หน้าแรก เศรษฐกิจ วงดินเนอร์ เศ...

วงดินเนอร์ เศรษฐา ถก ซีอีโอ เปิดโจทย์แผนขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย หวังจีดีพีโต5%ใน1 ปี

29.08.23 | 21:38 น.

วงดินเนอร์ เศรษฐา ถก ซีอีโอ เปิดโจทย์แผนขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย หวังจีดีพีโต5%ใน1 ปี

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงการได้เข้าพบนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พร้อมกับผู้บริหารระดับสูงอีกจำนวนหนึ่ง เมื่อวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมานั้น เป็นการร่วมรับประทานอาหารค่ำ อย่างเป็นกันเอง และพบปะพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันและแชร์ความคิดเห็นที่พรรคเพื่อไทยและรัฐบาลใหม่จะเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจและมีเป้าหมายให้เห็นผลทันที

ทั้งนี้ ประเด็นหารือหลักๆ ได้แก่ 1. เร่งรัดภาคท่องเที่ยว ที่ตอนนี้เป็นภาคที่ทำรายได้เข้าประเทศ จึงเห็นนายกฯพร้อมทีมได้ลงพื้นที่ภูเก็ต พังงา พบกับกลุ่มการบิน เพื่อแก้ปัญหาเที่ยวบินให้เพียงพอ พูดถึงฟรีวีซ่า โดยเฉพาะกับนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ของไทย ทำอย่างไรให้สะดวกและจูงใจให้เข้ามาเที่ยวไทยได้มากขึ้น ยิ่งตอนนี้มีข่าวสะพัดในจีนว่ามาเที่ยวเมืองไทยไม่ปลอดภัย เป็นเรื่องที่รัฐต้องเร่งแก้ไข แม้ตอนนี้ชาวจีนออกนอกประเทศลดลงกึ่งหนึ่ง เพราะเศรษฐกิจในจีนลดลง และรัฐบาลจีนกระตุ้นให้เที่ยวในประเทศมากขึ้น จึงเห็นด้วยกับฟรีวีซ่า

เริ่มตั้งแต่ไตรมาสสุดท้ายปีนี้ ยาวถึงเดือนมีนาคมปีหน้า จูงใจนักท่องเที่ยวจีนที่เชื่อว่ามีอีกมากที่ต้องการเดินทางเที่ยวนอกประเทศ ยิ่งตอนนี้มีปัญหาความไม่พอใจกันกับญี่ปุ่นและเกาหลีเรื่องการปล่อยน้ำบำบัดนิวเคลียร์ อีกทั้งค่าตั๋วเครื่องบินไปสหรัฐหรือยุโรปยังสูงมาก ปัจจัยเหล่านี้ก็จะทำให้ชางจีนหันมาเที่ยวไทยได้เพิ่มขึ้น แม้จีนเคยไปทั่วโลก 80 ล้านคน หายไปกึ่งหนึ่งเหลือ 40 ล้านคน ถือว่าจำนวนยังมาก ปีนี้จีนมาไทยแค่ 1.8 ล้านคน จากเป้า 5 ล้านคน ซึ่งยังต่ำกว่าปี 2562 ที่มาถึง 10 ล้านคน จึงเป็นประเด็นแรกที่รัฐบาลใหม่ต้องปลดล็อกปัญหาต่างๆที่มี

Advertisement

นายสนั่น กล่าวว่า อีกประเด็นที่พูดคุยกันคือ การเร่งรัดภาคส่งออก ซึ่งตัวเลขล่าสุดเดือนกรกฎาคม 2566 ยังติดลบ 6.2% และ 7 เดือนแรกปีนี้ติดลบสะสม 5.5% แต่ดูจากฐานตัวเลขส่งออกไตรมาส 4 ปีก่อน และปัจจัยหลายเรื่องที่คลี่คลาย คาดว่าตัวเลขส่งออกเดือนสิงหาคม ติดลบในอัตราที่ลดลง และกลับมาเป็นบวกในไตรมาสสุดท้ายของปี เพราะสต๊อกในหลายประเทศเริ่มลดลง คำสั่งซื้อใหม่จะกลับมาในเดือนกันยายน-ตุลาคม แม้ปีนี้ส่งออกไทยจะติดลบแต่เชื่อว่าน้อยกว่าประเทศอื่นๆ อย่างเวียดนามติดลบเกิน 10%

