นัดแรกวอร์รูมติดตามเอลนิโญ ‘ปลัดพาณิชย์’ ยันยังไม่เห็นสัญญาณ ‘มีปัญหา’ ห่วงปี’67 มากกว่า
เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม นายกีรติ รัชโน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงการประชุมวอร์รูมติดตามสถานการณ์ของเอลนิโญ ระดับปฎิบัติการครั้งแรก วันที่ 25 สิงหาคม ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมอุตุนิยมวิทยา และหน่วยงานในกระทรวงพาณิชย์ ทูตพาณิชย์ และพาณิชย์จังหวัด เป็นครั้งแรก ว่า
เป็นการรับฟังรายงาน จากการติดตามข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ภัยแล้ง ที่จะเกิดขึ้นจากปรากฎการณ์เอลนิโญมีแนวโน้มเป็นอย่างไร ทั้งในเรื่องสถานการณ์น้ำ สถานการณ์การผลิตสินค้าเกษตรสำคัญ ได้แก่ ข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และปาล์มน้ำมัน เพราะเป็นสินค้าที่เกี่ยวกับการบริโภค และความมั่นคงด้านอาหาร จากทุกภาคส่วน โดยหลักๆ หารือร่วมกันว่า มีข้อมูลตัวไหนที่จะต้องติดตาม และจะติดตามอย่างไร ทั้งข้อมูลในประเทศ และต่างประเทศ ตัวไหนมีความสำคัญ โดยเฉพาะเรื่องฝน เรื่องน้ำ ภาวะภัยแล้ง และกำหนดให้รายงานอย่างน้อยเดือนละครั้ง แต่ถ้ามีเหตุการณ์เร่งด่วน ต้องรายงานทันที เพื่อให้มองเห็นภาพว่าแนวโน้มจะเกิดอะไรขึ้น จะได้เตรียมรับมือได้ทัน เป็นการวางแผนล่วงหน้าเชิงรุก
“เบื้องต้น พบว่า ปีนี้ยังไม่จำเป็นต้องมีมาตรการอะไรออกมา เพราะผลกระทบจากเอลนีโญในปีนี้ ไม่น่าจะมีปัญหา โดยเบื้องต้นจะต้องติดตามสถานการณ์ฝนและน้ำ ช่วงเดือน ก.ย.-ต.ค. ว่าจะมีมากน้อยแค่ไหน แต่ปีหน้า ที่หลายฝ่ายมองว่า จะเริ่มเกิดภาวะภัยแล้ง ก็ต้องมีการติดตามกันต่อไป และหากจำเป็น ก็จะเป็นเรื่องที่จะต้องมาพิจารณาว่าจะมีมาตรการอะไรออกมา ทั้งในเรื่องการส่งออก การนำเข้า แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่เห็นสัญญาณอะไร”
นายกีรติ กล่าวว่า ขณะเดียวกัน ย้ำให้ทูตพาณิชย์ขทั่วโลก 58 แห่ง ติดตามสถานการณ์การเพาะปลูก การบริโภค ความต้องการสินค้าเกษตร ในประเทศที่ตนเองประจำอยู่ว่าเป็นอย่างไร ซึ่งที่ได้รับรายงานมาแล้ว เช่น อินเดีย ห้ามส่งออกข้าวขาว เวียดนาม จีน และฟิลิปปินส์ ก็มีการติดตามผลกระทบจากกรณีที่อินเดียใช้มาตรการอย่างใกล้ชิดเช่นกัน และยังไม่มีมาตรการอะไรออกมา เริ่มมีความต้องการซื้อข้าวและสินค้าเกษตรจากหลายประเทศเพิ่มขึ้น ส่วนพาณิชย์จังหวัด ต้องติดตามภาวะการเพาะปลูก สถานการณ์การผลิตในพื้นที่ว่าเป็นอย่างไร เพิ่มขึ้นหรือลดลง และมีแนวโน้มมีปัญหาหรือไม่
ในส่วนผลกระทบต่อการผลิตสินค้าเกษตรสำคัญ เช่น ข้าว ประเมินแล้วไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะไทยปลูกข้าวใช้บริโภคในประเทศครึ่งหนึ่ง ที่เหลืออีกครึ่งสำหรับส่งออก และผลผลิตในแต่ละปี เพิ่มขึ้นลดลงเป็นปกติอยู่แล้วตามสภาพฝนและน้ำ แม้จะไม่เกิดภาวะภัยแล้ง มันสำปะหลัง มีแนวโน้มลดลง จากการเกิดโรคใบด่างและภัยแล้ง แต่ไม่มีปัญหาในเรื่องผลผลิตขาดแคลน เพราะไทยยังสามารถนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านได้ ส่วนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และปาล์มน้ำมัน ประเมินแล้ว ยังไม่พบว่ามีปัญหา

