‘คปภ.’บี้บริษัทประกันเยียวยาอุบัติเหตุตายหมู่25ศพ-คาดได้รับชดเชยคนละไม่ต่ำกว่า 3 แสนบาท

3.01.17 | 12:54 น.
นายสุทธิพล ทวีชัยการ

นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า ตามที่เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ตู้โดยสารหมายเลขทะเบียน 15-1352 กรุงเทพมหานคร รับผู้โดยสารจาก จ.จันทบุรีมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพมหานคร เสียหลักพุ่งข้ามร่องกลางถนนไปฝั่งตรงข้ามประสานงากับรถกระบะหมายเลขทะเบียน 1 ฒณ 2483 กรุงเทพมหานคร ที่วิ่งสวนมาบริเวณถนนสาย 344 (บ้านบึง-แกลง) ต.หนองชาก อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ช่วงก่อนถึงตลาดเนื่องจำนงประมาณ 2 กิโลเมตร โดยเบื้องต้นพบว่ารถยนต์ตู้โดยสารมีผู้เสียชีวิตจำนวน 14 ราย เป็นชาย 4 ราย หญิง 10 ราย สภาพรถยนต์ตู้โดยสารได้รับความเสียหายทั้งคัน เนื่องจากเกิดไฟไหม้ ส่วนรถกระบะมีผู้เสียชีวิตจำนวน 11 ราย เป็นชาย 5 ราย หญิง 6 ราย (เป็นเด็กชาย 1 ราย และเด็กหญิง 1 ราย) รวมผู้เสียชีวิตจำนวน 25 ราย และมีผู้บาดเจ็บ 2 คนถูกนำส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลบ้านบึง เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2560

นายสุทธิพลกล่าวว่า จากการตรวจสอบเกี่ยวกับการทำประกันภัยของรถยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุทั้ง 2 คัน พบว่ารถยนต์ตู้โดยสารหมายเลขทะเบียน 15-1352 กรุงเทพมหานคร ทำประกันภัยรถภาคบังคับ (พ.ร.บ.) กับบริษัท ฟินิกซ์ ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เลขที่กรมธรรม์ PITH-B-AC 0-5909-004359 เริ่มคุ้มครองวันที่ 30 กันยายน 2559 สิ้นสุดความคุ้มครองวันที่ 30 กันยายน 2560 นอกจากนี้ยังได้ทำประกันภัยรถภาคสมัครใจประเภท 3 กับบริษัทพุทธธรรมประกันภัย จำกัด (มหาชน) เลขที่กรมธรรม์ DV3BL16070018 เริ่มความคุ้มครองวันที่ 1 กรกฎาคม 2559 สิ้นสุดความคุ้มครองวันที่ 1 กรกฎาคม 2560 โดยให้ความคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก กรณีความเสียหายต่อชีวิต ร่างกายหรืออนามัย คุ้มครอง 300,000 บาท/คน แต่ไม่เกิน 10,000,000 บาท/ครั้ง ส่วนความเสียหายต่อทรัพย์สิน คุ้มครอง 300,000 บาท/ครั้ง สำหรับความคุ้มครองตามเอกสารแนบท้าย กรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพถาวร รย.01 คุ้มครอง 100,000 บาท/คน ค่ารักษาพยาบาล รย.02 คุ้มครอง 50,000 บาท/คน และการประกันตัวผู้ขับขี่ รย.03 คุ้มครอง 200,000 บาท

สำหรับรถกระบะหมายเลขทะเบียน 1 ฒณ 2483 กรุงเทพมหานคร ทำประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) กับบริษัท อาคเนย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) เลขที่กรมธรรม์ 84602752 เริ่มความคุ้มครองวันที่ 15 ธันวาคม 2559 สิ้นสุดความคุ้มครองวันที่ 15 ธันวาคม 2560 นอกจากนี้ยังได้ทำประกันภัยภาคสมัครใจ ประเภท 1 กับบริษัท อาคเนย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) เลขที่กรมธรรม์ 22754018 เริ่มความคุ้มครองวันที่ 15 ธันวาคม 2559 สิ้นสุดความคุ้มครองวันที่ 15 ธันวาคม 2560 โดยให้ความคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก กรณีเสียหายต่อชีวิต ร่างกายหรืออนามัย คุ้มครอง 1,000,000 บาท/คน ไม่เกิน 10,000,000 บาท/ครั้ง ความเสียหายต่อทรัพย์สิน คุ้มครอง 2,500,000 บาท/ครั้ง ในส่วนของความคุ้มครองตามเอกสารแนบท้าย กรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพถาวร รย.01 คุ้มครอง 50,000 บาท/คน ค่ารักษาพยาบาล รย.02 คุ้มครอง 50,000 บาท/คน

นายสุทธิพลกล่าวว่า ได้สั่งการให้สายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของสำนักงาน คปภ.ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่าผู้เสียชีวิตทั้ง 25 รายได้มีการทำประกันชีวิตและประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคลไว้ด้วยหรือไม่ ทั้งนี้ หากพบว่ามีการทำประกันไว้ สำนักงาน คปภ.ก็จะประสานงานช่วยเร่งรัดกับทางบริษัทประกันภัยที่เกี่ยวข้องให้จ่ายค่าสินไหมทดแทนความเสียหายที่เกิดขึ้นให้กับผู้รับผลประโยชน์ของผู้เสียชีวิตดังกล่าว และหากไม่ได้รับความสะดวกขอให้แจ้งมายังสำนักงาน คปภ.หรือที่สายด่วน 1186 ทาง คปภ.จะเร่งดำเนินการให้โดยเร็ว

นายสุทธิพลกล่าวว่า ในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ของทุกปีจะมีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก จึงอาจมีความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินจากอุบัติเหตุ หรืออุบัติภัยต่างๆ สำนักงาน คปภ.มีความห่วงใยประชาชน โดยเฉพาะผู้ใช้รถใช้ถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ จึงได้กำชับให้สำนักงาน คปภ.ทั้งในส่วนกลางและภูมิภาคจัดเวรเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ในพื้นที่ช่วงเทศกาลปีใหม่ เพื่อรับมือและพร้อมให้ความช่วยเหลือด้านประกันภัยกับประชาชนทุกคนที่ประสบอุบัติเหตุหรือทายาทของผู้ประสบอุบัติเหตุให้ได้รับความสะดวกในการรับค่าสินไหมทดแทนอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม ดังนั้นหากใช้ระบบประกันภัยเข้าไปช่วยเยียวยาความเสียหายได้อย่างมีประสิทธิภาพก็จะเป็นการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนทุกคนที่ประสบอุบัติเหตุอีกด้วย

Advertisement

ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ.ขอให้ประชาชนให้ความสำคัญต่อการประกันภัยและเลือกซื้อกรมธรรม์ที่มีความเหมาะสมกับการดำเนินชีวิตของตัวเองเพื่อรองรับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดซึ่งระบบประกันภัยจะได้เข้าไปช่วยบรรเทาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ และหากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน คปภ. 1186 หรือเว็บไซต์ www.oic.or.th