“ชัยวุฒิ” ยัน กม.ใหม่ ให้อำนาจ ธนาคารอายัดบัญชีม้าได้เลย ไม่ต้องรอให้แจ้งความ เผยล่าสุด สกมช.กำลังตรวจสอบปมข้อมูลกรมที่ดินรั่วไหล ชี้หากพบเจ้าหน้าที่รัฐนำออกไปขายก็จะมีความผิด
เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า ได้มีการกฎหมายและออกเป็นพระราชกำหนดปราบปราบอาชญากรรมออนไลน์ เพื่อให้อำนาจธนาคาร สามารถระงับบัญชีได้เลย เมื่อมีเหตุอันสงสัยว่าเป็นบัญชีม้า หรือประชาชนที่โดนหลอกลวงก็สามารถแจ้งให้ธนาคารระงับบัญชีได้เลย โดยเมื่อเป็นบัญชีม้า มีผู้เสียหายมาร้องเรียน ธนาคารต้องระงับบัญชีเลยตามกฎหมายฉบับใหม่
นายชัยวุฒิกล่าวว่า สำหรับเหตุการณ์ที่ผู้ไปร้องเรียนกับทางธนาคารแล้วไม่ยอมรับอายัดบัญชี เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง จะดำเนินการตรวจสอบต่อไป ทั้งนี้ ทางดีอีเอส ได้ประสานงานกับทางสมาคมธนาคารไทยอย่างต่อเนื่อง และทางธนาคารทุกแห่งรับทราบ และได้มีการปรับปรุงระบบการทํางานให้มีการรับแจ้งความ หรือรับเรื่องร้องเรียน เพื่อจะได้ระงับบัญชีม้าได้เลย โดยไม่ต้องมาดำเนินคดี หรือแจ้งตํารวจก่อนไประงับบัญชีที่ธนาคาร เพื่อให้สามารถดึงเงินกลับมาได้มากที่สุด และไม่ให้บัญชีเหล่านี้ไปสร้างความเสียหายให้ประชาชนต่อไป
นายชัยวุฒิกล่าวว่า ส่วนกรณีที่ประชาชนที่ได้รับลิงก์ ส่งลิงก์ ส่งไลน์ โทรมาคุยจากมิจฉาชีพที่อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นเจ้าหน้าที่ตํารวจ หรือบางทีก็อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคาร หรือส่งอีเมล์มาก็ตาม ก็ขอฝากเตือนทุกคน ว่าอย่าไปเชื่อ เจ้าหน้าที่และหรือหน่วยงานต่างๆ ไม่มีใครโทรหาประชาชน เพื่อไปให้ทําธุรกรรมต่างๆ ถ้ามีก็จะติดต่อไปเป็นเอกสารหรือเป็นอะไรต่างๆ แล้วให้ท่านพยายามติดต่อธนาคารทําธุรกรรมต่างๆ ทุกเรื่อง ให้เข้าไปที่เว็บไซต์หรือแอพพลิเคชั่นของธนาคาร หรือของหน่วยงานนั้นโดยตรง อย่าไปติดต่อผ่านคนที่โทรมาหาท่าน เพราะในความเป็นจริง ไม่มีเจ้าหน้าที่คนไหนของหน่วยงานรัฐโทรไปหาประชาชน เป็นคนร้าย ไม่ต้องไปคุยไม่ต้องไปฟังเลย เสียเวลา แล้วก็อาจจะโดนหลอกด้วย
นายชัยวุฒิกล่าวว่า ส่วนกรณีที่มีเรื่องการรั่วไหลของข้อมูลกรมที่ดินนั้น ทางหน่วยงาน สกมช. สำนักงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล PDPA จะเข้าตรวจสอบว่ามีการรั่วไหลจริงหรือไม่ และหากพบว่าพนักงานเจ้าหน้าที่ของกรมที่ดินนำข้อมูลไปขาย ก็จะมีความผิด
“ฝากเตือนถึงเจ้าหน้าที่รัฐทุกคนที่เก็บข้อมูลประชาชนต้องเก็บให้ดี อย่านำข้อมูลไปขายจะมีโทษมีความผิด ซึ่งจะดำเนินการเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด”

