หน้าแรก เศรษฐกิจ บลจ.ซีไอเอ็มบ...

บลจ.ซีไอเอ็มบี ฟันธง! ปีนี้ได้หุ้นไทยแตะ 1,600 จุด แนะนักลงทุนเกาะกระแสโครงสร้างพื้นฐาน อสังหาริมทรัพย์ หุ้นปันผล และเทคโนโลยี

3.01.17 | 16:09 น.

นายวิน พรหมแพทย์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล จำกัด เปิดเผยว่า ในปี 2560 ตลาดหุ้นไทยจะกลับมาเติบโตโดดเด่นอีกครั้งโดยประเมินว่าระหว่างปีดัชนีหุ้นไทยมีโอกาสขึ้นไปแตะที่ระดับ 1,600 จุด เพราะได้รับปัจจัยบวกจากตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(จีดีพี)ที่คาดว่าจะเติบโต 3.5% จากการเบิกจ่ายเงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ การฟื้นตัวของการบริโภคในประเทศ และการท่องเที่ยว และประเมินว่าอัตราส่วนกำไรสุทธิต่อหุ้นของบริษัทจดทะเบียนจะเติบโต 12% อีกทั้ง แรงขายจากนักลงทุนต่างประเทศจะลดลงจากช่วงก่อนหน้า เพราะปัจจุบันนักลงทุนต่างประเทศถือหุ้นไทยอยู่เพียง 29% ถือเป็นสัดส่วนการถือครองที่ต่ำที่สุดในรอบ 12 ปี นอกจากนี้ สถานการณ์การเมืองไทยจะมีเสถียรภาพมากขึ้น เพราะจะเกิดการเลือกตั้งได้ภายในปลายปี 2560

อย่างไรก็ตาม ตามสถิติในเดือนมกราคมของทุกปีหุ้นไทยจะย่อตัวล็กน้อย จึงเป็นช่วงที่นักลงทุนควรอาศัยจังหวะหุ้นที่จับตามองไว้ โดยในปี 2560 บริษัทได้จัดธีมการลงทุนไว้ 4 ธีมหลัก คือ 1.โครงสร้างพื้นฐานนำหน้า 2.อสังหาสร้างรายได้ 3.หุ้นไทยปันผลดี 4.เกาะกระแสเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก สำหรับธีมโครงสร้างพื้นฐานนำหน้านั้นจะเกี่ยวข้องกับหุ้นในกลุ่มที่ได้รับอานิสงค์จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทั้งในประเทศไทย สหรัฐอเมริกาและทั่วโลก โดยนายโดนัล ทรัมป์ ประธานิบดีสหรัฐฯหาเสียงไว้ว่าจะใช้เงิน 5.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ปรับทิศทางนโยบายเศรษฐกิจ ขณะที่ประเทศไทยจะใช้เงินลงทุนกว่า 5 แสนล้านบาทตั้งแต่ปี 2560-2565 จึงแนะนำให้ลงทุนในหุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน รับเหมาก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง และอสังหาริมทรัพย์ ทั้งนี้ หุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้างเป็นกลุ่มที่เล่นยากเพราะราคามักจะขึ้นไปก่อนข่าว

ส่วนธีมอสังหาฯ สร้างรายได้ แม้มีแนวโน้มว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) จะปรับขึ้นดอกเบี้ย 2-3 คร้งในปี 2560 แต่ธนาคารกลางของยุโรปและญี่ปุ่นน่าจะคงดอกเบี้ยต่ำต่อเนื่องเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) จะคงดอกเบี้ยระดับ 1.50% ไปจนถึงกลางปี 2560 ดังนั้น อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นจึงยังต่ำต่อเนื่อง แต่อัตราเงินเฟ้อจะเริ่มกลับมาซึ่งมีหลายประเทศที่อัตราค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์จะผูกกับอัตราเงินเฟ้อ เช่น ยโรป สหรัฐอเมริกา ดังนั้น การลงทุนในกองรีทจึงมีความน่าสนใจ โดยบริษัทสนใจลงทุนในกองรีทของประเทศสหรัฐอเมริกา ยุโรป เยอรมัน ออสเตเรีย และญี่ปุ่นตามลำดับ สินทรัพย์ที่สนใจคือกองอสังหาที่เกี่ยวกับออฟฟิศ ศูนย์กระจายสินค้า เป็นต้น ซึ่งอัตราผลตอบแทนที่คาดหวังจากการลงทุนในกองรีททั่วโลกอยู่ที่ 6-7% ต่อปี ขณะที่อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลทั่วโลกอยู่ที่ 1-2% ดังนั้นการลงทุนในโกบอลรีทจึงให้ผลตอบแทนส่วนเพิ่มถึง 5%

นายวินกล่าวอีกว่า สำหรับการลงทุนในธีมหุ้นไทยปันผลดีนั้น จะเน้นเลือกหุ้นที่มีซีจีตั้งแต่ 3 ดาวเป็นต้นไป และให้อัตราปันผลสูงกว่าตลาดที่ 2.8-3% โดยจะเน้นกระจายกลุ่มอุตสาหกรรม เช่น กลุ่มที่อิงกับการบริโภคในประเทศ หุ้นส่งออก ธนาคารขนาดกลาง และท่องเที่ยว จากการติดตามดูหุ้นที่บริษัทสนใจนั้นโดยเฉลี่ยแล้วจะให้ผลตอบแทนในอัตรา 5.1% นอกจากนี้ ในส่วนของธีมเกาะกระแสเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกนั้น เนื่องจากกระแสของโลกเปลี่ยนไป บริษัทเทคโนโลยีเริ่มมีรายได้ที่จับต้องได้มากขึ้นมีอีพีเอสที่สูงถึง 10% ต่อปี มีกระแสเงินสดเยอะ จ่ายปันผลต่อเนื่องและเงินปันผลโต และที่สำคัญคือราคาไม่แพงซื้อขายที่พีอีที่ 16-17 เท่า บริษัทจึงเตรียมออกกอง CIMB-Principal Global Disruptive Technology Equity Fund ดดนจะเลือกหุ้นที่เกี่ยวกับกระแสโลก เช่น ออนไลน์เพย์เม้นท์ โรบอท เป็นต้น