สแกน ‘บิ๊กโปรเจ็กต์’ คมนาคมค้างท่อ รอส่งมอบรัฐบาลใหม่…โกออน!!

21.08.23 | 11:25 น.
สแกนบิ๊กโปรเจ็กต์คมนาคมค้างท่อ รอส่งมอบรัฐบาลใหม่...โกออน!!

สแกน บิ๊กโปรเจ็กต์ คมนาคมค้างท่อ รอส่งมอบรัฐบาลใหม่…โกออน!!

หลังจากประเทศไทยมีการเลือกตั้งเพื่อเฟ้นรัฐบาลชุดใหม่ จนถึงปัจจุบันรวมระยะเวลากว่า 3 เดือนแล้วก็ยังไม่ได้ข้อสรุปว่านายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของไทยจะเป็นใคร ลุ้นกันอีกสักตั้ง 22 สิงหาคมนี้!!

เพราะการมาของรัฐบาลชุดใหม่ คือความหวังของประชาชน โดยเฉพาะภาคข้าราชการ ภาคเอกชน ต่างเกาะติดนโยบายบริหารประเทศ ตลอดจนแผนงานต่างๆ เพราะเกี่ยวพันกับการเบิกจ่ายงบประมาณเพื่อขับเคลื่อนและกระตุ้นเศรษฐกิจหลังอั้นมานาน

⦁ สนข.จ่อชงแลนด์บริดจ์ 1 ล้านล.เข้าครม.

โดยเฉพาะเรื่องระบบขนส่ง หรือการคมนาคม ขณะนี้มีหลายโครงการที่รอการอนุมัติจากรัฐบาลชุดใหม่ เพื่อสานงานต่อโครงการเก่า รวมถึงโครงการใหม่ๆ ที่อยู่ระหว่างศึกษา ซึ่งหนึ่งในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่าง สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) โดย ปัญญา ชูพานิช ผู้อำนวยการ สนข. ระบุว่า ที่ผ่านมา โครงการสะพานเศรษฐกิจภาคใต้เชื่อมฝั่งทะเลอ่าวไทย-อันดามัน (ชุมพร-ระนอง) หรือแลนด์บริดจ์ชุมพร-ระนอง วงเงินรวม 1 ล้านล้านบาท ตามแผนเดิมจะต้องเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนยุบสภาผู้แทนราษฎร แต่เสนอไม่ทัน ส่งผลให้ต้องมีการเสนอต่อกระทรวงคมนาคมและเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ รับทราบหลักการอีกครั้ง ภายในเดือนตุลาคม 2566

ทั้งนี้ สนข.มีแผนเตรียมเดินทางไปโรดโชว์ ในต่างประเทศที่มีสายการเดินเรือขนาดใหญ่ 10 ประเทศ อาทิ ไต้หวัน จีน ญี่ปุ่น และฝรั่งเศส เพื่อดึงนักลงทุนจากต่างประเทศภายในเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2566 หลังจากนั้น สนข.จะปรับปรุงรายละเอียด และวิเคราะห์โครงการตามข้อมูลที่ได้จากการโรดโชว์หลังจากนั้น ภายในเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2566 ก่อนเสนอ ครม.อนุมัติเพื่อดำเนินการก่อสร้างโครงการ ภายในเดือนมกราคม 2567 หลังจากนั้นจะเริ่มเปิดประมูลพร้อมกันทั้งโครงการ ภายในต้นปี 2568 และลงนามเอกชนลงทุนในไตรมาส 3 ของปี 2568 คาดว่าจะทยอยเปิดโครงการในระยะแรกได้ ภายในปี 2573

Advertisement

ส่วนการประมูลของโครงการ เบื้องต้นเป็นการประมูลรวมทุกแพคเกจ ประกอบด้วย ท่าเรือน้ำลึก ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) และรถไฟ ซึ่งใช้รูปแบบการลงทุน International Bidding โดยให้สิทธิเอกชนไทยและต่างประเทศ เป็นผู้ลงทุน 100% ส่วนรัฐจะให้สัมปทานพื้นที่ระยะเวลา 50 ปี มีเงื่อนไขว่าเอกชนรายใดบริหารพื้นที่ได้น้อยที่สุดตามที่ภาครัฐกำหนดจะได้รับคะแนนการพิจารณาเป็นผู้รับสัมปทาน

⦁ ปัดฝุ่นพ.ร.บ.ตั๋วร่วมลุ้นรบ.ใหม่ไฟเขียว

นอกจากนี้ สนข.ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การบริหารจัดการตั๋วร่วม พ.ศ. … ซึ่งผ่านการพิจารณาจากคณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการนโยบายระบบตั๋วร่วมแล้ว หลังจากนั้นจะนำร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวเสนอต่อคณะกรรมการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมคนใหม่เป็นประธาน และเสนอต่อ ครม.พิจารณาต่อไป

หาก ครม.พิจารณาเห็นชอบแล้ว จะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ส่วนจะเริ่มประกาศและมีผลบังคับใช้ได้เมื่อไรนั้น ยังตอบไม่ได้ เพราะขึ้นอยู่กับกระบวนการพิจารณาในสภาด้วย ส่วนสาระสำคัญภายในร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การบริหารจัดการตั๋วร่วม พ.ศ. … อาทิ การกำหนดระเบียบวิธีการปฏิบัติการบังคับใช้ การจัดตั้งสำนักงานและกองทุนส่งเสริมระบบตั๋วร่วม และเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีของระบบตั๋วร่วม ที่อนาคตอาจนำการเชื่อมต่อของเทคโนโลยี EMV Contactless (Europay Mastercard and Visa) ที่อยู่ในบัตรเครดิต และบัตรเดบิต ซึ่งปัจจุบันใช้กับรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงิน สายสีม่วง และรถไฟฟ้าสายสีเหลืองได้ มาใช้ในอนาคตมากขึ้นอีกด้วย

