ปิดสวิตช์ลอบเผาอ้อย กอน. ถกมาตรการใหม่ให้รางวัลชาวไร่-โรงงาน จ่อใช้ฤดูผลิต 66/67
ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยตัดอ้อยสดเพื่อลดฝุ่นพิษ PM 2.5 ว่า ฤดูการผลิตอ้อย 2566/67 ที่จะถึงนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมอยู่ระหว่างพิจารณามาตรการเพื่อกระตุ้นเกษตรกรชาวไร่อ้อยตัดอ้อยสด เลิกเผา และโรงงานไม่รับอ้อยเผาเข้าหีบ ล่าสุดคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย(กอน.) อยู่ระหว่างการหารือถึงมาตรการที่เหมาะสม คุ้มค่า และสามารถลดฝุ่น PM 2.5 ได้จริง โดยในที่ประชุม กอน. ได้เสนอมาตรการ in cash & in kind เป็นมาตรการที่สนับสนุนด้านการเงิน ให้รางวัลแก่เกษตรกรที่ไม่เผาอ้อยและโรงงานที่ไม่รับอ้อยเผา และมาตรการเพิ่มผลิตภาพในกระบวนการผลิต ซึ่งผู้แทนชาวไร่อ้อยกำลังทบทวนและจะนำเข้าที่ประชุม กอน. เพื่อพิจารณาต่อไป เนื่องจากที่ผ่านมากระทรวงได้เดินหน้าโครงการช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยตัดอ้อยสดเพื่อลดฝุ่นพิษ PM 2.5 ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยสนับสนุนเงินช่วยเหลือเพื่อลดต้นทุนการตัดอ้อยสดให้กับชาวไร่อ้อยในอัตราที่เหมาะสมไปแล้ว 2 ฤดูการผลิต (ฤดูการผลิต2563/64 และฤดูการผลิต2564/65)แต่ปริมาณการลักลอบกลับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อยู่ระดับ 26.42% และ 27.28% ตามลำดับ และสถานการณ์การเผาในฤดูการผลิตปีนี้ 2566/67 ยิ่งน่าวิตก เพราะตัวเลขลักลอบพุ่งถึง 32.79%
“กระทรวงอุตสาหกรรมจึงต้องมีการศึกษาผลดีผลเสียและความคุ้มค่าของมาตรการสนับสนุนเงินตัดอ้อยสด รวมทั้งการหาแนวทางและมาตรการเพื่อลดต้นทุนในกระบวนการผลิตอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดความยั่งยืนและไม่เป็นภาระต่องบประมาณของรัฐบาล เพราะตัวเลขลักลอบเผาที่พุ่งขึ้นต่อเนื่อง ชี้ให้เห็นว่าการสนับสนุนทางการเงินอาจไม่ได้ผล” ดร.ณัฐพลกล่าว

นอกจากมาตรการด้านการเงิน กระทรวงอุตสาหกรรมยังแก้ไขปัญหาอ้อยลักลอบเผา โดยมีการลงโทษปรับโรงงานที่รับอ้อยไฟไหม้เกินเกณฑ์ที่กำหนด การจัดหาเครื่องสางใบอ้อย การส่งเสริมการรับซื้อใบอ้อยเพื่อเพิ่มรายได้ และลดการเผาใบอ้อยหลังตัด รวมทั้งการขอความร่วมมือโรงงานช่วยประกันราคารับซื้ออ้อยสด การสนับสนุนเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลเพื่อลดต้นทุน การสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยเพื่อซื้อเครื่องจักรกลการเกษตร
ขณะเดียวกันกระทรวงอุตสาหกรรมจะสนับสนุนให้อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลมุ่งปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเศรษฐกิจโลก โดยคำนึงถึงการสร้างความยั่งยืนให้กับภาคอุตสาหกรรม ภายใต้นโยบาย MIND 4 มิติ คือ ความสำเร็จทางธุรกิจ การดูแลสังคมและชุมชนโดยรอบ การรักษาสิ่งแวดล้อม และการกระจายรายได้สู่ชุมชน โดยในด้านการดูแลสิ่งแวดล้อม กระทรวงฯได้ปรับปรุงกฎระเบียบใหม่ๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันโดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย ที่หากไม่มีการปรับตัวอาจได้รับผลกระทบจากข้อกำหนดของประชาคมโลก ทั้งการกีดกันทางการค้า หรือมาตรการบังคับด้านสิ่งแวดล้อม ดังนั้น
นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดยุทธศาสตร์การบริหารจัดการอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย 5 ปี (พ.ศ. 2566 – 2570) เป็นความร่วมมือระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย(สอน.) กรมส่งเสริมการเกษตร สถาบันอาหาร บริษัท น้ำตาลราชบุรี จำกัด และบริษัท เคทิส วิจัยและพัฒนา จำกัด เพื่อบริหารจัดการอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 5 มาตรการ ได้แก่ 1.การสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้กับเกษตรกรเพื่อเข้าถึงเครื่องจักรกลการเกษตร 2.การช่วยเหลือโรงงานน้ำตาลที่ไม่รับอ้อยเผาเข้าหีบ โดยส่งเสริมสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 3.มาตรการทางกฎหมาย ในการกำกับติดตามการลักลอบเผาอ้อย 4.มาตรการส่งเสริมสินเชื่อเพื่อแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม 5.มาตรการ Burning Tax (Carbon Tax) ร่วมกับกรมสรรพสามิต เพื่อแก้ไขปัญหาการลักลอบเผาอ้อยและปัญหาฝุ่น PM 2.5

