หน้าแรก เศรษฐกิจ กทพ. จ่อชง 3 ...

กทพ. จ่อชง 3 บิ๊กโปรเจ็กต์ วงเงินกว่า 5.5 หมื่นล. หวัง รมว.คมนาคมคนใหม่ ไฟเขียว

29.08.23 | 12:34 น.

กทพ. จ่อชง 3 บิ๊กโปรเจ็กต์ วงเงินกว่า 5.5 หมื่นล้าน หวัง รมว.คมนาคมคนใหม่ ไฟเขียว

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 แล้ว และอยู่ระหว่างการฟอร์มทีมจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งในส่วนของการทางฯ ได้เตรียมเสนอ 3 โครงการที่มีความพร้อม ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมคนใหม่รับทราบ ได้แก่ 1.โครงการทางด่วนช่วงจตุโชติ-ถนนลำลูกกา ระยะทาง 16.21 กิโลเมตร (กม.) วงเงินลงทุนรวมประมาณ 2.4 หมื่นล้านบาท

นายสุรเชษฐ์กล่าวอีกว่า 2.โครงการทางพิเศษ (ทางด่วน) ขั้นที่ 3 ช่วง N2 แยกเกษตร-นวมินทร์ ระยะทาง 11.3 กม. วงเงินลงทุนประมาณ 1.7 หมื่นล้านบาท ปัจจุบันการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ผ่านแล้ว รูปแบบผ่านแล้ว มีงบประมาณพร้อมสำหรับการก่อสร้างแล้ว และในส่วนของขั้นตอนการสอบถามไปยังหน่วยงานต่างๆ ทางกระทรวงก็ได้มีการดำเนินการเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงรับฟังแนวทางการปฏิบัติจากรัฐมนตรี

นายสุรเชษฐ์กล่าวอีกว่า และ 3.โครงการทางพิเศษสายกะทู้-ป่าตอง จังหวัดภูเก็ต (โครงการระยะที่ 1) ระยะทาง 3.98 กม. วงเงินลงทุน 1.46 หมื่นล้านบาท ที่ผ่านมาได้มีการเปิดให้เอกชนร่วมประมูลแล้ว แต่ยังไม่มีผู้สนใจร่วมประมูล การทางฯ จึงมีแผนที่จะดำเนินการลงทุนก่อสร้างเอง หรือในกรณีที่ไม่มีการกู้เงินลงทุน ก็มีแผนที่จะนำรายได้ของการทางฯ มาลงทุน โดยจะมีหารือกับกระทรวงการคลังเพื่อขอนำรายได้มาใช้ในการลงทุนต่อไป เพื่อให้โครงการการเดินหน้าต่อ และเป็นการลดปัญหาอุบัติเหตุให้กับคนในพื้นที่อีกด้วย เนื่องจากหากต้องเริ่มขั้นตอนการร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (พีพีพี) ใหม่ โครงการต้องล่าช้าออกไปถึง 2 ปี ซึ่งทั้ง 3 โครงการดังกล่าวมีมูลค่าลงทุนรวมประมาณ 5.56 หมื่นล้านบาท

“ซึ่งการเสนอโครงการทั้งหมดนี้ เป็นการเสนอเพื่อขออนุมัติก่อสร้าง โดยจะต้องรับฟังนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมคนใหม่ก่อน ว่าจะมีแนวทางให้ไปปฏิบัติอย่างไร แต่ยืนยันว่าโครงการการทางฯ ทั้ง 3 โครงการ ที่เตรียมเสนอมีความพร้อมแล้วทั้งสิ้น” นายสุรเชษฐ์กล่าว

ส่วนโครงการทางพิเศษสายเมืองใหม่-เกาะแก้ว-กะทู้ (โครงการระยะที่ 2) ต้องใช้เวลาพอสมควร เนื่องจากโครงการนี้เพิ่งเริ่มเมื่อปี 2565 ซึ่งอยู่ระหว่างการขอคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนชุดใหญ่ ก่อนเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนตั้งคณะกรรมการมาตรา 36 และขออนุญาตต่างๆ อาทิ เรื่องอีไอเอ ซึ่งเรื่องนี้จะเดินคู่ขนานกันไปกับโครงการระยะที่ 1

Advertisement