⦁ ทล.โอดยุบสภาทำมอเตอร์เวย์ 4 สายดีเลย์

ขณะที่กรมทางหลวง (ทล.) เป็นอีกหนึ่งกรมที่มีโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการ แต่หลังการยุบสภา เพื่อเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤษภาคม 2566 กรมประสบปัญหาไม่สามารถเสนอ 4 โครงการให้รัฐบาลชุดเดิมพิจารณาเห็นชอบได้ทัน ส่งผลให้โครงการเกิดความล่าช้า ปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล รองอธิบดีกรมทางหลวง เผยว่า กรมเตรียมเสนอให้กระทรวงคมนาคม และ ครม.ชุดใหม่ พิจารณาเห็นชอบและอนุมัติ 4 โครงการ รวมวงเงิน 145,880 ล้านบาท ประกอบด้วย

1.โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9 สายถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร (ด้านตะวันตก) หรือ M9 ล่าง ช่วงบางขุนเทียน-บางบัวทอง ระยะทางประมาณ 35.85 กิโลเมตร (กม.) วงเงิน 56,035 ล้านบาท ปัจจุบันผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (คณะกรรมการพีพีพี) แล้ว โดย ทล.จะเสนอให้ ครม.พิจารณาเห็นชอบหลักการเพื่อขอใช้เงินกู้ หากผ่านความเห็นชอบ จะเริ่มประกาศเชิญชวนให้เอกชนร่วมลงทุนภายในกลางปีหรือปลายปี 2567 หลังจากนั้นจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ภายในปี 2568 ระยะเวลาก่อสร้าง 3 ปี คาดว่าจะเปิดให้บริการปี 2572

2.โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9 สายถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร (ด้านตะวันตก) หรือ M9 ช่วงบางบัวทอง-บางปะอิน ระยะทาง 34.1 กม. วงเงินลงทุนก่อสร้าง 15,260 ล้านบาท เบื้องต้นกรมจะเสนอต่อ ครม. ขอใช้แหล่งเงินกู้เพื่อดำเนินการก่อสร้างงานโยธา หลังจากนั้นจะเจรจาร่วมกับสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เพื่อขอใช้แหล่งเงินกู้ หากได้ข้อสรุปแหล่งเงินกู้แล้วจะเสนอต่อ ครม.อีกครั้ง เพื่อพิจารณาเห็นชอบการประมูลโครงการ คาดว่าจะเริ่มเปิดประมูลและดำเนินการก่อสร้างภายในปลายปี 2568 ระยะเวลาก่อสร้าง 3 ปี ส่วนงานติดตั้งระบบและบำรุงรักษา เบื้องต้นกรมจะใช้งบประมาณจากกองทุนมอเตอร์เวย์ เพื่อดำเนินการก่อสร้างเอง คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ภายในปี 2572

⦁ ลุยขยายทางหลวงดอนเมืองโทลล์เวย์

3.โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) ส่วนต่อขยายทางยกระดับอุตราภิมุข หรือดอนเมืองโทลล์เวย์ ช่วงรังสิต-บางปะอิน (M5) ระยะทาง 22 กม. วงเงินค่าลงทุนก่อสร้าง 31,358 ล้านบาท ประกอบด้วย ค่างานโยธา 30,125 ล้านบาท ค่าเวนคืน 78 ล้านบาท ค่างานระบบ 1,155 ล้านบาท ขณะนี้ผ่านความเห็นชอบคณะกรรมการพีพีพีแล้ว โครงการจะใช้รูปแบบการให้เอกชนร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP Gross Cost) โดย ทล.จะเป็นผู้ลงทุนการก่อสร้างงานโยธาและจ้างเอกชนบริหารจัดการ อายุสัญญาสัมปทาน 30 ปี โครงการนี้ กรมจะเสนอต่อกระทรวงคมนาคมและ ครม.ชุดใหม่พิจารณาเห็นชอบด้วยเช่นกัน

4.โครงการมอเตอร์เวย์ หมายเลข 8 สายนครปฐม-ชะอำ (M8) ระยะทาง109 กม. โดย ทล.จะเสนอให้ ครม.พิจารณาอนุมัติก่อสร้างช่วงแรก ได้แก่ ช่วงที่ 1 ช่วงนครชัยศรี-ปากท่อ ระยะทาง 61 กม. วงเงินลงทุนรวม 43,227 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าก่อสร้าง 29,156 ล้านบาท ค่างานระบบ 1,783 ล้านบาทและค่าเวนคืน 12,287 ล้านบาท ปัจจุบัน ทล.อยู่ระหว่างเสนอแผนความต้องการเงินกู้ระยะปานกลาง 5 ปี (พ.ศ.2567-2571) หาก ครม.พิจารณาเห็นชอบแล้ว จะเริ่มจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน พร้อมเปิดประมูลให้เอกชนร่วมลงทุนต่อไป โดยกระบวนการดังกล่าวจะใช้ระยะเวลาประมาณ 1 ปีครึ่ง ก่อนเริ่มดำเนินการก่อสร้าง ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 3 ปี

ความหวังเดียวของโครงการที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ คือการเร่งจัดตั้งรัฐบาล เพื่อให้รัฐบาลชุดใหม่เข้ามาสานงานค้างท่อ พร้อมเดินหน้าโครงการใหม่ๆ ที่รออยู่

เพราะหากเร่งดำเนินการได้เร็ว งบประมาณของภาครัฐถูกกระจายไปปลุกเศรษฐกิจ จะเรียกความเชื่อมั่นนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ เมื่อนั้นเศรษฐกิจไทยจะคืนชีพได้แน่!!