนี้เสียไทยมีแนวโน้มแตะ 4.75 แสนล้าน และแสดงความกังวลหนี้ที่อยู่ข้างในกลุ่มรถยนต์จะเพิ่มขึ้นของผู้จัดการใหญ่บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) นั้น เบื้องต้นในธุรกิจยังไม่ได้มีผลกระทบมากนัก เพราะหากประเมินในภาพของการซื้อรถยนต์ใหม่ ยังไม่ได้มีมากนัก ส่วนที่มีปัญหาอาจเป็นรถยนต์ส่วนบุคคลมากกว่า รวมถึงผู้ที่ต้องการท่องเที่ยวก็ยังคงเที่ยวอยู่ ทั้งกลุ่มย่อย และคณะบุคคลที่เช่ารถเดินทางท่องเที่ยว หรือประชุมสัมมนา ขณะที่การปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ส่วนนี้กระทบกับผู้ประกอบการที่มีภาระหนี้แน่นอน เพราะเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แต่กระแสเงินสดของธุรกิจยังไม่ได้กลับมา

นายวสุเชษฐ์ กล่าวว่า ตั้งแต่ต้นปี 2566 จนถึงปัจจุบัน ธุรกิจรถเช่าขนส่งเป็นการฟื้นตัวแบบขึ้นๆ ลงๆ โดยเฉพาะการรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ยังไม่ได้ฟื้นตัวอย่างชัดเจน โดยสาเหตุมองว่าเป็นเรื่องความแน่นอนทางการเมืองที่ยังไม่มีรัฐบาล และไม่นิ่ง ทำให้ต่างชาติละล้าละลังในการตัดสินใจเข้ามาเที่ยวไทย เป็นความกังวลว่าประเทศไทยยังน่าเที่ยวหรือไม่ หากมีการชุมนุมประท้วงจะรุนแรงมากน้อยเท่าใด ซึ่งส่วนนี้มีผลในการตัดสินใจท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะของต่างชาติด้วย แม้ขณะนี้มีความคืบหน้าในการจับมือระหว่างพรรคเพื่อไทยและภูมิใจไทยในการจัดตั้งรัฐบาล แต่ก็มีความไม่แน่นอนอยู่ เพราะปลายทางยังต้องรอการประกาศชัดเจนว่า ใครจะเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ดี

“ภาคการท่องเที่ยวไม่ได้เกี่ยงว่าใครจะเป็นรัฐบาล เพราะตอนนี้ขอให้มีเข้ามาก่อน เพื่อมุ่งเน้นในการบริหารประเทศอย่างจริงจังโดยเร็ว เพราะจะทำให้ทุกอย่างนิ่งขึ้น และภาคการท่องเที่ยวจะได้ฟื้นตัวกลับมาตาม โดยหากมีรัฐบาลแล้วอยากเสนอให้รัฐบาลจัดหากองทุนในการช่วยดูแลปรับปรุงรถเช่า เป็นการกู้ยืมไม่ได้ขอฟรี เพื่อให้คนขับนำรถกลับมาวิ่งได้ รวมถึงความช่วยเหลือในการปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อลดภาระหนี้สินต่างๆ อาทิ การยกเว้นดอกเบี้ย เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้ ฟื้นฟูในภาวะวิกฤตที่ยังอยู่ไปก่อน” นายวสุเชษฐ์ กล่าว

นายวสุเชษฐ์ กล่าวว่า ประเมินธุรกิจในตอนนี้เทียบกับปี 2562 ก่อนเกิดโควิด-19 ต้องยอมรับว่าต่างกันเยอะมาก และยังไม่สามารถฟื้นตัวกลับไปที่เดิมได้ ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกนาน เพราะจากโควิดที่กินเวลาไป 3 ปี ทำให้ธุรกิจซบเซาลงหนักมาก ช่วงที่ผู้ประกอบการพยายามฟื้นฟูธุรกิจกลับมา ก็ใช้ต้นทุนเพิ่มเข้าไปสูงทั้งที่รายได้ยังไม่กลับคืนมา รวมถึงรัฐบาลก็ไม่ได้มีมาตรการเข้ามาช่วยเหลือผู้ประกอบการมากนัก ซึ่งอันนี้ถือเป็นผลพวงที่ทำให้ธุรกิจยังฟื้นตัวลำบาก โดยเทียบเป็นเม็ดเงินรายได้ในไตรมาส 2/2566 กับช่วงเดียวกันปี 2562 ยังหายไปอยู่ประมาณ 50% สะท้อนถึงรถเช่าที่เดิมมีประมาณ 40,000 คัน ตอนนี้เหลือวิ่งงานอยู่ไม่เกิน 15,000 คัน จำนวนคนขับประมาณ 12,000 คน ส่วนรถที่หายไปก็ล้มกันหมด ถูกยึดบ้าง ทิ้งรถจอดนิ่งบ้าง เพราะการจะปรับปรุงรถกลับมาวิ่งใหม่ใช้ต้นทุนประมาณ 5 แสนบาทต่อคัน ทำให้มีคนที่คนขับถือครองอยู่แต่จอดทิ้งไว้เฉยๆ ประมาณ 10-20%

นายวสุเชษฐ์ กล่าวว่า การเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศของชาวไทย เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง และวันแม่แห่งชาติ ระหว่างวันที่ 12-14 สิงหาคม 2566 ยอดจองรถเช่าเพื่อเดินทางเที่ยวยังไม่ได้ดีมากนัก ค่อนข้างที่จะเงียบอยู่ในหลายพื้นที่ เพราะช่วงต้นเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา มีการประกาศหยุดยาว 6 วัน ทำให้คนเดินทางออกเที่ยวต่างจังหวัดกันเยอะมากแล้ว ส่วนใหญ่หากมีการประกาศวันหยุดแบบกะทันหัน หรือจำนวนวันประมาณ 3 วัน ก็จะเป็นการขับรถเดินทางเอง ข้ามจังหวัดระยะใกล้ๆ มากกว่า

Advertisement