‘บมจ. เซ็ปเป้’ หรือ SAPPE โชว์ผลงาน Q2/66 ทำรายได้-กำไร นิวไฮ เติบโตพุ่งทะยานด้วยรายได้รวม 1,692.7 ล้านบาท เติบโต 26.8% และกำไรสุทธิ 312.3 ล้านบาท เติบโต 86.7% ดันผลดำเนินงานงวดครึ่งปีแรก มีรายได้รวม 3,248.3 ล้านบาท กำไรสุทธิ 587.1 ล้านบาท ขยับเป้าหมายรายได้ปีนี้เติบโตเพิ่ม 30-35%
นางสาวปิยจิต รักอริยะพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) หรือ SAPPE เปิดเผยผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ในไตรมาส 2/2566 มีรายได้รวม 1,692.7 ล้านบาท เติบโต 26.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 1,334.5 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 312.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 86.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 167.3 ล้านบาท ผลักดันให้ผลการดำเนินงานช่วงครึ่งปีแรกของปี 2566 (มกราคม-มิถุนายน) มีรายได้รวม 3,248.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 2,475.7 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 587.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 83.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 320.7 ล้านบาท
ขณะที่อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) อยู่ที่ 18.8% เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 13.5% “นับเป็นการทำรายได้และกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (All Time High) ต่อเนื่องแบบไม่หยุด โดยปัจจัยสำคัญมาจากการเติบโตของยอดขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ”
ปัจจุบัน SAPPE ส่งออกสินค้าไปยัง 98 ประเทศทั่วโลก สัดส่วนยอดขายจากต่างประเทศคิดเป็น 82.9% ของรายได้ ตลาดที่สำคัญและมีอัตราการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงที่ผ่านมาคือทวีปยุโรป โดยเฉพาะประเทศฝรั่งเศสที่มียอดขายไตรมาส 2/2566 เติบโตกว่า 160% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า
นางสาวปิยจิต กล่าวว่า มองว่าฝรั่งเศสเป็น Trend Setter และได้สร้างโมเดล France First ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างน่าภูมิใจ หากใครเดินทางไปฝรั่งเศส จะเห็นสินค้าไทย Mogu Mogu (โมกุ โมกุ) ของบริษัทฯวางจำหน่ายในที่ต่างๆ ทั้งห้างค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) และร้านค้าดั้งเดิม (Traditional Trade) อย่างแพร่หลาย โดยเราเล็งเห็นสัญญานการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ และยังมีโอกาสกระจายสินค้าให้ครอบคลุมเพิ่มขึ้นได้อีกมาก จึงมีแผนวางจำหน่ายสินค้าในร้านค้าปลีกอื่นๆ ทั้งในฝรั่งเศสและประเทศรอบข้าง ให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึง Mogu Mogu เพิ่มขึ้นในครึ่งปีหลังนี้
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SAPPE กล่าวอีกว่า ช่วงที่ผ่านมาได้พยายามสร้างให้ผู้บริโภคมี Engagement กับ Brand ของเรามากขึ้น ซึ่งจากการศึกษา Consumer Insight และ Lifestyle ของผู้บริโภค นอกจากโมเดล France First ที่ใช้กับผู้บริโภคในยุโรปแล้ว ฝั่งเอเชียเราใช้โมเดล Korea First ผ่านกลยุทธ์ Global Influencer Marketing และ Tie-in ในซีรีส์เกาหลีของ Netflix ซึ่งสามารถสร้างให้เกิด Viral ในระดับ Regional และใน Global ได้ ต่อยอดความสำเร็จจากการที่ Mogu Mogu มียอดขายสูงสุดเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มเครื่องดื่มน้ำผลไม้ ในช่องทางร้านสะดวกซื้อ (CVS) ครอบคลุมตลาดโมเดิร์นเทรดในเกาหลีใต้ จึงปักหมุดสร้างให้ทั้งเกาหลีใต้และฝรั่งเศส เป็น Main Influencer ในแต่ละ Regional ซึ่งจะทำต่อเนื่องในครึ่งปีหลังนี้ ผู้บริโภคจะได้เห็นธีมใหม่ๆ ของ Mogu Mogu ที่จะ Launch ในระดับ Regional Campaign มากขึ้น
“ในปัจจุบันผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มจากประเทศไทยได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคต่างประเทศ จึงยังมีช่องว่างให้เราได้เข้าไปทำการตลาดและสร้างยอดขายได้อีกมาก ส่วนตลาดในประเทศมีการเติบโตต่อเนื่องเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะช่องทางร้านค้าดั้งเดิม ได้ขยายช่องทางเข้าสู่ร้านค้าในโรงเรียนมากขึ้น และออกผลิตภัณฑ์ใหม่รวม 10 รายการตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีจากกลุ่มผู้บริโภค”
สำหรับแนวโน้มการดำเนินงานครึ่งปีหลังของปี 2566 คาดว่าจะเติบโตได้ดีต่อเนื่อง โดยมีแรงหนุนทั้งจากการรุกเพิ่มยอดขายจากในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งครึ่งปีหลังถือเป็นหน้าร้อนของต่างประเทศ จึงเตรียมพัฒนาสินค้าใหม่ออกวางจำหน่ายในและต่างประเทศในช่วงที่เหลือของปีนี้ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค หัวใจสำคัญในการคิดค้นสินค้าที่เป็นนวัตกรรมของ SAPPE คือพยายามมองหาการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตของเกษตรกรไทยให้มี Value มากขึ้น และเติบโตอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน ซึ่งจะได้เห็นสิ่งเหล่านี้มากขึ้นไปอีกในอนาคต และด้วยแนวโน้มการเติบโตทั้งหมดที่กล่าวมา จึงได้ปรับเพิ่มเป้าหมายรายได้ใหม่ปี 2566 ที่จะสามารถเติบโต 30-35% จากเดิมที่ตั้งไว้ 25% เพื่อให้บรรลุแผนการสร้างรายได้สู่ 10,000 ล้านบาท ภายใน 5 ปี (2565 – 2569)

