เงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่า หลังรับแรงกดดันจากความกังวลเศรษฐกิจจีนผันผวน
เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 35.10 บาทต่อดอลลาร์ ทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า มองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ ที่ระดับ 34.75-35.50 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 35.00-35.20 บาทต่อดอลลาร์
โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนวันศุกร์ของสัปดาห์ก่อนหน้า เงินบาทเคลื่อนไหวผันผวนในกรอบ sideway (แกว่งตัวในกรอบ 35.00-35.20 บาทต่อดอลลาร์) โดยมีจังหวะผันผวนสูงในช่วงตลาดทยอยรับรู้ถ้อยแถลงของประธานเฟดในงานสัมมนาวิชาการประจำปีของเฟดที่ Jackson Hole ก่อนที่เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ หลังเงินดอลลาร์และราคาทองคำต่างก็ไม่ได้เคลื่อนไหวอย่างมีทิศทางอย่างชัดเจนหลังรับรู้ถ้อยแถลงของประธานเฟด
สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นต่อ หลังผู้เล่นในตลาดเพิ่มโอกาสธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยและโอกาสที่เฟดจะคงดอกเบี้ยที่ระดับสูงจนถึงไตรมาส 2 ปีหน้า ในสัปดาห์นี้ ควรจับตาไฮไลต์สำคัญ คือ รายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐ โดยเฉพาะยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (Nonfarm Payrolls) พร้อมติดตามถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด
นายพูนกล่าวว่า สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาท โมเมนตัมการแข็งค่าเริ่มแผ่วลง หลังเงินบาทกลับมาอ่อนค่าในช่วงปลายสัปดาห์ก่อน ทว่า หากนักลงทุนต่างชาติเดินหน้าซื้อสินทรัพย์ไทยต่อเนื่อง หลังการโหวตเลือกนายกฯเสร็จสิ้นลง ก็อาจช่วยหนุนการแข็งค่าของเงินบาทได้ อย่างไรก็ดี ควรระวังความผันผวนจากฝั่งตลาดการเงินจีน ที่ยังคงเผชิญแรงกดดันจากความกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจจีน ประเมินแนวรับแรกของเงินบาทแถวโซน 34.90-35.00 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนแนวต้านแรกจะอยู่ในช่วง 35.20-35.30 บาทต่อดอลลาร์
ในส่วนเงินดอลลาร์นั้นอาจย่อตัวลงได้บ้าง หากตลาดปรับลดโอกาสเฟดเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อหรือคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูงได้นาน ซึ่งต้องลุ้นให้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ ออกมาแย่กว่าคาดหรือส่งสัญญาณชะลอตัวมากขึ้น อนึ่ง หากบรรยากาศในตลาดการเงินยังคงอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง (Risk-Off) ก็อาจทำให้เงินดอลลาร์ยังคงแกว่งตัว sideway หรือแข็งค่าขึ้นได้ จากความต้องการถือเงินดอลลาร์ เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่มียีลด์สูง (High Yield Safe Haven)
“ช่วงที่ตลาดการเงินยังมีความผันผวนสูงจากทั้งปัจจัยการเมืองไทยและบรรยากาศในตลาดการเงินโลก ผู้ประกอบการควรใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย อาทิ Option เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน” นายพูนกล่าว
ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทย ภาคการผลิตของไทยอาจชะลอตัวลงมากขึ้น ท่ามกลางความต้องการสินค้าจากประเทศคู่ค้าที่ลดลงตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจ โดยดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนสิงหาคมอาจลดลงสู่ระดับ 50 จุด สอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ (Business Sentiment) เดือนสิงหาคม ที่อาจลดลงสู่ระดับ 48.8 จุด ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่มีความไม่แน่นอน ทั้งนี้ ความเชื่อมั่นภาคธุรกิจอาจฟื้นตัวดีขึ้นในเดือนกันยายน หลังการจัดตั้งรัฐบาลผสมเสร็จสิ้นลง

