“ภาคการเงิน” ชี้ นักลงทุนรอการเมืองชัดเจน หวังตั้งรัฐบาลใหม่เสร็จ ฟื้นเชื่อมั่น-ฟันด์โฟลว์กลับเข้าไทย
เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม นายกอบศักดิ์ ดวงดี เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า คาดการณ์เศรษฐกิจไทยจะยังคงขยายตัวได้ที่กรอบ 3.5% มองว่าเศรษฐกิจไทยถือว่าค่อนข้างดีเมื่อเปรียบเทียบกับหลายๆ ประเทศในภูมิภาคเดียวกัน แม้การส่งออกจะไม่แข็งแรงในปี 2566 เนื่องจากฐานที่สูงในปี 2565 ขณะที่ตัวขับเคลื่อนหลักคือภาคการท่องเที่ยวจะสนับสนุนให้เศรษฐกิจยังคงประคองไปได้ต่อเนื่อง
อีกทั้งเบื้องต้นฐานะของประเทศไทยยังมีสภาพดี จากการที่มีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ (Foreign Exchange Reserves) สูง ซึ่งเป็นแต้มต่อของประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยทุกตัวทั้งเรื่องการลงทุนของนักลงทุนต่างประเทศ การส่งออก และจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้าไทยในช่วงเวลาครึ่งหลังปี 2566 ว่าจะฟื้นตัวได้ตามที่คาดการณ์หรือไม่
“จากปัจจัยความเสี่ยงของสถานการณ์ทางการเมืองที่ขณะนี้ยังมีความไม่ชัดเจนในการจัดตั้งรัฐบาล โดยภาคธุรกิจต้องการเห็นความแน่นอนและความชัดเจนของภาพการเมืองในอนาคต เพราะนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลมีความสำคัญต่อแนวทางการพัฒนาประเทศ และแผนการลงทุนของนักลงทุน” นายกอบศักดิ์กล่าว
นายอมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย และที่ปรึกษาการลงทุน ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT) กล่าวว่า ยังคงประเมินการจัดตั้งรัฐบาลจะเสร็จสิ้นในเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นไปตามกำหนดการเดิม โดยการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งถัดไปคาดว่าพรรคเพื่อไทย (พท.) จะสามารถรวบรวมเสียงเพื่อเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลก็สามารถดำเนินการแล้วเสร็จได้ เพียงแต่รัฐบาลผสมนั้นจะมีเสถียรภาพมากแค่ไหน และจะรวบรวมจำนวนเสียงจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ได้อย่างไร เป็นโจทย์ที่ต้องติดตาม
“แต่เชื่อว่าหลังจากมีรัฐบาลใหม่สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือบรรยากาศการลงทุน ความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ฯลฯ สุดท้ายก็ยังสามารถขับเคลื่อนได้ ตลาดหุ้นไทยน่าจะเห็นฟันด์โฟลว์กลับเข้าไทย ซึ่งจะเข้ามาช่วยเสริมบรรยากาศการลงทุนให้ดีขึ้นได้ โดยนักลงทุนไม่ได้เลือกข้างว่าใครจะเข้ามาเป็นผู้นำ หรือเข้ามาเป็นรัฐบาล แต่ต้องการความชัดเจนเท่านั้นเอง” นายอมรเทพกล่าว
นายอมรเทพกล่าวว่า ขณะเดียวกัน สิ่งที่เป็นกังวลเนื่องจากการจัดตั้งรัฐบาลล่าช้า งบประมาณที่จะออกมาตามปกติในวันที่ 1 ตุลาคม 2566 ซึ่งถูกขยับออกไป และไม่สามารถเบิกจ่ายได้ โดยจากไทม์ไลน์งบประมาณปี 2567 น่าจะออกได้ปลายเดือนมีนาคม 2567 ขณะนี้คาดว่าจะถูกเลื่อนออกไปต้นเดือนเมษายน 2567 ซึ่งหมายความว่าช่วงหลังจากนี้เป็นต้นไปจะเห็นการใช้จ่ายที่ออกมาจากภาครัฐบาลแผ่วลง
อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาภายหลังจากการจัดตั้งรัฐบาลในเรื่องนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือเรื่องการใช้จ่ายต่างๆ ว่าจะเป็นอย่างไร รวมถึงมาตรการปรับค่าแรงขั้นต่ำว่าจะทำได้ทันในปี 2566 หรือจะถูกปรับช่วงต้นปี 2567 ซึ่งต้องติดตามการแถลงแนวทางการดำเนินงานของรัฐบาลใหม่
“การจัดตั้งรัฐบาลที่ล่าช้าไม่ได้ทำให้เศรษฐกิจช็อกในปีนี้ เพราะมุมมองคาดการณ์จีดีพีปี 2566 ที่ 3.3% การใช้จ่ายภาครัฐหดตัว เพราะไม่มีงบใหม่ออกได้ทันการใช้จ่ายในปีนี้ ดังนั้น อาจไปช็อกเศรษฐกิจในปีหน้ามากกว่า” นายอมรเทพกล่าว

