เอสเอ็มอี เชื่อรบ.เศรษฐา ให้ความสำคัญเศรษฐกิจฐานราก
นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย กล่าวถึงการวางตัวผู้ที่จะเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีประจำกระทรวงเศรษฐกิจว่า หากดูจากในส่วนของพรรคเพื่อไทยถือว่ามีความเหมาะสม ได้ผู้ที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์เข้ามาทำงานประจำกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล และมีประสบการณ์ทางด้านเศรษฐกิจในแง่มุมต่างๆมาอย่างดี การกลับมาบริหารประเทศในครั้งนี้ คาดหวังว่าจะทำให้มีผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม จะทำให้โครงสร้างทางเศรษฐกิจให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจฐานรากเพิ่มมากขึ้น
สำหรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม จากพรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) ผู้เข้ามารับตำแหน่งจะต้องเข้าใจเรื่องนวัตกรรมในการออกแบบ หรือสร้างนโยบายออกมาที่คำนึงถีงเรื่องการกระจายโอกาส การกระจายรายได้ การทำให้เอสเอ็มอี หรือเศรษฐกิจฐานรากเข้าถึงกลไกลหรือมาตรการความช่วยเหลือของภาครัฐที่ดีขึ้น เพราะหลายครั้งจะสังเกตุเห็นว่า มาตรการดีแต่มีผู้ใช้น้อย ดังนั้นจึงต้องการให้มีการออกมาตรการมาแล้วมีการทบทวนเป็นระยะ รวม เพื่อทำให้ผู้ที่ได้รับมาตรการหรือผู้ได้รับประโยชน์ได้นำไปใช้จริง
ด้านกระทรวงพลังงาน มีชื่อนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นรัฐมนตรี ส่วนตัวมองว่ามีความเหมาะสม เนื่องจากเป็นผู้ที่มีความรู้มีประสบการณ์เรื่องกฎหมาย จะทำให้พลังงานมีความโปร่งใส และมีความยุติธรรมทั้งโครงสร้างต้นทุน โครงสร้างราคา ที่ผ่านมาได้เห็นความตั้งใจจริงของนายพีระพันธุ์ในการทำเรื่องดังกล่าวนี้ โดยมองว่าน่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่จะมีผู้บริหารกระทรวงคนใหม่ที่จะเข้ามาทำงานในการที่จะมีแนวคิดหรือวิธีการใหม่ที่จะมาสร้างความเปลี่ยนแปลง หากเป็นคนเดิมก็ไม่แน่ใจว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงหรือไม่

