‘ค้าปลีก’ ชี้เป้าย่านสินค้าจีนทะลัก เผย ‘นายกฯ’ ในดวงใจ ต้องใช้เงินเป็น ไม่ใช่แจกอย่างเดียว
เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม นายสมชาย พรรัตนเจริญ นายกสมาคมค้าส่ง-ปลีกไทย เปิดเผยถึงกรณีมีข้อกังวลสินค้าจีนที่เข้ามาจำหน่ายในไทยจำนวนมาก ว่า สินค้าอุปโภคบริโภคจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจีน ญี่ปุ่น เกาหลี มีนำเข้ามาขายในประเทศมานานมากแล้ว มีทั้งสินค้ามือหนึ่งและมือสอง และมีราคาถูกกว่าสินค้าไทยมาก ทำให้ได้รับความนิยมทั้งจากคนไทยและต่างชาติ ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมสินค้าไทย เพราะขายไม่ค่อยได้
“เห็นชัดตอนนี้มีแถวย่านห้วยขวางที่คนจีนอยู่เยอะ จะมีสินค้าจากจีนมาขายในมินิมาร์ทที่จีนมาเปิดหรือย่านที่คนจีนอยู่เยอะๆ จะมีร้านค้ารูปแบบนี้เปิดเยอะขึ้น จะขายให้คนจีนด้วยกันเอง และคนไทยด้วย ซึ่งภาครัฐก็ต้องดูข้อกฎหมายหรือกฎกติกาว่ามีอะไรที่ควบคุมได้หรือไม่” นายสมชายกล่าว
นายสมชาย กล่าวต่อว่า สำหรับนโยบายแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาทของพรรคเพื่อไทยนั้น ยังไม่รู้ว่าร้านค้ารายย่อยจะได้ประโยชน์หรือไม่ เพราะยังไม่เห็นเงื่อนไขในการใช้จ่าย ซึ่งเกรงว่าจะให้ซื้อได้เฉพาะร้านค้าใหญ่เท่านั้น ถ้าจะให้เกิดประโยชน์สูงสุด ต้องจัดพื้นที่ให้มีการค้าขายที่เป็นผู้ประกอบการรายเล็กจากชุมชนหรือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและรับเงินวอลเล็ตนี้โดยเฉพาะ

นายสมชาย ยังกล่าวถึงสเปกนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีในดวงใจ ว่า อยากได้คนที่ฉลาดทางการค้า รู้จักใช้เงินประมาณเป็น เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสังคมและเศรษฐกิจ ไม่ใช่เอามาแจกอย่างเดียว เพราะไม่ใช่คำตอบสุดท้ายในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ของประเทศให้เดินหน้าต่อไปได้ เพราะ ถ้าบริหารแบบนี้มีเท่าไหร่ก็ไม่พอแจก ตอนนี้ที่ดูจากรายชื่อที่เป็นแคนดิเดตอยู่ ยังไม่มีใครที่ตรงสเปกเพราะเป็นหน้าเดิมๆ ที่หมุนเวียนเข้ามา เหมือนเป็นเก้าอี้ดนตรี
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ย่านบางเขน ถือเป็นอีกหนึ่งย่านที่คนจีนอยู่อาศัยจำนวนมาก เพราะใกล้กับมหาวิทยาลัยเกริก ซึ่งได้มีการร่วมทุนกับจีน เปิดการเรียนการสอนภาษาจีน และมีนักศึกษาจีนมาเรียนจำนวนมาก ทำให้บริเวณโดยรอบของมหาวิทยาลัย มีร้านอาหารและร้านค้าปลีกของจีนมาเปิดบริการค่อนข้างคึกคัก
อย่างเช่น ร้าน SHENZAU SUPER MARKET-EXPRESS เปิดร้านขายสินค้าซึ่งนำเข้าจากประเทศจีนมาวางขาย เช่น บะหมี่สำเร็จรูป เครื่องดื่ม ขนมขบเคี้ยวต่างๆ เป็นต้น โดยมีราคาขายไม่ต่างจากของสินค้าไทยมากนัก เริ่มต้นตั้งแต่ 10 บาทขึ้นไป


