‘เซ็นทรัล’ Q2 กำไรกว่า 3.6 พันล้าน ลุยเปิดห้างใหม่-มิกซ์ยูสยักษ์แสนล้าน
เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จํากัด (มหาชน) หรือ CPN แจ้งผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 11,133 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% และกำไรสุทธิ 3,678 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34% จากปีก่อนหน้า
ด้านแผนธุรกิจในอนาคต หลังจากที่ส่วนลดร้านค้าได้กลับมาอยู่ในภาวะปกติเหมือช่วงก่อนเกิดโควิด-19 ตั้งแต่ในไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัทยังคงผลักดันแผนการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องโดยตั้งเป้าหมายทางธุรกิจในระยะ 5 ปี ที่จะมีรายได้เติบโตเฉลี่ย 14-16% ในระหว่างปี 2566-2570 แม้ธรุกิจอสังหาริมทรัพทย์และธุรกิจโรงแรมจะเป็นตัวหลักในการเพิ่มอัตราการเติบโตในช่วง 5 ปีนี้ แต่บริษัทยังคงมุ่งเน้นการพัฒนาโครงการศูนย์การค้า
โดยมีแผนการเพิ่มพื้นที่เช่าโดยเฉลี่ย 100,000 ตารางเมตรต่อปี ในปี 2566-2570 จะใช้จุดแข็งของธุรกิจศูนย์การค้าขยายไปสู่ธุรกิจอื่นๆ ได้แก่ อสังหาริมทรัพทย์ โรงแรม และอาคารสำนักงาน ซึ่งจะทำให้โครงการศูนย์การค้านั้นมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น กลยุทธ์นี้ไม่เพียงแต่จะเป็นการเพิ่มรายได้และเพิ่มโอกาสทางธุรกิจเท่านั้น แต่ยังเป็นการกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจอีกด้วย
โดยในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2566 ได้เปิดบริการคอมมูนิตี้ มอลล์ มาร์เช่ ทองหล่อ และโรงแรมเซ็นทารา อุบลในเดือนมีนาคม, โรงแรม โก! โฮเทล บ้านฉางในเดือนพฤษภาคม, โครงการที่พักอาศัยเอสเซ็นท์ เพชรบุรี ในเดือนมิถุนายน และโครงการที่ได้ประกาศไปแล้วที่จะเปิดให้บริการ
ในปี 2566 เปิดศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสท์วิลล์ บนถนนราชพฤกษ์ ด้วยงบลงทุนกว่า 3,600 ล้านบาท และมีพื้นที่ขายประมาณ 32,000 ตารางเมตร เปิดให้บริการในเดือนพฤศจิกายน 2566
ส่วนธุรกิจโรงแรม มีแผนเปิดโรงแรม โก! โฮเทล 2 แห่ง ที่เซ็นทรัล ศรีราชา และเซ็นทรัล ชลบุรี ในเดือนสิงหาคม และเตรียมเปิดโรงแรมเซ็นทารา อยุธยา และเซ็นทารา วัน ระยอง ในช่วงครึ่งปีหลัง 2566
ด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัย มีแผนปิดตัวโครงการใหม่ 6 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 8,500 ล้านบาท เป็นคอนโดมิเนียม 2 โครงการ คือ เอสเซ็นท์ บุรีรัมย์ และบางนา และที่อยู่
อาศัยแนวราบ 4 โครงการ ได้แก่ นีรติ นครศรีธรรมราช และนีรดา พระราม 2 อุทยาน และเอกชัย
ตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นไป จะเปิดเซ็นทรัล นครสวรรค์ ด้วยงบลงทุนกว่า 4,500 ล้านบาท และมีพื้นที่ขายประมาณ 29,000 ตสรางเมตร เปิดบริการไตรมาส 1 ปี 2567
จากนั้นเซ็นทรัล นครปฐม ด้วยงบลงทุนกว่า 3,800 ล้านบาท และมีพื้นที่ขายประมาณ 25,000 ตสร้างเมตร เปิดบริการไตรมาส 2 ปี 2567
ต่อด้วยเซ็นทรัล กระบี่ ด้วยงบลงทุนกว่า 2,300 ล้านบาท และมีพื้นที่ขายประมาณ 22,000 ตารางเมตร เปิดบริการไตรมาส 4 ปี 2567
ขณะที่โครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค ซึ่งเป็นโครงการร่วมทุนกับ บริษัท สิตธานี จำกัด (มหาชน) โดยจะมีส่วนพื้นที่ศูนย์การค้า 80,000 ตารางเมตร พื้นที่อาคารสำนักงาน 90,000 ตารางเมตร โรงแรม 250 ห้อง และอาคารที่อยู่อาศัย 550 ยูนิต ด้วยงบลงทุนรวมกว่า 46,000 ล้านบาท โดยจะทยอยเปิดให้บริการปี 2567 เป็นต้นไป
นอกจากนี้ บริษัทยังวางแผนที่จะพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่อีก 5 โครงการ รวมถึงโครงการ
ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค ใน 5-10 ปีข้างหน้า โดยตั้งงบลงทุน 135,000 ล้านบาท สำหรับแผนพัฒนาโครงการ 5 ปี ข้างหน้า โดยหลักๆ งบลงทุนดังกล่าวจะมาจากกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน

