หน้าแรก เศรษฐกิจ เกษตรกรอ่วม! ...

เกษตรกรอ่วม! แล้งพ่นพิษ ปี’66 พื้นที่เกษตรเสี่ยงขาดน้ำทั่ว ปท.กว่า 16.51 ล้านไร่

22.08.23 | 11:26 น.

เกษตรกรอ่วม! แล้งพ่นพิษ ปี’66 พื้นที่เกษตรเสี่ยงขาดน้ำทั่ว ปท.กว่า 16.51 ล้านไร่ ด้านน้ำใช้การลดลงกว่า 1.3 หมื่น ลบ.ม. 

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครั้งที่ 5/2566 ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ห้อง 123) ว่า การประชุมครั้งนี้เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยแล้ง ปี 2566/67 และเอลนีโญ โดยที่ประชุมได้รับทราบสถานการณ์น้ำ และพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งทั้งในและนอกเขตชลประทาน ตลอดจนพิจารณาแผนงาน โครงการรองรับผลกระทบจากภัยแล้ง ปี 2566/67  

นายอภัยกล่าวอีกว่า เนื่องจากในช่วงเดือนมิถุนายน 2566 ได้เข้าสู่สภาวะเอลนีโญ โดยมีแนวโน้มที่จะแรงขึ้นในช่วงปลายปี 2566 จากนั้นจะมีกำลังอ่อนลงและต่อเนื่องไปจนถึงต้นปี 2567 ส่งผลให้ประเทศไทยมีปริมาณฝนน้อยกว่าค่าปกติ ประกอบกับกรมชลประทานคาดการณ์ว่า ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 35 แห่ง ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 คาดการณ์ปริมาณน้ำใช้การ 22,825 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) น้อยกว่าปี 2565 จำนวน 13,037 ล้าน ลบ.ม. สำหรับอ่างเก็บน้ำ 4 เขื่อนหลัก ลุ่มเจ้าพระยา คาดการณ์ปริมาณน้ำใช้การ 6,897 ล้าน ลบ.ม. น้อยกว่าปี 2565 จำนวน 7,177 ล้าน ลบ.ม.  

โดยศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร กระทรวงฯ ได้คาดการณ์พื้นที่เกษตรที่จะได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ปี 2566/67 รวมประมาณ 16.51 ล้านไร่ แบ่งเป็น ในเขตชลประทาน ลุ่มเจ้าพระยา รวม 22 จังหวัด พื้นที่ 7.34 ล้านไร่ และนอกเขตชลประทาน พื้นที่ที่มีโอกาสเกิดภัยแล้ง รวม 60 จังหวัด พื้นที่ 9.17 ล้านไร่ ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมรองรับผลกระทบด้านการเกษตรในช่วงฤดูแล้งที่จะเกิดขึ้น

Advertisement

ดังนั้น ที่ประชุมจึงได้ร่วมกันพิจารณาแผนงาน หรือโครงการรองรับผลกระทบจากภัยแล้ง ปี 2566/67 ดังนี้ 1.แผนงานการส่งเสริมการปลูกพืชทดแทน อาชีพทางเลือก โดยจะส่งเสริมเกษตรกรปลูกพืชทดแทนนาปรัง โดยปลูกพืชใช้น้ำน้อยในช่วงฤดูแล้ง ให้สอดคล้องกับริมาณน้ำที่มี โดยไม่ต้องใช้น้ำจากระบบชลประทาน เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ พืชตระกูลถั่ว การเลี้ยงจิ้งหรีด การเลี้ยงผึ้ง เป็นต้น

2.แผนงานเพิ่มน้ำต้นทุน เพื่อการเกษตรและอุปโภคบริโภคในครัวเรือน โดยการสนับสนุนให้สมาชิกสถาบันเกษตรกร หรือกลุ่มเกษตรกรรวมถึงเกษตรกร พัฒนาแหล่งน้ำผิวดิน น้ำใต้ดิน และปรับปรุงระบบกักเก็บน้ำให้เพียงพอ

3.แผนงานสร้างรายได้ หรือ ลดภาระค่าใช้จ่าย หรืออื่น ๆ ในพื้นที่ที่ไม่สามารถทำการเพาะปลูกได้ โดยสนับสนุนและส่งเสริมให้เกษตรกรดำเนินกิจกรรมทางการเกษตรที่ช่วยลดรายจ่ายและสร้างรายได้ในระยะสั้น 

4.แผนงานป้องกันพืชเศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูง เตรียมการในช่วงฤดูฝน ปี 2567 และในระยะต่อไป โดยเตรียมการจัดการระบบน้ำ เพื่อป้องกันน้ำเค็มรุก ในพืชเศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูง ได้แก่ กล้วยไม้ ลิ้นจี่ ส้มโอ เป็นต้น รวมถึงการเตรียมการส่งเสริมการปลูกข้าวโดยวิธีเปียกสลับแห้งเพื่อการประหยัดน้ำ สำหรับขยายผลในช่วงฤดูฝน ปี 2567 

“ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณา พร้อมให้ข้อเสนอแนะโครงการต่างๆ รวมถึงพิจารณากำหนดเป้าหมายให้สอดคล้องในแต่ละพื้นที่ เพื่อเตรียมเสนอขอรับจัดสรรงบกลางต่อไป” นายอภัยกล่าว