อีกประเด็นคือการเร่งรัดใช้ประโยชน์และเจรจาเปิดเสรีการค้า(เอฟทีเอ) รวมถึงรัฐบาลกับเอกชนจัดคณะไปเยือนประเทศศักยภาพสูง เช่น ยูเออี เอเซีย ซึ่งทางหอการค้าก็เตรียมจัดคณะไปจีนและยุโรป หลังได้คณะรัฐมนตรีแล้ว

” ฝากนายกฯว่า ดูจากนโยบาย 19 ข้อของพรรคเพื่อไทย ไม่เห็นแผนผลักดันอีอีซี ซึ่งนายกฯเศรษฐา ชี้แจงว่าไม่ได้ทิ้ง ยังให้ความสนใจ เอกชนเราก็แสดงความเป็นห่วงเรื่องภัยแล้ง เชื่อว่าจะมีปัญหาหนักในอีก 2-3 ปีจากนี้ อยากให้รัฐบาลใหม่เร่งเคาะงบค้างท่อไปเตรียมขุดลอกและจ้างแรงงงานท้องถิ่น จะได้ทั้งเตรียมเก็บน้ำและเงินสะพัดในเศรษฐกิจฐานราก น้ำมีความสำคัญทั้งภาคเกษตร อุตสาหกรรม ไปถึงการท่องเที่ยวด้วย เฉพาะในเขตอุตสาหกรรมหรืออีอีซีหากปล่อยให้ขาดน้ำจะเสียหายต่อเศรษฐกิจมาก อีกประเด็นใกล้ตัวคือ ลดค่าครองชีพ เร่งแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน ควรหารือ ดึงสหกรณ์ภาคเกษตร รัฐและเอกชนร่วมกัน ช่วยเหลือ เมื่อภาระหนี้เบาลง การลงทุนใหม่ การใช้จ่ายก็จะฟื้นได้รวดเร็ว ” นายสนั่น กล่าว

นาย สนั่น กล่าวว่า ยังได้พูดคุยถึงโครงการดิจิทัลวอลเล็ตแจกเงิน 10,000 บาท หากจะเดินหน้าควรใช้ได้จริงในช่วงไฮซีซั่นการท่องเที่ยวและใช้จ่ายของไทยในเดือนเมษายน ให้เร็วกว่าคาดไว้เดือนพฤษภาคมสักหน่อย รวมถึงรัฐบาลต้องลดหรือแก้กฎระเบียบให้เอกชนได้ทำงานได้เร็วขึ้นด้วย

สำหรับภาคเอกชน ก็มีการเตรียมปัญหาและแนวทางที่จะเสนอรัฐบาลใหม่ ผ่านคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน(กกร.)อยู่แล้ว รอเพียงฟังนโยบายรัฐบาลใหม่ที่จะแถลงต่อสภาฯจากนั้น กกร. ก็จะขอเข้าพบ นายกฯและครม.ใหม่ อย่างเป็นทางการต่อไป

” ผมเชื่อว่า หลังได้รัฐบาล ได้เห็นหน้าตาครม. และรัฐมนตรี โดยเฉพาะกระทรวงเศรษฐกิจ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในพรรคเดียวกัน พรรคเพื่อไทยเป็นแกน ไม่ว่าจะกระทรวงต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง ซึ่งมีส่วนสำคัฐต่อการดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ ดูตัวบุคคลแล้วก็รับได้ ส่วนกระทรวงอื่นๆเมื่อมีนายกฯประสานทุกฝ่ายได้ และหากทุกอย่างเดินหน้า การอัดฉีดงบประมาณ อัดแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ เสริมท่องเที่ยว โรดโชว์ดึงทุนนอก ปัจจัยโลกคลี่คลายลงกว่าปีนี้ มองว่าส่งออกปีหน้าขยายตัวได้ 3% ท่องเที่ยวดีขึ้นไปอีก ปี 2567 ผมเชื่อว่าจะได้เห็นจีดีพีมีโอกาสโตเกิน 5% ” นายสนั่น กล่าว