“WHA Group” กำไรพุ่งเกือบ 200% ยอดขายที่ดินเพิ่มกว่าเท่าตัว

10.08.23 | 18:47 น.

‘WHA Group’ กำไรพุ่งเกือบ 200% ยอดขายที่ดินเพิ่มกว่าเท่าตัว

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม น.ส.จรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) WHA Group เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2/2566 บริษัทมีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไร 3,248.1 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 866.1 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรปกติ 3,150.5 ล้านบาท และกำไรปกติ 817.3 ล้านบาท จากการเติบโตที่สดใสของ 4 กลุ่มธุรกิจ ยอดขายที่ดินครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว พร้อมเตรียมประกาศปรับเป้ายอดขายที่ดินใหม่ รับการย้ายฐานผลิตของจีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น และสหรัฐเพิ่ม โชว์ฟอร์มเด่นเซ็นสัญญาเช่าที่ดินกว่า 300 ไร่ในเวียดนาม กับผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของโลก

น.ส.จรีพรกล่าวว่า รายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรดังกล่าวเพิ่มขึ้น 48.5% และกำไรสุทธิ 866.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 199.0% โดยเป็นรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรปกติ 3,150.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40.7% และกำไรปกติ 817.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 141.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2565 ส่วนผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกปี 2566 บริษัทมีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรทั้งสิ้น 5,688.9 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1,388.8 ล้านบาท โดยหากพิจารณาถึงผลประกอบการปกติ บริษัทมีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรปกติ 5,570.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.5% และกำไรปกติ 1,322.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.3% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งอัตราการเติบโตดังกล่าวสะท้อนถึงศักยภาพการเติบโตของทั้ง 4 กลุ่มธุรกิจที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะธุรกิจโลจิสติกส์ที่มีการเซ็นสัญญาเช่าโครงการ Built-to-Suit และโรงงาน/คลังสินค้าสำเร็จรูปเพิ่มขึ้น รวมทั้งยอดขายที่ดินอุตสาหกรรมที่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากการย้ายฐานการผลิต โดยเลือกที่จะใช้ประเทศไทยและประเทศเวียดนามเป็นฐานการผลิต ที่มีความพร้อมรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง

การเติบโตของผลดำเนินงานครึ่งปีแรก 2566 ถือเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำใน 4 กลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม ที่ยังคงได้รับปัจจัยบวกจากกระแสการเคลื่อนย้ายฐานทุนและฐานการผลิตที่มีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทได้รับการติดต่อจากนักลงทุนชาวต่างชาติที่เข้ามา site visit เพื่อการลงทุนสร้างโรงงานอุตสาหกรรมที่มากเป็นประวัติการณ์ ด้วยดีมานด์ของที่ดินอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญนี้ บริษัทจึงต้องเร่งเดินหน้าพัฒนาโครงการนิคมอุตสาหกรรมให้สามารถรองรับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมากทั้งในไทยและเวียดนาม