สสว. ประกาศผลรางวัลสุดยอด SME แห่งชาติ ครั้งที่ 15 ผ่านเกณฑ์ 40 รายจาก 709 ราย คาดปั้นสู่ธุรกิจขนาดกลางถึงใหญ่ได้ รองนายกฯ ‘สุพัฒน์พงษ์’ เผยปั้นสุดยอดเอสเอ็มอีคือภารกิจเร่งด่วนของรัฐบาล ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ดันจีดีพีเติบโตยิ่งขึ้น
นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวในงานมอบรางวัล สุดยอด SME แห่งชาติ ครั้งที่ 15 ที่ซีดีวี บอลรูม คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ กรุงเทพฯ ว่าการส่งเสริมสนับสนุนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี เป็นภารกิจเร่งด่วนของรัฐบาลมาโดยตลอด เนื่องจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยมีมูลค่า 6,105,604 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 35.2% ของ GDP รวม ในปี 2565 รัฐบาลได้บูรณาการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมมือกันส่งเสริม สนับสนุน เอสเอ็มอีไทย ให้มีศักยภาพเพิ่มขึ้น โดยมอบหมายให้สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ สสว. เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล โดยการอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สามารถเข้าถึงความช่วยเหลือของภาครัฐผ่านโครงการต่างๆ ที่พร้อมให้การสนับสนุนตั้งแต่ระดับฐานราก และในทุกช่วงวงจรธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การพัฒนาความสามารถของผู้ประกอบการ การยกระดับทักษะแรงงานสมัยใหม่ การพัฒนาผลิตภาพและประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล การพัฒนามาตรฐาน รวมไปถึงการเข้าถึงช่องทางการตลาดสมัยใหม่ทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนการใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม ในการพัฒนาธุรกิจให้เติบโตยิ่งขึ้น
นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวว่า หนึ่งในภารกิจที่สำคัญของ สสว. คือ การสรรหาผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีความสามารถในการบริหารจัดการธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ ตามมาตรฐานที่ดี มีความโปร่งใส และมีธรรมาภิบาล เพื่อเป็นต้นแบบที่ดีให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายอื่นๆ รวมถึงการต่อยอดและขยายโอกาสทางการตลาดให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่ได้รับรางวัลสามารถสร้างรายได้และเพิ่มยอดขายของธุรกิจเอสเอ็มอีได้
“การมอบรางวัลในปีนี้ มีการมอบรางวัลพิเศษให้แก่ 1.SME ที่ให้ความสำคัญต่อนวัตกรรม มีการบริหารจัดการด้านนวัตกรรมในองค์กร และมีผลงานนวัตกรรมในการปรับปรุงกระบวนการ/ผลิตภัณฑ์/บริการให้ดีขึ้น โดดเด่นเป็นรูปธรรม 2.SME ที่ให้ความสำคัญในการนำแนวคิด BCG มาเป็นตัวขับเคลื่อนให้องค์กรเติบโตอย่างยั่งยืนควบคู่ไปกับสังคมและสิ่งแวดล้อม และ 3.SME ที่ให้ความสำคัญต่อการสร้างคุณค่าร่วม (Shared Value) ซึ่งเป็นแนวคิดใหม่ที่เชื่อมโยงการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจไปพร้อมกับการสร้างคุณค่าทางสังคม เพื่อนำไปสู่ความได้เปรียบในการแข่งขันขององค์กร ซึ่งไม่เพียงแต่เน้นการพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว แต่มุ่งเพิ่มเติมคุณค่าให้ทั้งต่อผู้ถือหุ้น คุณภาพชีวิตของพนักงานในองค์กร ชุมชน ผู้บริโภค และสังคมโดยรวม”
ปีนี้ มีผู้ประกอบการสมัครเข้าร่วมการประกวดรางวัล จำนวน 709 ราย โดยมีผู้ประกอบการผ่านการคัดเลือกตามเกณฑ์การตัดสินที่กำหนดไว้ได้รับรางวัล จำนวน 40 ราย ได้แก่ รางวัลสุดยอด SME แห่งชาติ จำนวน 17 ราย รางวัล SME ดีเด่น จำนวน 23 ราย และยังมีการมอบรางวัลพิเศษ เพื่อสร้างความภาคภูมิใจ อีก 6 รางวัล ได้แก่ รางวัลสุดยอด SME แห่งชาติยอดเยี่ยม มอบให้สำหรับผู้ประกอบการที่มีผลคะแนนรวมสูงสุดในปีนี้ รางวัลสุดยอด SME แห่งชาติ 3 ปีซ้อน 2 รางวัล รางวัล SME โดดเด่นด้านนวัตกรรม 1 รางวัล รางวัล SME โดดเด่นด้าน BCG 1 รางวัล และรางวัล SME โดดเด่นด้านการสร้างคุณค่าต่อสังคม และการเติบโตอย่างยั่งยืน อีก 1 รางวัล
จากข้อมูลของ สสว. ระบุว่า ผู้ประกอบการที่ได้รับรางวัลปีนี้ สามารถสร้างมูลค่ายอดขายในประเทศ ที่เพิ่มขึ้นกว่า 500 ล้านบาท และสามารถสร้างมูลค่าจากการส่งออกที่เพิ่มขึ้นได้ 1.9 ล้านบาท แสดงถึงการพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจขนาดย่อม ไปสู่ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถสะท้อนบทบาทของเอสเอ็มอีไทยได้อย่างชัดเจน

