กทพ.ทุ่ม 3 หมื่นล้าน ผุดทางด่วน 2 ชั้น ทะลวงรถติด ‘งามวงศ์วาน-พระราม 9’
เข้าสู่การประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 3 แล้ว สำหรับโครงการทางพิเศษยกระดับชั้นที่ 2 ช่วงงามวงศ์วาน-พระราม 9 ที่การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กำลังศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการ เพื่อแก้ปัญหาการจราจรบนโครงข่ายทางด่วน ระยะที่ 1
โดยในผลการศึกษาระบุจะใช้เงินลงทุนทั้งโครงการ 32,643 ล้านบาท มีการการลงทุนให้เลือก 2 รูปแบบ คือ กทพ.ลงทุนเอง และเอกชนร่วมลงทุน โดยเปิดการเจรจาผู้รับสัมปทานรายเดิม ซึ่งทั้ง 2 แนวทางนี้ ไม่มีการเก็บค่าผ่านทางเพิ่มเติมแต่อย่างใด
นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบัน กทพ. ได้ศึกษาความเหมาะสมและเป็นไปได้ของโครงการก่อสร้างทางด่วนชั้นที่ 2 เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรบนทางพิเศษศรีรัช ช่วงงามวงศ์วาน-พญาไท-พระราม 9 ซึ่งประสบปัญหาการจราจรอย่างหนักเข้าขั้นวิกฤตทั้งในและนอกช่วงเวลาเร่งด่วน โดยพื้นที่ศึกษาของโครงการครอบคลุมพื้นที่จังหวัดนนทบุรี คือ อำเภอเมืองนนทบุรี และกรุงเทพฯ ได้แก่ เขตบางซื่อ เขตจตุจักร เขตพญาไท เขตดุสิต เขตราชเทวี เขตดินแดง และเขตห้วยขวาง
“ตลอดระยะเวลาการศึกษาโครงการ ได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเป็นระยะ ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลข่าวสารของโครงการอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และได้มีส่วนร่วมในการให้ข้อมูลข้อคิดเห็นข้อเสนอแนะต่อโครงการ” ผู้ว่ากทพ.กล่าว

นายสุรเชษฐ์กล่าวว่า ผลการศึกษาพบว่าโครงการมีรูปแบบเป็นทางพิเศษยกระดับชั้นที่ 2 ขนาด 4 ช่องจราจร ไปกลับ โดยแนวเส้นทางจะซ้อนทับอยู่บนทางพิเศษศรีรัช มีจุดเริ่มต้นบริเวณทางแยกต่างระดับงามวงศ์วานไปจุดสิ้นสุดโครงการบริเวณถนนพระราม 9 รวมระยะทาง 17 กิโลเมตร มีด่านเก็บค่าผ่านทางระบบ MTC/ETC จำนวน 2 ตำแหน่ง ได้แก่ ด่านเก็บค่าผ่านทางบริเวณประชาชื่น และด่านเก็บค่าผ่านทางบริเวณมักกะสัน
ยังมีทางขึ้น-ลง จำนวน 3 ตำแหน่ง ได้แก่ ทางขึ้น-ลงจุดเริ่มต้นโครงการบริเวณทางแยกต่างระดับงามวงศ์วาน ทางขึ้น-ลงบริเวณย่านพหลโยธิน และทางขึ้น-ลงจุดสิ้นสุดโครงการบริเวณโรงพยาบาลพระราม 9 และตำแหน่งที่มีเฉพาะทางลง จำนวน 1 ตำแหน่ง ได้แก่ ทางลงบริเวณทางแยกต่างระดับมักกะสัน
“หลังผลการศึกษาได้ข้อสรุปจะเสนอคณะกรรมการ(บอร์ด)กทพ. และคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติต่อไป รวมถึงต้องทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมด้วย คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2568 แล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการในปี 2573 คาดมีปริมาณการจราจรอยู่ที่ 88,700 คัน/วันที่เข้าโครงการ ซึ่งกทพ. มุ่งหวังให้โครงการนี้ ได้ช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรบนโครงข่ายทางด่วนอย่างมีประสิทธิภาพ ลดระยะเวลาการเดินทาง” นายสุรเชษฐ์กล่าว


