เผย’วิบูลย์ วงสกุล’ ผู้ว่าฯกปภ.โดน ‘ศรีสุวรรณ’ ร้องป.ป.ช.-เอกชนรุมฟ้อง-ก่อนไขก๊อก

29.08.23 | 18:36 น.

เผย’วิบูลย์ วงสกุล’ ผู้ว่าฯกปภ.โดน ‘ศรีสุวรรณ’ ร้องป.ป.ช.-เอกชนรุมฟ้อง-ก่อนไขก๊อก

ความคืบหน้ากรณีนายวิบูลย์ วงสกุล ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.)ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง โดยระบุเหตุผลด้านสุขภาพเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2566 และให้มีผลในวันที่ 28 สิงหาคม 2566

ทั้งนี้ นายวิบูลย์ส่งข้อความถึงนายธนาคม จงจิระ ประธานบอร์ด กปภ. มีเนื้อหาบางส่วนว่า “…ผม นายวิบูลย์ วงสกุล ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค มีอาการเครียดสะสมมาเป็นเวลาหลายเดือน มีอาการเครียด ปวดหัว นอนไม่หลับ คลื่นไส้และบ้านหมุน กระผมจึงตัดสินใจยื่นใบลาออกจากตำแหน่งผู้ว่าการ การประปาส่วนภูมิภาค โดยให้มีผลตั้งแต่วันจันทร์ 28 สิงหาคม 2566 กระผมต้องขอขอบพระคุณในความเมตตากรุณาของท่านประธานและท่านกรรมการทุกท่านที่ช่วยเหลือกระผมเสมอมาตลอดเวลาที่ให้โอกาสกระผมได้รับใช้องค์กรแห่งนี้”

ล่าสุด เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงที่นายวิบูลย์ดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ กปภ. นายศรีสุวรรณ จรรยา แกนนำกลุ่มประชาชนผู้รักชาติรักแผ่นดิน เข้าร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวหานายวิบูลย์ อาทิ 1.ขอให้ตรวจสอบนายวิบูลย์ ในฐานะผู้ว่าฯ กปภ. เพราะออกคำสั่งยกเลิกหนังสือบอกเลิกสัญญาผู้รับเหมาก่อสร้าง สถานีจ่ายน้ำและวางระบบท่อจ่ายน้ำของ กปภ.สาขาสุราษฎร์ธานี ที่ล่าช้ามากว่า 5 ปี โดยไม่ต้องเสียค่าปรับตามสัญญาเป็นการทุจริตในหน้าที่หรือไม่ 2. ไต่สวนและวินิจฉัยเอาผิดผู้ว่าฯ กปภ. กรณีสั่งให้จ้างเหมาที่ปรึกษา 2 คนโดยวิธีเฉพาะเจาะจง ซึ่งไม่เป็นไปตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 รวมทั้งขัดระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 อันเข้าข่ายความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรมหรือไม่

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา นายศรีสุวรรณให้สัมภาษณ์ถึงการยื่นตรวจสอบนายวิบูลย์ ผู้ว่าฯ กปภ. กรณีมีคำสั่งยกเลิกหนังสือบอกเลิกสัญญาผู้รับเหมาก่อสร้างสถานีจ่ายน้ำและวางระบบท่อจ่ายน้ำของการประปาส่วนภูมิภาคสาขาสุราษฎร์ธานี ที่ล่าช้ามากว่า 5 ปีโดยไม่ต้องเสียค่าปรับตามสัญญานั้นเป็นการทุจริตต่อหน้าที่หรือไม่ ว่า ตั้งแต่ตนยื่นหนังสือไปช่วงวันที่ 17 มีนาคม 2566 ก็เป็นเวลาเกือบ 5 เดือนแล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ คาดว่าอยู่ระหว่างการสอบสวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งตนเพิ่งได้รับเอกสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว คาดว่าจะเป็นหลักฐานอันเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนคดีของ ป.ป.ช.

Advertisement

ขณะเดียวกัน วันที่ 11 สิงหาคม คดีที่มีการฟ้องร้องต่อศาลปกครองกลางนั้น กรณีกิจการร่วมค้า ทีเอสที วอเทอร์ กรุ๊ป เป็นผู้ฟ้องคดี นายวิบูลย์ วงสกุล ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และการประปาส่วนภูมิภาค ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ในคำฟ้องที่สรุปเบื้องต้นว่า กิจการร่วมค้า ทีเอสที วอเทอร์ กรุ๊ป ฟ้องว่า ผู้ว่าการ กปภ.กับพวกรวม 2 คน กระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายกรณีได้ประกาศลงวันที่ 5 เมษายน 2566 ยกเลิกการประกวดราคาซื้อน้ำประปาเพื่อรองรับชุมชนบริเวณคลองสามถึงคลองเจ็ด การประปาส่วนภูมิภาคคลองหลวง ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ลงวันที่ 31 กรกฎาคม 2565 เนื่องจากมีผู้ยื่นข้อเสนอที่ถูกต้องตามเงื่อนไขเพียงรายเดียว ซึ่งผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ถูกต้องตามเงื่อนไขได้อุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวแล้ว แต่ยังไม่แจ้งผลการพิจารณา เป็นเหตุให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย จึงนำคดีมาฟ้องนั้นรายงานข่าวระบุว่า ล่าสุด ศาลปกครองกลางมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ขยายระยะเวลาทำคำให้การคดีหมายเลขดำที่ 1202/2566 ดังกล่าวออกไปถึงวันที่ 31 ส.ค.66

ทั้งนี้ กิจการร่วมค้า ทีเอสที วอเทอร์ กรุ๊ป ประกอบด้วย บริษัท ทีอีดับบลิว วอเทอร์ กรุ๊ป จำกัด, บริษัท เอสทีพี วอเทอร์ กรุ๊ป จำกัด และบริษัท เทสโกเอ็นจิเนีย จำกัด เกี่ยวกับข้อพิพาทดังกล่าว ย้อนกลับไปช่วงกลางเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ศาลปกครองกลางมีคำสั่งให้นายวิบูลย์ วงสกุล ในฐานะผู้ว่าการ กปภ. ส่งเอกสารชี้แจงใน 3 ประเด็นต่อไปนี้

ข้อ 1.ประกาศการประปาส่วนภูมิภาค เรื่องยกเลิกประกาศประกวดราคาซื้อน้ำประปาเพื่อรองรับชุมชนบริเวณคลองสามถึงคลองเจ็ด การประปาส่วนภูมิภาคสาขาคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ด้วยวิธีการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-bidding ลงวันที่ 5 เมษายน 2566 ซึ่งเป็นคำสั่งทางปกครองที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีนั้น น่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่อย่างไร ข้อ

2.การให้คำสั่งทางปกครองดังกล่าวมีผลบังคับใช้ต่อไปจะทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงที่ยากแก่การแก้ไขเยียวยาในภายหลังหรือไม่ อย่างไรและข้อ

3.การทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครองเป็นอุปสรรคแก่การบริหารของรัฐ หรือแก่บริการสาธารณะหรือไม่